EN
TH

Delight ตุรกี 9 วัน 6 คืน

สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์

แผนการเดินทาง

วันที่ 3 พ.ย. 61 : สนามบินสุวรรณภูมิ
20.00
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
23.00 ออกเดินทางโดย สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที TK 69 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง)
วันที่ 4 พ.ย. 61 : เมืองอิสตันบูล - เมืองชานัคคาเล่
05.20
เดินทางถึง สนามบินกรุงอิสตันบูล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร

(เวลาท้องถิ่น ช้ากว่า ประเทศไทย 4 ชม.)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

ชม เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย)

นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเพราะใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ทำเป็นลายดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ

เข้าชม พระราชวังทอปกาปิ (Topkapi Palace) สร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังนี้มีเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ซึ่งภายในพระราชวังทอปกาปิกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุค
 
เข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) ศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึง เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา

นำท่านชม ฮิปโปโดรม (Hippodrome) หรือ สนามแข่งม้าโบราณสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุสใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย เดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) (ระยะทางประมาณ 363 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าและติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว เพราะว่ามีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง  ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร

เมือถึง ท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างและพระอาทิตย์ตก ณ ทะเลอีเจียน และขึ้นฝั่งที่ เมืองชานัคคาเล่ เดิมชื่อ BOGAZI หรือ HELLESPONT มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนล บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ มาร์มาราและอีเจี้ยน ทิศใต้ของเมืองเป็นที่ตั้งของกรุงทรอย (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 45 นาที)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                           
เข้าพัก โรงแรม IRIS HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 พ.ย. 61 : กรุงทรอย - เมืองเพอร์กามัม - วิหารอะโครโปลิส - เมืองคูซาดาซึ
07.00
รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
08.00 เดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy) เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตที่ถูกสร้าง ขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้คนส่วนมากคิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมาและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่19 ได้มีการขุดค้นพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีต ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย (Wooden Horse of Troy) ม้าไม้แห่งกรุงทรอย สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเอง

เดินทางสู่ เมืองเพอร์กามัม (Pergamum) (ระยะทางประมาณ 191กม.เดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลีย ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติกในราวปี 281-133 ก่อนคริสตกาลของราชวงศ์แอทตาลิด ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเมืองเบอร์กามาตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณนี้
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่าน นั่งกระเช้าสู่ด้านบนของยอดเขาโรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง10,000 คน ชมซากโบราณสถานที่ยังคงความสวยงามของอะโครโปลิส (Acropolis) ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่พวกกรีกเข้ามาปกครองที่บริเวณนั้นและมีความเจริญรุ่งเรืองที่เมืองเพอร์กามัมและถัดไปในจะเป็นบริเวณ วิหารเทพเจ้าซุส หรือ เซอุส ตั้งอยู่ซึ่งรูปปั้นเทพเจ้าซุสแห่งนี้ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บในพิพิธภัณฑ์แปร์กามันที่กรุงเบอร์ลินในศตวรรษที่ 19
           
เดินทางสู่เมือง คูซาดาซี (Kusadasi) (ระยะทางประมาณ 408 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองคูซาดาซี แปลว่า “เกาะนก” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี ติดกับชายฝั่งทะเลอีเจียน เป็นท่าเรือสำคัญ เรือที่ล่องทะเลอีเจียนจอดที่คูซาดาซึเพื่อให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเมืองเอเฟซุส นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองตากอากาศและเล่นกีฬาทางน้ำที่นิยมแพร่หลาย ทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่ออีกด้วย

จากนั้น เดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการเมนูบุฟเฟ่ต์

พักโรงแรม ROYAL PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 6 พ.ย. 61 : บ้านพระแม่มารี - เมืองเอฟฟิซุส - เมืองโบราณเอฟฟิซุส - เมืองปามุคคาเล่ 
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 เดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House Of The Virgin Mary) เล่ากันว่าพระแม่เสด็จมาเอฟิซุสกับนักบุญจอห์นในปีค.ศ.37 และ48 และสิ้นพระชนม์ลงที่นี่ปัจจุบันที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงสวด ภายในมีรูปบูชาที่เล่ากันว่ามีอำนาจในการรักษาโรคได้ พวกชาวกรีกออร์โธด็อกซ์จะมาชุมนุมกันที่โรงสวดในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อฉลองเทศกาลพระแม่มารีเสด็จสู่สวรรค์ สำนักวาติกันถือว่าที่นี่เป็นอารามแห่งหนึ่ง

ชม ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้า
                       
นำท่าน ชม เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อ สมัย 2,000 ปีที่แล้ว ชม โรงละครกลางแจ้ง ที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ เช่น คอนเสิร์ตของฮูลิโอ อิงเกลเซียส ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ บ้านเศรษฐี ในสมัยก่อนที่ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย เดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) (ระยะทางประมาณ 198 กม. เดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
“ปามุคคาเล่” ถือเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลมาจากภูเขาทางทิศเหนือ ผ่านมายังบริเวณนี้เป็นเวลานับพันปี น้ำแร่ร้อนนี้มีส่วนผสมของแคลเซียมอ๊อกไซด์หรือแร่เกลือชนิดหนึ่ง น้ำแร่ที่นี่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส เมื่อน้ำแร่เย็นตัวลงได้ตกผลึกเป็นสีขาวโพลนปกคลุมเขาทั้งลูก ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และจาการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก
เย็น เดินทางถึง เมืองปามุคคาเล่  

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle)  มหัศจรรย์ปราสาทปุยฝ้ายแห่งตุรกีเมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองโบราณ ฮีราโพลีส”(Hierapolis) ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว190 ปีก่อนคริสกาลใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ที่เป็นต้นธารแห่งปามุคคาเล่ โดยพระเจ้า Eumenes ที่ 2 ในช่วงศตวรรษที่ 2-3 เมืองฮีราโพลีสเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ก่อนจะล่มสลายในศตวรรษที่ 7 จากการโจมตีของอาหรับ..อิสระให้ท่านลงแช่เท้า หรือ ถ่ายรูปตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการอาหารแบบบุฟเฟต์

เข้าพัก โรงแรม PAM THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 7 พ.ย. 61 : ปามุคคาเล่ - อันตาเลีย
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองอันตาเลีย (Antalya) (ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งสามารถย้อนกลับไปประมาณ 150 ปีก่อนคริสตกาล ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนที่ราบชายฝั่งแคบๆ ล้อมรอบด้วยภูเขา และท้องทะเลอันงดงาม จนนักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนให้การยกย่องว่าเป็น ริเวียร่าแห่งตุรกี ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ถือว่ามีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
เมืองอันตาเลีย (Antalya) ชมความงดงามของอนุสาวรีย์โบราณ รวมถึงกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ (Hidirlik Tower) อีกหนึ่งหอคอยที่มีความสำคัญ สร้างจากหินสีน้ำตาลอ่อนเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ หรือ ประภาคารในอดีต เป็นหอคอยทรงกลมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่น และเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง  ปัจจุบันหอคอยล้อมรอบด้วยร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย

นำท่านสู่ ประตูเฮเดรียน (Hadrian’s Gate) ประตูชัยซึ่งสร้างขึ้นตามชื่อของจักรพรรดิโรมันเฮเดรียน (Roman Emperor Hadrian) ในช่วงศตวรรษที่ 2 รูปแบบทรงโค้ง จำนวน 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศตุรกี ชม ท่าเรือโบราณ (Old Harbor) ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยยังคงเค้าโครงเดิมไว้

จากนั้น นำท่าน ล่องเรือชมความงามของอ่าวที่เป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เนี่ยน (Mediteranian Boat Trip) เจ้าของสมญานาม ริเวียร่าแห่งตุรกี ให้ท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดโดยการล่องเรือพาท่านลัดเลาะไปตามหน้าผาต่างๆ ชมน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการเมนูบุฟเฟต์

เข้าพัก โรงแรม RAMADA PLAZA ANTALYA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 8 พ.ย. 61 : เมืองอันตาเลีย - เมืองคัปปาโดเกีย - นครใต้ดินไคมัคลี - ชมโชว์ระบำหน้าท้อง
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 เดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (ระยะทาง 542 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย ระหว่างทางชม คาราวานสไลน์ (Caravansarai) ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน

จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย ชม นครใต้ดินไคมัคลี (UNDERGROUND CITY OF KAYMAKLI) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู  นครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดิน

จากนั้น ให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการเมนูบุฟเฟต์
 
ชมการแสดง ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) อันเลื่องชื่อของตุรกี
                          
พิเศษ! เข้าพัก โรงแรมถ้ำ UCHISAR CAVE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 9 พ.ย. 61 : เมืองคัปปาโดเกีย - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ - อิสตันบูล
05.00 เลือกซื้อทัวร์เสริม ทัวร์นั่งบอลลูน ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 230 ดอลลาร์สหรัฐ

ท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ (ค่านั่งบอลลูนไม่รวมในค่าทัวร์) เจ้าหน้าที่รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาดท่าน ชมความงดงามของเมืองคาปาโดเกียที่เป็นลักษณะของถ้ำที่เกิดจากการทับถมกันของลาวาภูเขาไฟเป็นพันๆ ปี ใช้เวลาบนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง รับใบประกาศนียบัตรโดยกัปตันพร้อมดื่มแชมเปญร่วมกัน ซึ่งการนั่งบอลลูนที่นี่ติดอันดับของโลกที่ไม่ควรพลาด
07.00 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วงปี ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย

นำท่านชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และ โบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) 

จากนั้น อิสระให้ท่านเดินชมถ้ำหิน แวะชม โรงงานอัญมณี และ โรงงานเซรามิค อิสระเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านชม เมืองคัปปาโดเกีย ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขากรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม ผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เก็บภาพความสวยงาม ของเมืองคัปปาโดเกีย
16.30 เดินทางสู่สนามบิน อิสระรับประทานอาหารเย็นที่สนามบิน
18.25 ออกเดินทางโดย สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2015 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)
20.00
เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล จากนั้น เดินทางสู่ที่พัก

เข้าพัก โรงแรม RAMADA ENCORE BAYRAMPASA หรือเทียบเท่า
วันที่ 10 พ.ย. 61 : พระราชวังโดลมาบาชเช่ - อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน - ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ - สนามบิน
07.00 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 นำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Cruise Along the Bosphorus) เป็นช่องแคบขนาดใหญ่ที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ (The Black Sea) กับ ทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาว 32 กิโลเมตร ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบ
               
เข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรม และทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งแผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมอซิทในปีค.ศ.1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะวัฒนธรรม การดำรงชีวิตตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตก พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรป และตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน แขวนในห้องท้องพระโรง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการเมนูอาหารจีน
บ่าย
ชม อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Sarnici) ความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียนแห่งไบแซนไทน์ ในศตวรรษที่ 6 เป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามที่ถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร เสาส่วนใหญ่เป็นแบบไอออนิกและแบบคอรินเทียน การก่อสร้าง มีเสาค้ำยันเรียงรายกว่าสามร้อยต้น เสาที่ต้องไปดู คือ เสารูปดวงตา เขาว่าน้ำตาจากดวงตาเหล่านั้นเพื่อเหล่าทาสนับร้อยที่ตายในการก่อสร้าง และเสาอีก 2 ต้นที่ไม่ควรพลาดชม ได้แก่ เสาที่มีฐานเป็นหัวของเมดูซากลับหัว และเสาหัวเมดูซาตะแคงขวา อุโมงค์เก็บน้ำนี้ถูกลืมไปนานหลายศตวรรษ และมาพบโดยบังเอิญโดย Peter Gylius ชาวฝรั่งเศส ในปี 1545 ขณะที่เขาทำงานวิจัยไบแซนไทน์โบราณในเมือง แต่กว่าจะจัดการและเปิดให้เข้าชมได้ก็เมื่อปี 1987

เยือน ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ (Grand Bazaar)  ตลาดเก่าแก่อายุกว่าห้าร้อยปีแห่งอิสตันบูล สร้างปีค.ศ.1455 อายุประมาณกว่า 500 ปี โดดเด่นทางสถาปัตยกรรม และความกว้างใหญ่ของตลาด มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน มีถนน 65 เส้น ตลาดแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คจุดศูนย์กลางแห่งกรุงอิสตันบูล อาจเป็นเพราะตุรกีตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจากทั้งสองฝั่ง บวกกับความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย
16.00 ท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
20.10 ออกเดินทางโดย สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 64
วันที่ 11 พ.ย. 61 : สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
09.40 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

เงื่อนไข

ตารางเที่ยวบิน เดินทางโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์

ไป
:
กรุงเทพฯ - อิสตันบูล
TK 69
เวลา :
23.00 น. - 05.20 น.
กลับ
:
อิสตันบูล - กรุงเทพฯ
TK 64
เวลา :
20.10 น. - 09.40 น.

อัตราแพคเกจนี้รวม
-
บัตรโดยสารสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ ชั้นประหยัดแบบหมู่คณะ พร้อมภาษีสนามบิน ตามเส้นทางที่ระบุในรายการ
-
โรงแรมที่พัก 6 คืน ตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
-
อาหารตามที่ระบุในรายการ และน้ำดื่มบนรถโค้ชวันละ 2 ขวด/ท่าน
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ
-
รถโค้ชปรับอากาศ นำเที่ยวตามเส้นทางระบุในรายการ มักคุเทศก์ท้องถิ่นภาษาอังกฤษ และหัวหน้าทัวร์ไทย
-
บริการ WIFI บนรถโค้ช
- ประกันอุบัติเหตุแบบหมู่คณะวงเงิน 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 500,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ มินิบาร์ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
-
ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
-
ค่ายานพาหนะท่องเที่ยวนอกเหนือจากรายการ (กรณีผู้เดินทางต้องการชมสถานที่ท่องเที่ยวอิสระหรือรายการเสริม)
-
ค่าธรรมเนียมสัมภาระที่เกินจากสายการบินกำหนด 20 กก./1ใบ/ท่าน
-
สินน้ำใจมักคุเทศก์ท้องถิ่น และพนักงานขับรถ 5 ดอลลาร์/ ท่าน/วัน (รวม 7 วัน 35 ดอลลาร์ ตลอดทริป)
-
สินน้ำใจหัวหน้าทัวร์ไทย (ขั้นต่ำวันละ 100 บาท x 9วัน = 900/ท่าน ตลอดทริป)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบเสร็จในนามบริษัท)

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
-
ชำระมัดจำ 10,000 บาท ต่อที่นั่ง ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการยืนยันที่นั่ง
-
ส่วนที่เหลือชำระก่อน 30 วัน ก่อนวันเดินทาง
-
ระยะเวลาจำหน่าย : วันที่ 14 สิงหาคม - 15 ตุลาคม 2561

เงื่อนไขการยกเลิก
-
กรณียกเลิกการเดินทาง 35 วัน ก่อนวันเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินมัดจำ
-
กรณียกเลิกการเดินทาง ภายใน 30 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าใช้จ่าย 70 % ของค่าทัวร์
- กรณียกเลิกการเดินทาง ก่อนการเดินทางน้อยกว่า 25 วัน ขอสงวนสิทธิ์คิดค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

หมายเหตุ
-
บริษัทฯ ไม่มีนโยบายยกเลิกทัวร์ ในกรณีจำนวนผู้เดินทางไม่ครบ 15 ท่าน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับราคาขึ้นตามจำนวนผู้เดินทางจริง
-
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่างๆ
-
เนื่องจากรายการทัวร์เป็นแบบเหมาจ่าย หากท่านสละสิทธิ์ใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
-
หากสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน หรือมีเหตุการณ์ประการใดที่เกิดขึ้นจากสายการบิน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในทัวร์เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
-
บัตรโดยสารแบบหมู่คณะ คณะต้องเดินทางไปและกลับพร้อมกันไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทาง หรือยกเลิกตั๋วได้



ราคา

-
ปิดการขาย