ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด
EN
TH

Nepal 6 Days 5 Nights

Thai Airways

  1. Nepal 6 Days 5 Nights

  2. Nepal 6 Days 5 Nights

  3. Nepal 6 Days 5 Nights

  4. Nepal 6 Days 5 Nights

  5. Nepal 6 Days 5 Nights

  6. Nepal 6 Days 5 Nights

  7. Nepal 6 Days 5 Nights

  1. Nepal 6 Days 5 Nights

  2. Nepal 6 Days 5 Nights

  3. Nepal 6 Days 5 Nights

  4. Nepal 6 Days 5 Nights

  5. Nepal 6 Days 5 Nights

  6. Nepal 6 Days 5 Nights

  7. Nepal 6 Days 5 Nights

Itinerary

วันที่ 1 พ.ย. 2560 : สนามบินสุวรรณภูมิ - เมืองกาฐมัณฑุ
08.00
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทย
10.15
เดินทางสู่ เมืองกาฐมัณฑุ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 319 
12.25
ถึง ท่าอากาศยานตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ ประเทศเนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง 
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน 
บ่าย
ชม พระราชวังกาฐมัณฑุ “HANUMANDHOKA OF KATHMANDU DURBAR SQUARE” หรือ พระราชวังหนุมานโธกา (Hanuman Dhoka  Palace or Royal Palace) อาคารแบบยุโรปสีขาว มีหอสูง 9 ชั้นที่เรียกว่า หอพะสันตะปุร์ (Basantapur Tower) พระราชวังนี้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมอันสำคัญในราชวงศ์ จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์(Kathmandu Durbar Square) ประกอบด้วยวัดและปราสาทที่เก่าแก่ ซึ่งแสดงภาพความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนา และวัฒนธรรมของชาวเนปาล เนื่องจากเป็นสถานที่ราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปีพ.ศ. 2522 

ชม วัดกุมารี หรือกุมารี ฆระ (Temple of Kumari or Kumari Ghar) ที่พำนักของ เทพธิดากุมารี (ตามความเชื่อของชาวเนปาล กุมารีคือตัวแทนแห่งพระอุมาเทวี เป็นเทพบริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดบนโลกมนุษย์ ซึ่งคัดเลือกจากเด็กหญิงอายุ 3-5 ปี จากตระกูลศากยะ  หรือตระกูลของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ชาวเนปาลนับถือกุมารีดุจเทพเจ้า และมักจะขอพรให้ประสบความสำเร็จ กุมารีมีหน้าที่ทำพิธีบูชาเทพธิดาแห่งเตาไฟ หรือเทพธิดาแห่งการดำรงชีพ (Living Goddess)  และในช่วงเทศกาลอินทรายาตราที่ เวียนมาปีละครั้งกษัตริย์เนปาลจะมาหากุมารีเพื่อรับพรจากเธอ

ชม กาฐมาณฑป (Kasthamandap) อาคารไม้เก่าแก่ที่สุด และเป็นต้นกำเนิดของชื่อเมืองกาฐมาณฑุ กล่าวกันว่าสร้างโดยกษัตริย์ลักษมีนาสิงห์มัลละ ในต้นศตวรรษที่ 16 และสร้างจากต้นสาละเพียงต้นเดียว

ชม หนุมานโธกา (Hanuman Dhoka) รูปปั้นหนุมานตั้งบนแท่นสูงตรงประตูพระราชวัง มีประชาชนมาสักการะอยู่เสมอเสมือนเทพองค์หนึ่ง

ชม วัดตะเลชุ (Taleju Temple) วัดประจำองค์พระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีความเชื่อว่า เทพตะเลชุ คือเทพที่ปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์ และประเทศเนปาล สร้างโดยกษัตริย์มเหนทรา มัลละ (King Mahendra Malla) ในปี พ.ศ. 2092 สักการะกาฬ ไภราพ (Kala Bhairab) รูปสลักขนาดใหญ่ของพระอิศวรปางดุร้าย เดิมทีนั้นพบที่ทุ่งนาตอนเหนือของตัวเมืองในศตวรรษที่ 18 เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ส่วนมากจะใช้ตัดสินคดีความโดยจะนำคนที่พูดเท็จมาสาบานต่อหน้ารูปสลักแห่งนี้
 
นำท่านสักการะ สถูปสวยมภูนาถ (Swayambhunath) หรือวัดลิง เป็นเจดีย์ของชาวพุทธที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก กล่าวกันว่าน่าจะมีอายุถึง 2,500  ปี  สร้างในสมัยพระเจ้ามานะเทวะ ในปีพ.ศ. 936 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ ส่วนฐานของสถูปซึ่งมีดวงตาเห็นธรรม หรือ Wisdom Eyes ของพระพุทธเจ้าโดยรอบทั้ง 4 ด้าน ตัวสถูปตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ประมาณ 77 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลของหุบเขากาฐมาณฑุ 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมของชาวเนปาลี ชิมอาหารพิเศษ โม โม ลักษณะคล้ายเกี๊ยวซ่าเนปาลแท้ๆ

นำท่านสู่ โรงแรม  Manang  Hotel 
วันที่ 2 พ.ย. 2560 กาฐมัณฑุ - เมืองโพคารา
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม
07.30
เดินทางสู่ เมืองโพคารา (Pokhara) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพการจราจร)
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
15.00
ถึงหุบเขาโภครา เมืองโพคารา (Pokhara) เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตก 200 กิโลเมตร คือ อีกเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศเนปาล เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 รองจากกาฐมาณฑุจากที่นี่จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของ เธาละคีรี (Dhanulagiri) มนะสลู(Manaslu) มัชฉาปุรณะ (Machhapuchher) และ ยอดเขาอรรณาปุรณะ (Annapurana) เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ท่ามกลางวงล้อมของหุบเขาอรรณาปูรณะ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร และเป็นจุดชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยได้ใกล้ที่สุด เนื่องจากห่างจากบริเวณเทือกเขาแค่ 30 กิโลเมตร เป็นทิวทัศน์ ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้ากว่า 8,000 เมตร เมื่อได้สัมผัสยากนักที่จะลืมเลือน และที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินปีนเขาเพื่อพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย
เย็น
นำท่านสู่ โรงแรม เมืองโพคารา อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้านานาชนิดที่เมืองโพคารา   
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ  
วันที่ 3 พ.ย. 2560 : เมืองโพคารา
04.00
นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาซางรางก๊อต “SARANGKOT” เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ ยอดเขามัจฉาปูชเร เทือกเขาหิมาลัยอรรณาปุรณะ ทั้ง 5 ยอด โดยเฉพาะยอดเขาอรรณาปุรณะ 1 ที่สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก ชมวิวของเทือกเขาหิมาลัย และแม่น้ำเซติเป็นฉากหน้าอยู่ด้านล่าง ดูสวยงามยิ่งนัก ท่านจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นเห็นแสงสีทองตัดกับอานาปูระได้อย่างสวยงามยิ่ง พร้อมจิบชา กาแฟอุ่นๆ ในบรรยากาศยอดเขาหางปลา และเทือกเขาที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะ

*** หมายเหตุ ท่านสามารถที่จะเห็นเทือกเขาหิมาลัยตลอดแนวฝั่งตะวันตกหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ***

สมควรแก่เวลานำท่านกลับสู่โรงแรม ระหว่างทางนำท่านแวะสักการะ วัดบินดาบาซินี “BINDHABASANI” วัดฮินดู สร้างในปี 1845 เพื่อถวายแด่เทพธิดาบาวานี ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในเมืองโภครา และเป็นวัดที่ชาวเมืองหรือต่างเมืองนิยมมาแต่งงานกัน ด้วยบริเวณรอบๆวัดจะมีของที่ใช้ในการแต่งงานขายในช่วงของเทศกาลแต่งงาน และมีของสำหรับบูชาเทพธิดาบาวานีขายจัดอยู่ในถาด จะมีมะพร้าวซึ่งแทนสัญลักษณ์ของสัตว์หนึ่งชีวิตใช้สำหรับบูชายัญ ดอกไม้ ผงติกะ ขนม และเฉพาะวันอังคารและวันเสาร์ จะมีพิธีทำบุญหรือถ้าเป็นวันพิธีสำคัญใหญ่ๆ มีการบูชายันด้วยสัตว์เล็กและใหญ่ตลอดทั้งวัน

ชม แม่น้ำเซติ (Seti river) หรือ แม่น้ำนม เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำกังฮารา หรือ แม่น้ำการ์นารี ซึ่งละลายจากหิมะบนยอดเขาอภิ และนามปาในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนอินเดีย เนปาล และจีน แม่น้ำนี้มีเอกลักษณ์พิเศษ คือ มีสีขาวคล้ายน้ำนม ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัยและไหลรอดเข้าไปใต้ดิน แม่น้ำนี้จะไหลผ่านเมืองโภครา ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งที่มีแม่น้ำสายน้ำไหลผ่านใต้ดินของเมืองโภครา ที่นี่จะทดน้ำขึ้นมาให้ไหลไปตามคลองเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตัวแม่น้ำจริงๆไหลอยู่ด้านล่าง 
08.30
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

ชม น้ำตกเดวิส (Devi’s Fall) ตั้งชื่อตามนายเดวิทที่มาเสียชีวิตพร้อมคู่รัก ณ ที่แห่งนี้ น้ำตกแห่งนี้แปลกกว่าที่อื่นตรงที่ต้องชะโงกหน้าก้มลงไปดู เพราะเป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวลงจากลำธารลงสู่ช่องเขาเบื้องล่างลึกลงไปกว่า 100 เมตร นับว่าเป็นน้ำตกที่มีความลึกที่สุด

ชม ค่ายอพยพชาวทิเบต (Tibetan refugee camp) ศูนย์วัฒนธรรมชาวทิเบต เมืองโภครา และเป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นอยู่ของชาวทิเบตในเนปาล ซึ่งอพยพมาทางตอนเหนือของเนปาล ในคราวที่จีนบุกกรุงลาซา ก่อตั้งในปี 1960 โดยการอนุมัติของรัฐบาลเนปาล และด้วยการสนับสนุนของสวิสครอส ปัจจุบันค่ายแห่งนี้ยังคงมีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบต ชมกรรมวิธีผลิตพรมขนสัตว์แบบชาวบ้าน 
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่าน ล่องเรือทะเลสาบเฟวา (Phewa Lake) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่มีภาพสะท้อนของยอดเขามัจฉาปูชเรที่มีรูปร่างคล้ายหางปลานั้นเป็นภาพที่มีมนต์ขลังยิ่งนัก ตรงกลางทะเลสาบเป็นที่ตั้งของวัดบาลาฮี ซึ่งมีสถูปสีขาวชื่อวัดบาลาฮีลอยเด่นตัดกับพื้นน้ำสีเขียวมรกต

นำท่านสักการะ วัดบาลาฮี (Barahi Temple) วัดที่มีเทพธิดาอจิมา เทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองโภครา ทุกวันเสาร์จะมีการบูชายัญสัตว์แด่เทพธิดาลัง
อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ในโภครายามเย็น บริเวณรอบๆ ทะเลสาบมีร้านอาหาร และร้านค้าตั้งเรียงรายแบบเรียบง่าย และเป็นกันเองคอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี
19.00
รับประทานอาหารค่ำ
ค่ำ
พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ โรงแรม เมืองโพคารา
วันที่ 4 พ.ย. 2560 เมืองโพคารา - เมืองกาฐมัณฑุ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม
07.30
ออกเดินทางสู่เมืองกาฐมัณฑุ โดยเส้นทางเลียบไปตามไหล่เขา ระหว่างทางผ่านแม่น้ำ ผ่านหมู่บ้าน ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงาม และวิถีชีวิตชาวชนบทในประเทศเนปาล ที่ยังคงเป็นงดงามแบธรรมชาติ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย
นำท่านสู่ ย่านทาเมล (Thamel) ศูนย์กลางความเจริญของกรุงกาฐมาณฑุ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ ร้านขายของ ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ จึงเป็นจุดพักของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงเนปาลเพื่อการวางแผนท่องเที่ยวในที่ต่างๆ นอกจากนี้ย่านทาเมลยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะสินค้าจำพวกหัตถกรรมพื้นเมือง เครื่องประดับที่ทำจากหินต่างๆ และอุปกรณ์สำหรับการเดินปีนเขา คล้ายกับถนนข้าวสารของเมืองไทย อาทิ ผ้าพาสมีน่า กระเป๋า เสื้อผ้า และของที่ระลึกต่างๆ ซึ่งสามารถต่อรองราคาได้ตามความพอใจ 
เย็น
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย ในย่านทาเมล ซึ่งมีอาหารให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารอิตาเลียน อาหารไทย  และมีหลายภัตตาคารให้ท่านเลือก

เข้าที่พัก โรงแรม ณ เมือง กาฐมัณฑุ Manang Hotel Thamel หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 พ.ย. 2560 เมืองกาฐมัณฑุ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม
เลือกซื้อเพิ่ม
ท่านที่ประสงค์ นั่งเครื่องบินชมเทือกเขาหิมาลัย Mountain Fly  ราคาท่านละ 230 US$  สามารถสำรองที่นั่งของเที่ยวบินโดยแจ้งล่วงหน้ากับไกด์ท้องถิ่น
หมายเหตุ - ถ้าฟ้าเปิดสามารถเห็นตลอดแนวของเทือกเขาหิมาลัยจากเครื่องบิน และเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสได้ทั้งหมด (ระยะเวลาบินประมาณหนึ่งชั่วโมง)


นำท่านสักการะโพธินาถหรือพุทธนาถ (Boudhanath) โบราณสถาน ในพุทธศาสนานิกายมหายานซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล บนเจดีย์มีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า (Wisdom Eyes) ทั้งสี่ทิศ บริเวณรอบวัดเป็นแหล่งชุมชนของชาวพุทธมหายานจากทิเบต ที่อพยพมาเมื่อปีพ.ศ. 2502 สถูปแห่งนี้เป็นสถูปที่เก่าแก่ที่สุดของเนปาล ทั้งยังเป็นสถานที่ที่ผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธกับฮินดู โดยองค์การยูเนสโกได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีพ.ศ. 2522 
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านชม เมืองปาทัน “Patan” หรือ “ลลิตปูร์”  เมืองแห่งศิลปะอันวิจิตรงดงามที่สำคัญ 1 ใน 4 เมือง แห่งหุบเขากาฐมัณฑุที่เป็นหุบเขามรดกโลกตั้งแต่ค.ศ. 1979 สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช รู้จักกันในนาม เมืองแห่งศิลปะและหัตถศิลป์ที่มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักที่ประณีตและงดงามทั้งยังเป็นมรดกโลกที่มีสีสัน และชีวิตชีวาที่เดียวในโลกอีกด้วย จัตุรัสปาทาน ดูร์บาร์ “PATAN DURBAR SQUARE” ที่เต็มไปด้วยปราสาท และ พระราชวังโบราณ ในสมัยศตวรรษที่ 16 - 18

ชม พระราชวังโบราณแห่งเมืองปาทัน “PATAN DURBAR SQUARE”

ชม วัดพระกฤษณะ “KRISHNA TEMPLE” ที่สร้างด้วยหินแกรนิตทั้งหลัง สักการะ วัดทองคำ (Golden Temple) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า วัดหิรัณยะวรรณะ มหาวิหาร (Hiranya Varna Mahavihan) เป็นวัดในพุทธศาสนา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป เป็นที่สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ลักษณะเป็นเจดีย์สูง 3 ชั้น หลังคาของวัดทำด้วยแผ่นทองเป็นเส้นยาวลงมาจรดพื้นดิน ชาวเนปาลสร้างตามความเชื่อที่ว่าจะเป็นเส้นทางเดินไปสู่สรวงสวรรค์ 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ

เข้าที่พัก โรงแรม ณ เมือง กาฐมัณฑุ Manang Hotel  Thamel หรือเทียบเท่า
วันที่ 6 พ.ย. 2560 เมืองกาฐมัณฑุ - สุวรรณภูมิ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม

อิสระตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากให้คนทางบ้านจากร้านค้าบริเวณโรงแรม
10.30
พบกันที่ lobby เพื่อเตรียมออกเดินทางสู่สนามบิน   
13.40
ออกเดินทางโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 320
18.10
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ

Conditions

ตารางเที่ยวบิน เดินทางโดยสายการบินไทย

ไป
:
กรุงเทพฯ - กาฐมัณฑุ
TG 319
เวลา :
10.15 น. - 12.25 น.
กลับ
:
กาฐมัณฑุ - กรุงเทพฯ
TG 320
เวลา :
13.40 น. - 18.10 น.

อัตราแพคเกจนี้รวม
-
บัตรโดยสารชั้นประหยัดแบบหมู่คณะ สายการบินฟลายดูไบ เส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯ - กาฐมัณฑุ รวมค่าภาษีสนามบิน
-
ที่พัก 5 คืน ตามที่ระบุ
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ และรถโค้ชปรับอากาศ ตามรายการที่ระบุ
-
อาหารตามที่ระบุในรายการ พร้อมน้ำดื่ม
-
วีซ่า แบบ on arrival (เตรียมรูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 1 ใบ)
-
ประกันภัยอุบัติเหตุแบบหมู่คณะ วงเงิน 500,000 บาท (บาดเจ็บเข้ารับการรักษา) / 1,000,000 บาท (กรณีเสียชีวิต)

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ มินิบาร์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มสั่งพิเศษทั้งในโรงแรมและร้านอาหาร
-
ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
-
ค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด 
-
สินน้ำใจมักคุเทศก์ หัวหน้าทัวร์ และคนรถ (ขึ้นอยู่กับความพอใจในบริการ) 
-
ค่า Mountain Fly
-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
-
สำรองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วันก่อนเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ ท่านละ 10,000 บาท
-
ส่วนที่เหลือ ชำระล่วงหน้า 45 วันก่อนการเดินทาง 
-
ยกเลิก 30 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์

Prices

1 - 6 Nov 2017
Adult (Single) 45,900 Baht
Adult (Twin) 39,900 Baht

Start
฿39,900
Travel Date
No. of Rooms

Room 1

Adults
Childs
Extra Bed
Total
฿
0

or purchase via other channel

Call 02 262 3955

ThaiTicketMajor Counters
View counter locations