หน้าหลัก | คอนเสิร์ต | Adam Rogers DICE featuring Nate Smith and Fima Ephron

Adam Rogers DICE featuring Nate Smith and Fima Ephron

ประตูเปิด :

ก่อนการแสดงเริ่มประมาณ 30 นาที

วันจำหน่ายบัตร :

ตั้งแต่  23 เมษายน 2561 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป

ราคาบัตร :

1,800 บาท, ซื้อหน้าประตูในวันงาน ราคา 2,000 บาท

URL :

รอบการแสดง

วันแสดง เวลา
วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561 19.00 น.

ผังการแสดง

คลิกเพื่อดูผังใหญ่
1,800 บาท, ซื้อหน้าประตูในวันงาน ราคา 2,000 บาท

รายละเอียด



คอนเสิร์ตโปรเจคใหม่ของมือกีตาร์แจ๊ส
ADAM ROGERS กับรูปแบบดนตรีของ Jimi Hendrix, จังหวะฟังก์และกีตาร์ Fender Stratocaster

ADAM ROGERS : กีตาร์ (1965 Fender Stratocaster)
FIMA EPHRON:  เบส
NATE SMITH:  กลอง


พบกับการรวมตัวของสามนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่กับการผสมผสานของรูปแบบดนตรี ร็อค ฟังก์ บูลส์ คันทรี และ R&B กับ "DICE" ผลงานหวนระลึกถึงงานดนตรีของ Jimi Hendrix เมื่อ Adam Rogers มือกีตาร์หันมาจับ Fender Stratocaster แทนกีตาร์ Gibson

"DICE" ผลงานล่าสุดของ Adam Rogers (กีตาร์), Fima Ephron (เบส) และ Nate Smith (กลอง) สามนักดนตรีซึ่งเรียกได้ว่ามีความเหมาะสมลงตัวในการรวมตัวกันสำหรับโปรเจคนี้และต่างก็เป็นสุดยอดในเครื่องดนตรีของตนเองในวงการดนตรียุคปัจจุบัน ซาวน์ดนตรีของวงสะท้อนถึงแนวดนตรีต่างๆที่ส่งอิทธิพลให้กับดนตรีแจ๊ส เช่น ร็อค ฟังก์ และ แนวดนตรีทดลองต่างๆที่ทำให้ Adam จับกีตาร์ขึ้นมาเล่นเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่มีผลต่อเขาอย่างยิ่งคือดนตรีในยุค 1960 และ 1970 เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจจาก The Beatles และซาวน์ดนตรี R&B, The Temptations, The Four Tops, Curtis Mayfield, Isaac Hayes จนกระทั่งถึงงานของ Jimi Hendrix และไอคอนของดนตรีแจ๊ส  Charlie Parker และ John Coltrane

นี่คืองานสร้างสรรค์ดนตรีอันสุดเนี้ยบและลงตัว ความหลากหลายในมิติดนตรีไม่ต่างจากเลนส์ของกล้องคาไลโดสโคป ซาวน์ดนตรีที่นำเสนอรูปแบบของการผสมผสานแนวเพลงอันหลากหลายเสมือนท่องไปในประวัติศาสตร์ดนตรี และจังหวะของดนตรีที่ทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้

ADAM ROGERS (กีตาร์)
เกิดและเติบโตในเมืองนิวยอร์คที่ซึ่งเขาเริ่มต้นศึกษาการเล่นกีตาร์กับ Barry Galbraith, Howard Collins และ John Scofield ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพนักดนตรี Adam เริ่มต้นศึกษาการเล่นกีตาร์อย่างจริงจังกับ Barry Galbraith, Howard Collins และ John Scofield ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการเป็นนักดนตรีอาชีพเขามีผลงานบันทึกเสียงมากกว่าสองร้อยผลงานและตระเวนทัวร์การแสดงทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง ผลงานบันทึกเสียงและผลงานการแสดงของเขาได้รับการกล่าวชมอย่างกว้างขวางในสื่อสิ่งพิมพ์ระดับโลกหลายสำนัก เช่น  The New York Times, Downbeat, Jazz Times, The Village Voice, Newsweek, Jazziz, Jazz Hot, The Chicago Sun Times, the L.A times, Jazzwise และ The New Yorker เป็นต้น ในปี 2008 อดัมได้รับการรางวัลอันทรงเกียรติ PAUL ACKET ในเทศกาลดนตรีแจ๊ส North Sea Jazz Festival ในฐานะ ศิลปินที่คู่ควรต่อการกล่าวขวัญถึง (Artist deserving wider recognition) จากนั้นอีก 11 ปีเขาได้นำวงของตัวเอง Lost Tribe สร้างนวตกรรมใหม่ในวงการดนตรีตระเวนทัวร์ทั่วโลกพร้อมกับผลงานที่ออกสามชุดด้วยกัน

Adam Rogers ร่วมแสดงดนตรีรวมถึงบันทึกเสียงและแสดงคอนเสิร์ตกับนักดนตรีระดับโลกนับไม่ถ้วนเช่น Michael Brecker, Cassandra Wilson, Norah Jones, Joe Jackson, Walter Becker, Paul Simon, Regina Carter, John Zorn, Randy Brecker, Ivan Lins, Marcus Miller, The Mingus Orchestra, Terence Blanchard, Simon Shaheen, The Gil Evans Orchestra, John Pattitucci, Ravi Coltrane, Bill Evans, Lizz Wright, The Brecker Brothers, Jacky Terrasson, Kenny Barron, George Russell, Brian Blade, Eliane Elias, Alana Davis, David Krakauer, The Neptunes, Giora Feidman, Jack Mcduff, Larry Coryell, Chris Potter และ Ronald Shannon Jackson
 
NATE SMITH (กลอง)
Nate Smith คือมือกลองที่เป็นที่ต้องการและยังเป็นนักประพันธ์ดนตรี ผู้นำวง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะมือกลองประจำวงของ Dave Holland และ วง Underground ของ Chris Potter สำหรับแนวดนตรี แจ๊สคือแนวที่เขาถนัดมากที่สุด ในแนวดนตรีพ๊อพ เนท เป็นมือกลองที่ทัวร์การแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับ Joe Jackson, Michael Jackson (เขาร่วมประพันธ์เพลง "Heaven Can Wait" สำหรับผลงาน Invisible), Jose James และ Mark de Clive-Lowe และในแนวเพลง R&B เขาได้สร้างผลงานบันทึกเสียงให้กับ YahZarah, Maya Azucena, John Gordon และ Jarrard Anthony รวมถึงงานสร้างสรรค์ซาวน์แทรกประกอบรายการโทรทัศน์ เช่น รายการในสถานี PBS และThe Discovery Channel อีกด้วย

Nate Smith เกิดที่รัฐเวอร์จิเนีย เมื่ออายุ 11 ปีเขาเริ่มหัดกลองและเปียโนด้วยตัวเอง แนวดนตรีที่สร้างอิทธิพลให้กับเขาคือร๊อคและฟังก์ วงโปรดของเขาคือ the Police, Earth, Wind & Fire และ Quincy Jones แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เนทมองโลกทางดนตรีกว้างขึ้นคือเมื่ออายุได้ 16 ปี หลังจากเขาได้ฟังงานของ Art Blakey & The Jazz Messengers หลังจากช่วงที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย เขาได้พบและร่วมในวงของ Dave Holland ในฐานะมือกลองให้กับวงควินเต็ดในปี 2003 และ วง Dave Holland Octet และบิ๊กแบนด์ หลังจากนั้น Chris Potter ซึ่งเป็นสมาชิกในฐานะมือแซ็กฯ ของ Dave Holland ก็ได้รับ Nate เข้าร่วมวงในฐานะมือกลองในปี 2004 เช่นกัน
 
Nate Smith เป็นมือกลองบันทึกเสียงร่วมงานกับศิลปินระดับโลกหลายคน เช่น Ravi Coltrane, Nicholas Payton, Regina Carter, John Patitucci, Adam Rogers และ  Lionel Loueke นอกจากนั้นยังร่วมถึงศิลปินพ็อพอีกหลายคน นอกจากบทบาทของศิลปินแล้ว เขายังอุทิศตนให้กับการศึกษาดนตรีอีกด้วย เขาสอนโปรแกรมการศึกษาBetty Carter's Jazz Ahead ณ Kennedy Center ในปี 2013, 2014 หลังจากนั้นหนึ่งปีได้มาแสดงและเป็นวิทยากรให้ Thailand International Jazz Conference

FIMA EPHRON (เบส)
Fima Ephron เป็นมือเบสประจำให้กับ Chris Potter มือเทเนอร์แซ็กฯ ชื่อดัง เขาเริ่มเล่นกับ Potter ครั้งแรก ณ The Jazz Gallery ในงานการกุศลหาทุนงานหนึ่ง ในฐานะมือเบส Ephron แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันเป็นธรรมชาติในการเล่นเบสได้หลากหลายรูปแบบและทำหน้าที่ได้หลากหลายในฐานะสนับสนุนวงหรือไม่ว่าจะเป็นการโซโลเดี่ยว นอกจากนั้นเขายังเป็นนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดเขาก็ได้ออกมาเป็นผู้นำวงของตัวเองในปีนี้ โดย Ephron เริ่มแสดงดนตรีที่เขาเป็นผู้ประพันธ์ขึ้นกับวงของตัวเองที่ชื่อว่า f33MS4 โดยมีนักดนตรีสี่คนร่วมในวงคือ Adam Rigers (กีตาร์) Kevin Hays (คีย์บอร์ด) และ Nate Smite (กลอง)


TTM UPDATE

+ View All

TTM Music