EN
TH

ทัวร์พลิกชีวิต มัณฑะเลย์ อมรปุระ สะกาย อังวะ มินกุน19-21 มี.ค 63

ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี และสวดมนต์ในวันวสันตวิษุวัต เสริมดวง เปลี่ยนชีวิต ลิขิตชะตากับ อาจารย์กามล คนลิขิตดวง

Itinerary

โปรแกรมทัวร์พลิกชีวิต มัณฑะเลย์ อมรปุระ สะกาย อังวะ มินกุน
ร่วมรับพลังศักดิ์สิทธิ์ในพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดของพม่า
ในวันวสันตวิษุวัต จุดเริ่มต้นแห่งความรุ่งเรืองของปี
เสริมดวง พลิกชีวิต สู่ความรุ่งเรือง กับ อาจารย์กามล แสงวงศ์ คนลิขิตดวง
พิเศษ รับหนังสือชี้ทางชีวิตด้วยไพ่เมเจอร์ พร้อมไพ่เมเจอร์ 22 ใบ และ ใบชะตา เสริมมงคลแบบพม่า
กำหนดการเดินทาง วันที่ 19 – 21 มีนาคม 256

วันที่ 19 มีนาคม 2563 สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ – สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า – เมืองอมรปุระ – เมืองมัณฑะเลย์
09.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
12.15 น. ออกเดินทางโดย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ PG709 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.55 ชั่วโมง)
13.40 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (เวลาท้องถิ่นเมียนมา ช้ากว่า ประเทศไทย 30 นาที) ผ่านพิธีการศุลการกรและรับสัมภาระ ออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่
เมืองอมรปุระ (Amarapura) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ. 2400
สะพานอูเบียน (U Bein Bridge) สร้างขึ้นจากไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ทอดข้ามทะเลสาบตอง ตะมาน ทางตอนใต้ของเมืองอมรปุระ มุ่งตรงไป สู่เจดีย์เจ๊าต่อจี ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ พระเจ้าปดุงโปรดฯ ให้ขุนนางนามว่า อูเบียน เป็นแม่ทัพนายกองงานสร้างสะพานแห่งนี้โดยใช้ไม้สักที่รื้อจากพระราชวังเก่าแห่งกรุงอังวะ จำนวน 1,089 ต้น ที่สร้างไว้เมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว ยาวถึง 1,450 เมตร

เดินทางสู่ มัณฑะเลย์ (Mandalay) อดีตเมืองหลวง และเมืองใหญ่อันดับสองของพม่ารองจากนครย่างกุ้ง สร้างโดยพระเจ้ามินดง ชื่อ “มัณฑะเลย์” มาจากคำว่า “มณฑล” หมายถึง จักรวาล เมืองนี้จึงสร้างเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล เหมาะสำหรับการมาไหว้พระ อธิษฐานขอพร รับพลังจากศูนย์กลางจักรวาลอย่างยิ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Mandalay  Eastern Palace  หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 20 มีนาคม 2563 วันวสันตวิษุวัต เมืองมัณฑะเลย์ – พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี –  เมืองสะกาย – เมืองอังวะ
04.00 น. เดินทางสู่ วัดมหามัยมุนี (Mahamaimuni Temple) ซึ่งแปลว่า วัดปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ สร้างขึ้นในปี 1784 โดยพระเจ้าปดุง หรือ พระเจ้าโบดอพญา เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี ที่อัญเชิญมาจากยะไข่ นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของพม่าและเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถานของพม่า และร่วม พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ทรงเครื่องกษัตริย์ ปางมารวิชัย ตามตำนานเชื่อกันว่า เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทานลมหายใจใส่ลงไปในองค์พระ และยังได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” เพราะพุทธศาสนิกชนได้ปิดทองจนหนาถึง 2 นิ้ว พิธีล้างหน้าพระพักตร์จะมีขึ้นทุกวัน โดยเจ้าอาวาสเป็นผู้ทำหน้าที่นี้เอง
พิเศษสุด รับผ้าขนหนูเช็ดพระพักตร์พระมหามัยมุนี กลับมาบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
08.45 น. เดินทางสู่ เมืองสะกาย ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ เมืองนี้เรียกอย่างไทยว่า จักกาย ชื่อภาษาบาลีว่า ชัยปุระ แปลว่า เมืองแห่งชัยชนะ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสะกาย ลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขาและริมฝั่งแม่น้ำ ประมาณพุทธศตวรรษที่19 มีเจ้าเชื้อสายไทใหญ่เมืองสะกาย นาม สอยุน รวบรวมผู้คนแล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์ อยู่ที่เมืองสะกายหรือสะแกงที่ตั้งปัจจุบัน อยู่ใกล้เนินเขาบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวดีห่างจากมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ประมาณ10 กิโลเมตร สะกายเป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายเจ้าสะโดะมินพญา ได้ชัยชนะจึงข้ามฟากย้ายมาตั้งเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี อันเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา
09.45 น. เดินทางถึง เจดีย์กองมูดอ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าตาลองเมื่อปี พ.ศ.2179 ในวาระเฉลิมฉลองอังวะเป็นเมืองหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุ ที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน นับเป็นเจดีย์สำคัญยิ่งในพม่าเหนือ
10.20 น. นำทุกท่าน ร่วมสวดมนต์ อธิษฐานจิต ขอพรร่วมกัน ต่อหน้าเจดีย์พระเขี้ยวแก้ว นำโดย อาจารย์กามล แสงวงศ์ ในเวลาสิริมงคล ของวันวสันตวิษุวัต ซึ่งเป็นวันที่กลางวันกับกลางคืนนานเท่ากัน เป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกเหนือ คือจุดสงกรานต์ที่อาทิตย์ยกเข้าราศีเมษในโหราศาสตร์สากล ถือเป็นการเริ่มต้นแห่งความรุ่งเรืองของปี
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ สำนักสงฆ์ Tidagu ในอดีตเคยเป็นพุทธสถานที่ประชุมสงฆ์ของโลก  ปัจจุบันเป็นสถานที่เรียนพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์พม่า และยังเป็นพุทธศิลป์ลังกาอันงดงาม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เดินทางสู่ เมืองอังวะ (Innwa) หรือที่เรียกแบบไทยว่า รัตนปุระ (City of Gems) นำท่าน นั่งรถม้าชมเมืองอังวะ ราชธานีโบราณอีกแห่งหนึ่งของพม่า ชมประตูเมืองทางทิศเหนือที่เรียกว่า เกาเซดากา หมายถึงเป็นทางที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปสรงเกศาริมฝั่งน้ำอิรวดี เป็นประตูที่ปัจจุบันมีความสมบูรณ์ที่สุดและใช้เป็นประตูสำหรับทำพิธีสระผมในเทศกาลเตงจาน หรือ เทศกาลสงกรานต์ของชาวพม่า
 หอคอยเมืองอังวะ (Nan Myint) เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังเพื่อใช้สังเกตการณ์ข้าศึก สร้างขึ้นใน พ.ศ.2365 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวใน พ.ศ.2381 หอแห่งนี้เกิดการเอียงตัวแต่ได้รับการบูรณะเป็นโครงสร้างเดิมนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่19

วัดมหาอองมเยบองซาน (Maha Aung Mye Bon San) สร้างโดยพระนางนันมาดอว์เมนุ อัครมเหสีในพระเจ้าพะคยีดอ หรือพระเจ้าจักกายแมง
วัดไม้สักบากะยา (Bagayar Kyaung) สร้างในปี พ.ศ.2386 โดยพระเจ้าพะคยีดอ โดยใช้ไม้สักขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายบนไม้สวยงาม มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักถึง 267 ต้น ที่นี่มีร่องรอยของโยเดียชัดเจน คือไม้แกะสลักรูปครุฑยุดนาค ซึ่งเป็นศิลปะไทยผสมกับพม่า เศียรสวมชฎาเป็นศิลปะอยุธยา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Mandalay  Eastern Palace  หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 21 มีนาคม 2563   หมู่บ้านมินกุน – เมืองมัณฑะเลย์ – สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ – สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก 
นำท่านเดินทางข้ามแม่น้ำอิรวดีสู่ หมู่บ้านมินกุน (Mingun Village) ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำอิระวดี
ระฆังมินกุน หนัก 90 ตัน สูง 3.7 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากระฆังของพระเจ้าซาร์ที่พระราชวังเครมลินในมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย ที่แตกและใช้งานไม่ได้ แต่ที่นี้ยังคงตีได้ และถือว่าเป็นระฆังที่ตีได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เดิมพระเจ้าปดุงให้หล่อน้ำหนักนับแบบพม่าได้ 55,555 วิสส์ (1 วิสส์หนักเท่ากับ 1.63 กิโลกรัม) ทั้งนี้ เลข 5 ถือเป็นเลขมงคลของพม่า
เจดีย์มินกุน (Mingun Pagoda) เจดีย์นี้สร้างในช่วง พ.ศ. 2333–2340 โดยพระเจ้าปดุง เมื่อสร้างขึ้นไปได้เพียงผนังอาคารยังไม่ได้สร้างหลังคา ได้ยกเลิกการสร้างเพราะโหรทำนายว่า ถ้าสร้างเสร็จ พระเจ้าปดุงจะสิ้นพระชนม์ แต่จากซากที่หลงเหลือได้มีผู้คำนวณว่า ถ้าสร้างเสร็จจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจสูงถึง 150 เมตร
เจดีย์ชินบยูเม หรือ เมียะเตงดา สร้างใน พ.ศ.2359 โดยพระเจ้าบายีดอ พระราชนัดดาของพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระชายาพระนามว่า เจ้าหญิงชินบยูเม สถาปัตยกรรมของวัดนี้สร้างตามหลักภูมิจักรวาลทางพระพุทธศาสนา ซึ่งถือเอายอดพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของจักรวาล มีเจดีย์จุฬามณีอยู่บนสุดเหนือเขาพระสุเมรุ และมีเทือกเขาทั้งเจ็ดรายล้อมไว้
สมควรแก่เวลานำท่านล่องเรือกลับสู่ เมืองมัณฑะเลย์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พระราชวังหลวง มัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) เป็นพระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สัก ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย สร้างโดยพระเจ้ามินดง สืบทอดแนวคิดให้พระราชวังเป็นศูนย์กลางจักรวาล รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ใจกลางพระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท ยอดปราสาทหุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกัน 7 ชั้น สูง 78 เมตร ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากถล่มสถานที่แห่งนี้ ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิม ปัจจุบันที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบพระราชวังของเก่าขึ้นมา
วัดวิหารไม้ทองคำ หรือ วัดชเวนันดอ จอง (Golden Palace Monastery หรือ Shwenandaw Kyauang) วิหารไม้หลังนี้แต่เดิมเป็นพระตำหนักของพระเจ้ามินดงในพระราชวังมัณฑะเลย์ และเป็นพระตำหนักที่พระเจ้ามินดงประทับจนสวรรคต เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้ว พระเจ้าสีป่อได้รื้อถวายวัดแห่งนี้ วิหารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตู และหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้า เชื่อว่าแต่เดิมคงปิดทองคำเปลวอร่ามทั้งองค์ ต่อมาทองได้จางหายไป บางส่วนที่เหลือจะอยู่ด้านในที่ไม่โดนแดด ที่นี่คืองานช่างหลวงชิ้นสุดท้ายที่เหลือให้ชม นอกนั้นสูญหายไปหมด แม้ในพระราชวังมัณฑะเลย์ก็ไม่มีเหลือเพราะโดนไฟไหม้หมดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
วัดกุโสดอร์ (Ku Tho Daw Pagoda) หรือวัดเจ้ากุศล สร้างโดยพระเจ้ามินดงเมื่อปี พ.ศ. 2400 คราวเดียวกับการสร้างเมืองและพระราชวังมัณฑะเลย์ เคยเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 ของโลก โดยพระเจ้ามินดงโปรดให้จารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ เป็นอักษรพม่าที่ถอดความมาจากภาษาบาลีบนแผ่นหินอ่อนขนาดใหญ่ 729 แผ่น อีก 1 แผ่นสลักประวัติ และเรื่องราวการทำสังคยานา รวมทั้งสิ้น 730 แผ่น ใช้เวลา 8 ปี ในการแกะสลัก แต่ละแผ่นจะอยู่ในครอบมณฑปตั้งอยู่โดยรอบวัด และได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก” นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ประธาน ซึ่งใช้รูปแบบการสร้างแบบเดียวกับเจดีย์ชเวซิกอง ในเมืองพุกาม ซึ่งรูปแบบเป็นเจดีย์แบบพม่าแท้
ตลาดเซโจ (Zegyo Market) อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าในตลาดท้องถิ่นของเมืองมัณฑะเลย์ ความน่าสนใจของตลาดแห่งนี้ คือ สินค้าพื้นเมืองที่มีราคาไม่แพง อาทิ เครื่องจักสาน, สินค้างานฝีมือต่างๆ, แป้งทานาคา นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทผ้าทอพื้นเมืองสวยๆ ของพม่า ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าลินิน และผ้าลุนตยา ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อที่นี่, หยก, เครื่องหนัง และอาหารทะเล ฯลฯ
16.00 น. เดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์
19.15 น. ออกเดินทางโดย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ PG714 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.55 ชั่วโมง)
21:40 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

Conditions

อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2-3 ท่าน ผู้ใหญ่ พักห้องเดี่ยว
วันที่ 19 - 21 มีนาคม 2563 ราคา ท่านละ 19,000 บาท ชำระเพิ่ม 2,800 บาท

อัตรารวม
  1. บัตรโดยสารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ชั้นประหยัดแบบหมู่คณะ พร้อมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง เส้นทางตามที่ระบุในรายการ
  2. โรงแรมที่พัก 2 คืน ตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
  3. หนังสือชี้ทางชีวิตด้วยไพ่เมเจอร์ พร้อมไพ่เมเจอร์ 22 ใบ และใบชะตาประจำตัว โดย อาจารย์กามล คนลิขิตดวง
  4. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ
  5. รถโค้ชปรับอากาศ นำเที่ยวตามเส้นทางระบุในรายการ พร้อมมักคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์ไทย
  6. อาหาร 6 มื้อ พร้อมน้ำดื่มระหว่างมื้อ
  7. น้ำดื่มระหว่างวันบริการบนรถ ท่านละ 2 ขวดต่อวัน
  8. ประกันอุบัติเหตุแบบหมู่คณะวงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์) 
 
อัตราไม่รวม
  1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ อาทิ มินิบาร์ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  2. ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  3. ค่าธรรมเนียมสัมภาระที่เกินจากสายการบินกำหนด 20 กก./ท่าน
  4. สินน้ำใจมักคุเทศก์ท้องถิ่น และพนักงานขับรถ (500 บาท/ท่าน ตลอดทริป)
  5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบเสร็จในนามบริษัท)
  6. ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง และภาษีสนามบิน กรณีมีการปรับเพิ่มจากสายการบิน
 
เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
  1. ชำระมัดจำ ที่นั่งละ 10,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการยืนยันที่นั่ง
  2. ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 30 วัน
 
การยกเลิก
  1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน คืนค่ามัดจำเต็มจำนวน
  2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำ
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
 
หมายเหตุ
รายการและราคา อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ภัยธรรมชาติ สายการบิน ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ โดยคำนึงถึงการบริการคุณภาพ และความพึงพอใจของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ

Prices

วันที่ 19 – 21 มีนาคม 2563
Adult (Single) 21,800 Baht
Adult (Twin) 2-3 adult per room 19,000 Baht

Start
฿19,000
Travel Date
No. of Rooms

Room 1

Adults
Childs
Extra Bed
Total
฿
0

or purchase via other channel

Call 02 262 3955

ThaiTicketMajor Counters
View counter locations

แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว