EN
TH

Package ตุรกี Fragrant Rose 9วัน 6คืน TK (PTK03)

สายการบิน TURKISH AIRLINES

Itinerary

วันที่ 1 สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
19.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน TURKISH AIRLINES เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
23.30 น. ออกเดินทางโดย สายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK69
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10.20 ชั่วโมง)
วันที่ 2 สนามบินนานาชาติอิสตันบูล – สนามบินนานาชาติเมืองอิชเมียร์ – เมืองคูซาดาซี - เมืองโบราณเอฟฟิซุส
06.25 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอิสตัลบูล ประเทศตุรกี
08.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอิชเมียร์ (Izmir) โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบิน TK 2312
เดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (Kusadasi) เมืองท่าเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศตุรกี ในอดีตเมืองนี้เป็นเหมือนท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงส่งออกไปทั่วโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) ที่มีความสวยงาม และมีขนาดใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Kusadasi Marina Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว 
วันที่ 3 เมืองคูซาดาซึ – โรงงานผลิตเครื่องหนัง - TURKIST DELIGHT – เมืองเพอร์กามัม – วิหารอะโครโปลิส - เมืองปามุคคาเล่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
โรงงานผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory) ตุรกีเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงอันดับต้นๆของโลก ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกชมผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง และสินค้าพื้นเมือง
ร้านขนม TURKIST DELIGHT ขนมขึ้นชื่อของประเทศตุรกี คนท้องถิ่นเรียก โลคุม (Lokum) เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋าที่ทำจากแป้งและน้ำตาล มักจะมีอัลมอนด์ ถั่วพิสทาชิโอ วอลนัท และแมคคาเดเมียผสม
  เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ศูนย์กลางอารยธรรมเฮโลนิสติกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งด้านวัฒนธรรม การค้าขาย และการแพทย์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  นั่งเคเบิ้ลคาร์ ชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)  ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดินแดนในสรวงสวรรค์ ด้านในเป็นวิหารเทพเจ้าซุส หรือเซอุส ปัจจุบันเหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน วิหารทราจัน ที่เหลือบริเวณของซุ้มประตู และ โรงละครเพอร์กามัม โรงละครยุคโบราณที่ชันที่สุด  ในโลก จุคนได้ถึง 10,000 คน
เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกขึ้นกึ่งสถาปัตยกรรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  
ที่พัก Pamukkale Halici Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 4 เมืองปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองอิสปาร์ต้า - เมืองคอนย่า - พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า
05.00 น. ท่านที่สนใจขึ้นบอลลูน พบกัน ณ ล้อบบี้ของโรงแรม ชมความสวยงามของเมืองปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายท่านละ ประมาณ 240-250 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล **ค่าขึ้นบอลลูนไม่รวมในแพคเกจ***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) หน้าผาสีขาวเหมือนธารน้ำแข็งขั้นบันได เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นจากใต้ดิน ตกตะกอนเป็นหินปูนห่มเนินเขาทั้งลูกมานับพันปีจนกลายเป็นชั้นหินลดหลั่นเหมือนระเบียงหิมะ ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติในปีค.ศ. 1988
สวนดอกไม้เมืองอิสปาร์ต้า (Isparta) (ระยะทางประมาณ 197 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) โดยช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ท่านสามารถชมสวนดอกกุหลาบได้ที่เมืองนี้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  เมืองคอนย่า (Konya) (ระยะทางประมาณ 240 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3ชั่วโมง) อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ชมความงดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง วิถีชีวิตตามชนบท และทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา
พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum)  ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี เชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม เป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เดิมเป็นสถานที่นักบวชทำสมาธิโดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Konya Dunder Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 5 เมืองคอนย่า – เมืองคัปปาโดเกีย – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ - Belly Dance
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
 เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (ระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง) หนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1985 ภายหลังที่ภูเขาไฟระเบิดเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ลาวา เถ้าถ่านที่พวยพุ่งจำนวนมาก เมื่อเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตร กลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ด รูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี
แวะถ่ายรูป คาราวานซาไร (Caravansarai)  จุดพักขบวนสินค้าโบราณในสมัยจักรวรรดิออตโตมันในอดีต
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ (Open Air Museum of Goreme) ซึ่งองค์กรยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้ ให้เป็นมรดกโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง”หรือ Belly Dance เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน(บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดการแสดง)
ที่พัก UCHISAR KAYA CAVE HOTEL โรงแรมสไตล์ถ้ำ หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
***กรณีโรงแรมสไตล์ถ้ำเต็ม บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัดโรงแรมระดับเทียบเท่าให้โดยที่ไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า***
วันที่ 6 เมืองคัปปาโดเกีย – โรงงานทอพรม – โรงงานเซรามิค – โรงงานจิวเวอร์รี่ - เมืองอิสตันบูล
  สัมผัสประสบการณ์ใหม่ นั่งรถ Jeep Safari ลัดเลาะไปตามแกรนด์แคนย่อน ผ่านซอกเขารูปทรงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด แวะให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ เดินทางสู่ จุดชมวิว (Devrent valley) เป็นวิวที่ดีที่สุดของคัปปาโดเกียซึ่งสามารถมองเห็น ปล่องไฟนางฟ้าชนิดต่างๆ ได้ เช่น รูปเห็ด และสัตว์ต่างๆ
(ค่านั่งรถ Jeep Safari ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาโดยประมาณ  80 USD ต่อท่าน กรุณาสำรองที่นั่งกับหัวหน้าทัวร์โดยตรง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

โรงงานทอพรม (Carpet Factory) , โรงงานเซรามิค (Ceramic Factory) และ โรงงานเครื่องประดับ (Jewelly Factory) ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
15.50 ออกเดินทางโดย สายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK2013
17.45 น. เดินทางถึง เมืองอิสตันบูล เดิมชื่อ คอนสแตนติโนเปิล เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ยังเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Golden Way Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 7 เมืองอิสตันบูล – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – พระราชวังโดลมาบาเช่ – ตลาดสไปซ์ – ย่านทักซิมสแควร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส จุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมทะเลดำ กับทะเลมาร์มาร่า มีจุดชมวิวที่สำคัญคือ สะพานแขวนบอสฟอรัสเป็นสะพานให้รถยนต์สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรป และเอเชีย เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวถึง 1,560 เมตร ระหว่างล่องเรือสามารถมองเห็นสถานที่สำคัญ เช่น พระราชวังโดลมาบาเช่ และบ้านเรือนของเศรษฐีตุรกีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตลอดความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. โดยมีความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร
พระราชวังโดลมาบาเช่ สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมซิดในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อนศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาว 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป ประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตา ชม โคมไฟแชนเดอเลียร์ของขวัญจากอังกฤษทำจากแก้วคริสตัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5,000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก พรมที่ราคาแพงที่สุดในโลก เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมียที่ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก หินอ่อนจากอียิปต์ที่นำมาทำห้องอาบน้ำ หรือ เตอร์กิชบาธ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ตลาดเครื่องเทศ (SPICE MARKET) เลือกซื้อของฝากคุณภาพดีในราคาย่อมเยาไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง หรือเตอกิสดีไลท์ สินค้าอันเลื่องชื่อของตุรกีซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
ย่านทักซิมสแควร์ (Taksim Square) ย่านที่คึกคักที่สุดในมหานครอิสตันบลูและเป็นจุดศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งอยู่ในเขตยุโรปของนครอิสตันบูล อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝากของที่ระลึก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  
ที่พัก Golden Way Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 8 เมืองอิสตันบูล – สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน - สนามบินนานาชาติอิสตันบูล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สร้างในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยสุเหร่านี้สร้างใกล้กับโบสถ์เซนต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี *กรุณาแต่งกายสุภาพ และสุภาพสตรีให้เตรียมผ้าคลุมไหล่ไว้สำหรับใช้คลุมศีรษะระหว่างเที่ยวชมสุเหร่าสีน้ำเงิน
ฮิปโปโดรม (Hippodrome) สิ่งก่อสร้างสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคำว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย หมายถึง การแข่งขันม้าใจกลางเมืองมอสโคว์ (Central Moscow Hippodrome) ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังของ ฮิปโปโดรมของกรุงคอนสแตนติโนเปิลในอดีต ปัจจุบันหลือเพียง เสา 3 ต้น คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) เสาต้นที่ 2 คือ เสางู เป็นรูปสลักงู 3 ตัวพันกัน จากเมือง เดลฟี (Delphi) แล้วถูกขนย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อ ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งต้น และเสาต้นสุดท้ายคือ เสา อิยิปต์ หรือเสาโอเบลิส (Obelisk of Thutmose)
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Saint Sophia) หรือ โบสถ์ฮาเจียโซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิมในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ โดยจักรพรรดิคอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างผู้นับถือศาสนาคริสต์ กับศาสนาอิสลาม จนถึงรัชสมัยของพระเจ้าจัสตินเนียน ได้สร้างโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปีค.ศ 1435 พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหาสิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับมากมาย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน (YEREBATAN SARNICI) สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในปี ค.ศ.532 เป็นที่เก็บน้ำสำรองสำหรับใช้ในพระราชวังยามถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง มีความกว้าง 65 เมตร ยาว 143 เมตร มีเสาค้ำหลังคา 336 ต้น แบ่งเป็น 12 แถว สามารถจุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำที่ได้ส่งผ่านมาทางท่อ จากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตร ใกล้กับทะเลดำ โดยเสาคอลัมน์ หัวเสา และฐานเสา นำมาจากซากปรักหักพังของอาคารหลายแห่ง มีเสาทรงแปลกๆ มากมาย อาทิ เสาประดับรูปศีรษะเมดูซ่าที่กลับหัวลงและตะแคงข้าง รวมทั้งเสาหยาดน้ำตาในยุคออตโตมัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติอิสตันบูล
วันที่ 9 สนามบินนานาชาติอิสตันบูล กรุงอิสตันบูล - สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
01.50 น. ออกเดินทางโดย สายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK068
15.05 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ


Coming Soon.
แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว