เงื่อนไข จุดจำหน่าย  ติดต่อเรา เกี่ยวกับบริษัท วิธีการซื้อบัตร สถานที่แสดง
Follow us  
 
 
ชื่อสมาชิก
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน
 
พิมพ์หน้านี้
ตั้งเป็นหน้าแรก
บันทึกลิงก์หน้านี้ !

 
ใหม่!...บริการล่าสุดจาก
Thaiticketmajor
   
บริการใหม่ สะดวกสบาย !!
Mobile.thaiticketmajor.com
Mobile.thaiticketmajor.com


 
0000You are here : HomeLive Performance > Enter the World AVATAR : อวตาร
SocialTwist Tell-a-Friend
0
- - - Enter the World AVATAR : อวตาร - - - / เข้าฉายวันแรก วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป / กรุงศรีไอแมกซ์ ชั้น 5 พารากอน ซินิเพล็กซ์ + + +

Enter the World AVATAR
อวตาร

17 ธันวาคม นี้ ฉายก่อนอเมริกา!!!!
สามมิติ ทะลุจอยักษ์เท่าตึกแปดชั้น กระหึ่ม 12,000 วัตต์
ที่กรุงศรีไอแมกซ์ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์

     อวตารจะนำผู้ชมไปสู่โลกใหม่ ที่เหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการที่ผู้ชมจะคาดคิด เรื่องราวของฮีโร่คนหนึ่งที่ไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นมหาบุรุษ เขาออกเดินทางเพื่อไถ่บาปที่ค้างคาอยู่ในจิตใจของเขา และได้ค้นพบตัวเอง และเผอิญได้ไปเป็นฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้สงครามอารยธรรม ของชาวเผ่าพื้นเมือง บนดวงดาวนั้นแทน

     ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในความคิดของเจมส์ คาเมรอนมาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว แต่ในตอนนั้นคาเมรอนรู้ดีว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้น ไม่สามารถตอบโจทย์ตามจินตนาการของเขาได้ หลังจากใช้เวลา 4 ปีที่ผ่านมาในการเตรียมงานสร้าง ทำให้เขาเชื่อว่า อวตาร จะบันดาลความอัศจรรย์มิติใหม่ให้แก่โลกภาพยนตร์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเทคนิคที่เขาทุ่มเทคิดค้นสามารถบอกได้เลยว่า เป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่แห่งวงการ มันสามารถเนรมิตให้ความรู้สึกว่า ฟิล์มนั้นหายไปแล้วได้สิ่งที่ทดแทนมาคือ อารมณ์ร่วม เสมือนหนึ่งว่าผู้ชมได้เข้าไปเป็นตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ และได้ร่วมผจญภัยไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งเรื่อง

:: เรื่องย่อ ::

     ภาพยนตร์เรื่อง AVATAR จะพาเราเข้าไปสู่โลกเหนือจินตนาการ ที่ซึ่ง ฮีโร่จำเป็น ตัดสินใจเข้าร่วมการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ ที่นำไปสู่การต่อสู้เพื่อปกป้องโลกต่างภิภพ ที่กลายเป็นบ้านหลังใหม่อีกแห่งของเขาไปในที่สุด

     เจมส์ คาเมร่อน (James Cameron) ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ (Oscar-winning director) จาก Titanic ริเริ่มโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่อง AVATAR เมื่อ 15 ปีก่อน ในยุคที่เทคโนโลยีด้านภาพ ยังไม่อาจถ่ายทอดแนวคิดของเขาให้เป็นจริงขึ้นมาได้

     หลังจากงานสร้างนานกว่า 4 ปี บัดนี้ภาพยนตร์เรื่อง AVATAR ที่อาศัยทั้งคนแสดงจริง และผนวกเข้ากับสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟ็คล้ำยุค พร้อมที่จะสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ ให้ปรากฎบนจอภาพยนตร์ ด้วยเทคโนโลยีที่จะปฏิวัติวงการมายา ให้ภาพยนตร์ทั้งเรื่องกลืนหายเข้าไปสู่อารมณ์ของตัวละครเต็ม ๆ และสัมผัสซึ้งถึงเรื่องราวทุกเม็ดอย่างสมบูรณ์แบบ

     เราจะก้าวเข้าสู่โลกต่างภิภพผ่านมุมมองของเจค ซัลลี่ (Jake Sully) อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่ต้องกลายเป็นมนุษย์ล้อ ผู้ซึ่งแม้ร่างกายจะพิการแต่หัวใจยังเปี่ยมล้นไปด้วยเลือดนักรบ เขาได้รับเลือกให้เข้าเป็น ส่วนหนึ่งของกองกำลังมนุษยชาติ ที่จะเดินทางข้ามปีแสงไปยังสถานีอวกาศบนดาวแพนโดร่า (Pandora) ซึ่งมีบริษัทหลายแห่งกำลังขุดเจาะแร่ธาติหายาก เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานของโลกมนุษย์ แต่เนื่องด้วยชั้นบรรยากาศของดาวแพนโดร่าเต็มไปด้วยสารพิษ พวกเขาจึงริเริ่มโครงการ Avatar Program ที่อาศัยมนุษย์เป็น “ตัวขับเคลื่อน” ใช้สติสัมปะชัญญะของคนเชื่อมเข้ากับร่างอวตาร ซึ่งเป็นกายหยาบที่ถูกควบคุมจากระยะใกล้ และสามารถดำรงอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ ร่างอวตารเหล่านี้เกิดขึ้นจากการผสมผสาน ดีเอ็นเอของมนุษย์ เข้ากับ ดีเอ็นเอของชนเผ่าพื้นเมืองบนดาวแพนโดร่าที่เรียกขานกันว่า ...เผ่าเนวี่ (the Na’vi)

     เมื่อลุกขึ้นมาเดินเหินได้อีกครั้งในร่างอวตาร เจคก็ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภาระกิจเจาะเข้าล้วงลึกเผ่าเนวี่ ซึ่งกลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญในการขุดเหมืองหาสายแร่มูลค่ามหาศาล แต่เมื่อ เนย์ติรี (Neytiri) สาวงามแห่งเผ่าเนวี่เข้าช่วยชีวิตของเจคไว้ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราวทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตามมา

     เจคถูกนำตัวไปยังเผ่าของเธอ และค่อย ๆ เรียนรู้จนกลมกลืนเข้ากับชนเผ่าเนวี่เต็มตัว ซึ่งก็ย่อมต้องผ่านการทดสอบ และการผจญภัยอยู่หลายครั้งเหมือนกัน ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง เจค ผู้เป็นศิษย์ กับ เนย์ติรี ครูจำเป็น ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นทุกที เขาก็เรียนรู้ที่จะเคารพวิถีการดำรงชีพของชนเผ่าเนวี่ จนกลายเป็น ส่วนหนึ่งของชนเผ่าไปในที่สุด ซึ่งในไม่ช้า เจค จะต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบขั้นสุดยอด เมื่อเขาจะต้องนำทัพเข้าสู่สงครามที่มีชะตากรรมของโลกทั้งใบ เป็นเดิมพัน


เหตุผล 12 ประการ ที่หนัง AVATAR จะทำเงินมากกว่า Titanic

จุดเปลี่ยนของวงการหนัง กับ เจมส์ คาเมรอน

กับ เหตุผล 12 ประการ ที่บันดาลให้ AVATAR ทำเงินมากกว่า Titanic
(และคาดว่ารายได้รวมจะมากกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท)

1. 21 สิงหาเป็นวันแรกที่ ได้ฉายตัวอย่างหนัง 15 นาทีเรื่องนี้ฉายพร้อมกันทั่วโลก คนแห่แหนเข้าเว็บเพื่อจองที่นั่งเพื่อชม ตัวอย่างหนัง ซึ่งมีคนเข้าชมมากกว่า 10 ล้านคนในช่วงเวลาชั่วโมงแรกจนทำให้เว็บจองตั๋วล่มไปหลายชั่วโมง พอจองได้เพียงชั่วโมงเดียวตั๋วก็เต็มอย่างรวดเร็ว พอถึงคราวออก ตัวอย่างหนังแบบออนไลน์บนเว็บแอปเปิ้ล ก็มีคนเปิดดูวันแรกผ่านเว็บถึง 4 ล้านคนซึ่งถึงเป็นตัวอย่างที่เปิดดูสูงสุด ทิ้งห่างที่ 2 แค่ 1.7 ล้านคน

2. เป็นหนังทุนสร้างสูงที่สุด คาเมรอน ควักเนื้อตัวเองเพื่อสร้างกล้องแบบใหม่ ไฮเทค สำหรับหนังเรื่องนี้ ราคากล้องย่อมเยาว์แค่ 7 ล้านเหรียญ หรือ 245 ล้านบาท และรวมทุนสร้างหนังทั้งหมดรวมการตลาด ราวๆ 500 ล้านเหรียญหรือเท่ากับ ทุนการสร้างทไวไลท์ นิวมูน ได้ 10 รอบ (นิวมูนทุน 50 ล้านเหรียญ) และทุกค่ายหนังใหญ่ในอเมริกาเห็นตรงกันว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มบิ๊ก บึ้มสุดยอดจึงยอมไม่ปล่อยหนังใหญ่เรื่องอื่นใดในระยะเวลา 5 สัปดาห์ที่อวาทาร์เข้าฉาย

3. คาเมรอน เขียนบท Avatar 80 หน้ามาตั้งแต่ 1995 แต่เพราะเทคโนโลยีในช่วงนั้นยังไม่ดีพอ และโรงไอแมกซ์สามมิติยังน้อยมากไม่ถึง 100 โรง หลังจากสร้าง Titanic เสร็จเก็บเงินไป 1,800 ล้านเหรียญ หรือ 64,000 ล้านบาทและตุ๊กตาทอง 11 รางวัล จึงหยุดสร้างภาพยนตร์ทำเงินใหญ่ๆ ทั้งหลาย เป็นเวลานานถึง 11 ปี แล้วหันมาค้นคว้าและพัฒนากล้องถ่ายภาพยนตร์ 3 มิติที่เรียกว่า ฟิวชัน คาเมรา ซิสเตม เพื่อใช้กับ อวาทาร์ โดย เฉพาะใช้เวลาในการสร้างหนังเรื่องเดียวถึง 4 ปีซึ่งนานที่สุดในชีวิตของเค้า โดยหนังจะฉายบนจอสามมิติทั่วโลกกว่า 3000 จอ แต่จะมีรูปแบบพิเศษที่ใหญ่สุดๆ สามมิติทะลุ บนจอไอแมกซ์

4. หนังยาวแค่ 165 นาที !!!! (แค่ 2 ชั่วโมง 45) สาเหตุเดียวที่ คาเมรอนยอมตัดใจเหลือแค่นี้ก็เพราะว่า ถาดไอแมกซ์ซึ่งจะเป็นหนึ่งในฟอรแมตที่ดีที่สุดที่จะ ดูอวาทาร์บนจอยักษ์นั้น จุความยาวหนังได้สูงสุดแค่ 165 นาที ดังนั้น คาเมรอนจึงยอมตัดใจหั่นหนังให้สั้นลงกว่าที่อยากจะฉาย แต่ยังคงเป็นหนังที่ฉายในรูปแบบสามมิติไอแมกซ์ที่ยาวที่สุดในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อตั้งไอแมกซ์มา

5. Avatar สร้าง นวัตกรรมใหม่ เป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานระหว่างคนแสดงกับ การสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ให้ดูสม จริงเสมือนภาพถ่าย จนแยะแยะไม่ออก โดยสามารถย้ายฉาก เปลี่ยนเวลา บนท้องฟ้า พระอาทิตย์ขึ้น พระจันทร์เสี้ยว ก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเวลาเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืนก็ได้ควบคุมองค์ประกอบและงานออกแบบได้ทั้งหมด

6. เทคนิคโมชันแคปเจอร์ ที่ใช้กันทั่วไปนั้น จะเก็บภาพการเคลื่อนไหวของนักแสดงบนจอสีฟ้าหรือสีเขียว แล้วค่อยแทรกภาพฉากเข้ามาทีหลัง แต่เทคโนโลยีใหม่ของ คาเมรอน สามารถแทรกภาพนักแสดงที่กำลังแสดงแบบสดๆ กับฉากหลังที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ เข้ามาในจอได้พร้อมๆ กันแบบเรียลไทม์

7. นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า เดอะ โวลุม ซึ่งใช้จับท่าทางของนักแสดงได้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการแสดงสีหน้า และ เทคโนโลยีอีกแบบหนึ่งที่เพิ่งเริ่มใช้กับอวาทาร์เป็นเรื่องแรกก็คือ เวอร์ชวล 3D คาแมรา ซึ่งได้พัฒนาร่วมกันโดยตัว เจมส์ คาเมรอน กับ วินซ์ พาส และ วีต้า ดิจิตอล เวิร์คส์ ช่วยกันทำงานอย่างแข็งขันเพื่อผลิตภาพ สเปเชียล เอฟเฟกต์ สุดอลังการ

8. เจมส์ย้ำอีกครั้งว่าภาพยนตร์ เรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์อนิเมชั่นแต่เป็นภาพยนตร์ที่คนแสดงจริงๆ แต่ใช้ CGI กราฟฟิกเข้าช่วยให้สมจริงเข้าช่วย โดยแต่ละฉากที่ท่านเห็นคือคนแสดงจริงๆ และใช้เครื่องมือที่จับหน้าตา ท่าทาง การแสดงออกซึ่งรวมถึงแววตา และรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาหรือการเกร็งของริมฝีปาก ของนักแสดงก็สามารถเห็นได้อย่างละเอียดยิบ มาขึ้นบนจอและใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเขาช่วยแปลง การที่แคเมรอนต้อง ลงทุนทำถึงขนาดนี้ เพราะต้องการให้คนที่แปลงเป็นชาวต่างดาวนั้นไม่ต้องเสีย เวลาทำเมคอัพและแต่งตัวเพื่อแสดงวันละ 4-5 ชั่วโมงทุกๆ วัน เพื่อให้การแก้ไขรูปลักษณ์สุดท้ายสามารถทำได้ง่ายในคอมพิวเตอร์ โดยคาแมรอน บอกว่าสามารถควบคุมอากาศพระอาทิตย์ขึ้นลงได้เหมือนเป็นพระเจ้า

9. ภาษาต่างดาวของชาวนาวีที่พูดๆกันในเรื่องไมได้พูดมั่วๆ ติ๊ต่างขึ้นมาเอง เพราะคนอย่างคาแมรอนจ้างศาสตราจารย์ทางด้านภาษาศาสตร์ จากแคนาดา ให้สร้าง ภาษาต่างดาวใหม่ของชาวแพนดอรา ขึ้นมาตามหลักแกรมม่าและหลักภาษาสากล

10. หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาให้เป็นสามมิติแบบเรืองแสง คนดูจะหลุดเข้าไปในโลกแพนโดราที่มีพระเอกหล่อล่ำ แซม วอร์ทิงทัน ที่แสดงในคนเหล็ก 4 แสดงนำ

11. คาแมรอน เองบอกว่า ตนจะได้เงินคืนเมื่อมีคนดูรายได้ พันล้านเหรียญดังนั้นจึงจะต้องให้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วโลกฉายพร้อมกัน แต่จะดูให้เด็ดที่สุดต้องดูแบบสามมิติบนจอยักษ์ไอแมกซ์เท่านั้น และเชื่อว่าจะมีคนดูซ้ำหลายๆ รอบเพื่อเก็บรายละเอียดหนังที่ฉายบนจอยักษ์เท่าตึกแปดชั้น และมั่นใจสุดยอดว่า เงินพันล้านเหรียญจะได้มาชิวๆ จึงเซ็นสัญญากับนักแสดงทั้งหมดอีก 2 ภาคต่อ เตรียมออกเป็นหนัง ไตรภาคเพื่อแข่งกับ สตาร์วอรส์ และ เดอะ แมทริกซ์

12. เอาล่ะอ่านมาถึงข้อนี้ ถ้าหากต้องการชมภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่เรื่อง AVATAR ให้อลังการ แนะนำกันเลยว่า...ต้องชมบนจอไอแมกซ์เท่านั้นถึงจะสะใจคอหนัง แต่ก็ต้องจองตั๋วล่วงหน้ากันล่ะที่ ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ อย่ารอช้าเพราะลองย้อนกลับไปในครั้งที่ Transformers ภาค 2 เข้าฉายที่ไอแมกซ์ เพียง 2 สัปดาห์แรกก็เต็มทุกที่นั่ง อย่างว่านะ...เมืองไทยมีไอแมกซ์แค่โรงเดียว

TICKET INFORMATION
สถานที่ฉาย กรุงศรีไอแมกซ์ ชั้น 5 พารากอน ซินิเพล็กซ์
ที่ตั้งสถานที่ สยามพารากอน ถ.พระราม 1 เขตปทุมวัน
วันฉาย
วันพฤหัสบดีทีี่ 17 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป
รอบฉาย วันพฤหัสบดีที่ 4 - วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553
วันฉาย
เวลาฉาย
พฤหัสฯ
17.40 / 20.50 / 23.55
ศุกร์
17.40 / 20.50 / 23.55
เสาร์
17.00 / 20.10 / 23.20
อาทิตย์
17.00 / 20.10 / 23.20
จันทร์
17.40 / 20.50 / 23.55
อังคาร
17.40 / 20.50 / 23.55
พุธ
17.40 / 20.50 / 23.55
*โดยรอบการฉายจะอัพเดททุกสัปดาห์*
จำหน่ายบัตร
ตั้งแต่ วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป
(เริ่มจำหน่ายบัตรวันแรกเวลา 10.00 น.)
 
บัตรราคา 350 บาท
ผังที่นั่ง
หมายเหตุ :
** พิเศษ!! ซื้อบัตรภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2552 ได้ในราคาเพียง 300 บาท **

***เด็กสูงไม่เกิน 110 ซม. สามารถนั่งตักได้ ***
THAITICKETMAJOR : Your Ticket to Great Entertainment : English
 
 
บริการแจ้งเตือนบนมือถือ
คลิกอ่านเพิ่ม
0 2262 3456
0 2262 3898
contact_us@thaiticketmajor.com
Register | Login
 
 
 

*ต้องใช้แว่น 3 มิติในการรับชม
แว่นสามมิติไอแมกซ์
เบา สวมใส่สบาย ไม่มึนศรีษะขณะชมภาพยนตร์

เปรียบเทียบขนาดฟิล์มระหว่าง
Widescreen 35 mm. และ IMAX 70 mm.


Standard 35 mm. widescreen


IMAX 70 mm.

 

ลงทะเบียน  เงื่อนไข จุดจำหน่าย  ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา วิธีการซื้อบัตร สถานที่แสดง