EN
TH

Wonderful โมรอคโค 11 วัน 8 คืน

สายการบินอียิปต์แอร์

แผนการเดินทาง

วันที่ 7 เม.ย. 61 : กรุงเทพฯ
21.00
คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 เคาน์เตอร์ สายการบินอียิปต์แอร์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับทำการเช็คอิน
วันที่ 8 เม.ย. 61 : กรุงเทพฯ - ไคโร
00.55
ออกเดินทางโดย สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 961 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ช.ม.)
05.05
ถึง สนามบินไคไร ประเทศอียิปต์ (เวลาท้องถิ่นประเทศอียิปต์ ช้ากว่า ประเทศไทย 5 ช.ม.)
08.00 ออกเดินทางโดย สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 847
12.20 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่นประเทศโมรอคโค ช้ากว่า ประเทศไทย 7 ช.ม.) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
บ่าย เดินทางสู่ เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม ชมสุเหร่าหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสานคือ สุเหร่าฮัสซัน ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ
           
จากนั้น นำท่านสู่ ป้อมอูดายา (Odaya) หรือ ป้อมสีฟ้าขาว สถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Mission Impossible เก็บภาพแห่งความประทับใจ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารในโรงแรม
                 
ค้างคืน เมืองราบัต โรงแรม GOLDEN TULIP FARAH หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

(กรุณาเตรียมกระเป๋าเล็กสำหรับค้างคืนเมืองเชพซาอูน 1 คืน เนื่องจากโรงแรมเป็นเนินเขา การยกกระเป๋าใหญ่ยากลำบาก)
 
 
วันที่ 9 เม.ย. 61 : ราบัต - เชฟชาอูน
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่ในโรงแรม
           
ออกเดินทางสู่ เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ช.ม.
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านเดินเล่น เมืองเชฟชาอูน เมืองที่เต็มไปด้วยสีน้ำเงิน ทุกบ้านเรือนบนเนินเขาทาด้วยสีน้ำเงินทั้งเมือง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1471  อิสระเก็บภาพแห่งความประทับใจเดินชมเมืองเล็กๆ และร้านค้าขายสินค้าพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารในโรงแรม
 
พักค้างคืนเมืองเชฟชาอูน โรงแรม PARADOR หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 10 เม.ย. 61 : เชฟชาอูน - โบราณโรมันโวลูบิลิส - เมืองเมคเนส - เมืองเฟซ
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่ในโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) (ระยะทาง 195 กม. ประมาณ 3 ชม.) ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ.1755 แต่ยังคงเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันนี้มีความสำคัญในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองเมคเนส (Meknes) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ (Alawite Dynasty) ได้ชื่อเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบ การทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองเมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการ ผลิตมะกอกไวน์และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

แวะชม ประตูบับมันซู เป็นประตูที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด จากนั้นเดินทางสู่เมืองเฟซตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจาก เชิงเทือกเขารีฟซึ่งเฟสเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีเสน่ห์อันน่าประทับใจ (เดินทางสู่เฟซ 82 ก.ม ประมาณ 1 ชม.)
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านเที่ยวชม เมืองเฟซ (Fes) เมืองหลวงเก่าในศตวรรษที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค นำท่านสู่ จุดชมวิวบนป้อมปราการ ต่อด้วยชม ประตูพระราชวังหลวง แห่งเฟซ (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ นำท่านเดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม.ถึง กว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับ น้ำพุธรรมชาติ เพื่อให้ชาวมุสลิมใด้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ผ่านแวะชม สุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโค

นำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ อนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารในโรงแรม
 
พักค้างคืนเมืองเฟซ โรงแรม BARCELO หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 11 เม.ย. : เฟซ - อิเฟรนเออร์ฟอย์ด - มอร์ซูก้า
เช้า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองอิเฟรน ข้ามเขา Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สวนต้นซีดาร์ ต้นสนขนาดใหญ่ ผ่านเส้นทางความสูง 3,090 เมตร แวะชมบรรยาศเมืองตากอากาศอินเฟรน เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์ของโมรอคโค จากนั้นเดินทางต่อสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย
เดินทางผ่าน เมืองออร์ฟอย์ด เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้า ที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดาน บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาเดดส์ (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางโดยรถ 4x4 เข้าสู่ทะลทรายซาฮารา (หากรถบัสสามารถขับเข้าทะเลทรายได้ ไม่ต้องเปลี่ยนรถ)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย 
 
พักผ่อนค้างคืนโรงแรมกลางทะเลทราย NOMADE PALACE หรือเทียบเท่า
           
สำหรับท่านที่ต้องการสัมผัสการนอนเต้นท์แทนนอนโรงแรมในทะเลทรายซาฮาร่า กรุณาแจ้งล่วงหน้าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
**หมายเหตุ** เต้นท์เป็นห้องน้ำรวม เต้นท์ไม่มีฮีทเตอร์ หรือแอร์-พัดลม มีเพียงผ้าห่มหลายผืนเพื่อกันความหนาวในทะเลทราย
 
วันที่ 12 เม.ย. 61 : เมอร์ซูก้า - ทินเฮียร์ - ทอด้าจอร์จ วอซาเซท
เช้าตรู่
ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า (ราคารวมค่าขี่อูฐ)
       
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองทินเฮียร์ แวะชม โอเอซิส Tinerhir ท่ามกลางความแห้งแล้งยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม และเคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท

จากนั้นเดินทางสู่ ทอด้าจอร์จ ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำใสไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตา และเป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เดินทางสู่ เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เมืองที่ถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว - ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย. - เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซทอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารในโรงแรม
 
พักค้างคืน เมืองวอซาเซท โรงแรม IBIS หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว 

วันที่ 13 เม.ย. 61 : วอซาเซท - มาราเกซ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

นำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า ที่อยู่รายรอบจัตุรัส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ Fantasia ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอคกัน ที่รอต้อนรับท่านด้วยอาหาร และการแสดงพื้นเมือง
               
พักค้างคืน เมืองมาราเกช โรงแรม LES JARDINS DE L’AGDAL หรือเทียบเท่า

วันที่ 14 เม.ย. 61 : สวนจาร์ดีน มาจอแรล - มัสยิด คูตูเบีย - พระราชวังบาเฮีย - เอซาเวร่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางพาท่านไป ชมสวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม

นำท่านชม มัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque)  ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร)

นำท่านเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุคกษัตริย์ในอดีต  สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกแบบเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ตัวพระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้นมีการวาดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสดเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

เดินทางสู่ เมืองเอซาเวร่า ระหว่างทางท่านอาจพบ แพะต้นไม้ แวะถ่ายรูปกับแพะต้นไม้ที่ปีนขึ้นไปกินลูก
ออร์แกนอันโด่งดังของโมรอคโค  เอซาเวร่า หมายถึง รูปภาพ เมืองเล็กๆ ที่ทุกมุมสวยดังภาพวาด เป็นเมืองริมขอบมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีเสน่ห์ ในเขตเมืองเก่ามีกำแพงเมืองเก่าขนาดหนาซ้อนกันเพี่อป้องกันพายุร้อน ชมพระอาทิตย์ตกชายฝั่งมหารสมุทรแอตแลนติกที่ ป้อมปราการเมือง SHALA DE LAVILLE จุดยุทธศาสตร์ของเมือง เก็บภาพแห่งความประทับใจที่ สะพานปลาเมืองเอซาเวร่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ 
                 
พักค้างคืน เมืองเอซาเวร่า โรงแรม ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ 15 เม.ย. 61 : เอซาเวร่า -  คาซาบลังก้า 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

เดินทางเลาะเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปยัง เมืองเอลจาดีด้า (El Jadida) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.50 ชั่วโมง) เมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนอ่าวชายฝั่งทะเลแอตแลนติค เคยเป็นเมืองท่าที่สําคัญของโมรอคโคที่ทําการค้ากับชาวฟินีเชียน เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2004
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า (ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ช.ม.) ชมเมือง คาซาบลังก้า หมายถึง บ้านสีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก เป็นเมืองท่าและเคยใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca ปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโค ชม จัตุรัสสหประชาชาติ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสําคัญของเมืองคาซาบลังก้า

นำท่านเข้าชมด้านใน สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (รวมค่าเข้าชมแล้ว) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเมืองเมกกะ และเมดิน่าแห่งซาอุดิอาระเบีย สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง อิสระชมทิวทัศน์รอบๆ ภายนอกสุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโค
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
                 
พักค้างคืน เมืองคาซาบลังก้า โรงแรม SHERATON HOTEL CASABLANCA หรือเทียบเท่า
วันที่ 16 เม.ย. : คาซาบลังก้า - ไคโร
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  
09.00 ออกเดินทางสู่ สนามบินเมืองคาซาบลังก้า
13.20 ออกดินทางโดย สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 848
19.15 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติไคโร
22.45 ออกเดินทางโดย สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 960 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ช.ม.)
วันที่ 17 เม.ย. : กรุงเทพฯ
12.35 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ 

เงื่อนไข

ตารางเที่ยวบิน เดินทางโดยสายการบินอียิปต์แอร์

ไป
:
กรุงเทพฯ - สนามบินไคโร
สนามบินไคโร - สนามบินนานาชาติคาซาบลังก้า
MS 961
MS 847
เวลา :
00.55 น. - 06.20 น. 
08.00 น. - 12.20 น. 
กลับ
:
สนามบินนานาชาติคาซาบลังก้า - สนามบินไคโร
สนามบินไคโร - กรุงเทพฯ
MS 848
MS 960
เวลา :
13.20 น. - 19.15 น.
22.45 น. - 12.35 น.

อัตราแพคเกจนี้รวม
-
บัตรโดยสารสายการบินอียิปต์แอร์ ชั้นประหยัดแบบหมุ่คณะ ไปกลับเส้นทาง กรุงเทพฯ - คาซาบลังก้า พร้อมภาษีสนามบิน
-
โรงแรมที่พัก 8 คืน
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ
-
รถโค้ชปรับอากาศ นำเที่ยวตามเส้นทางระบุในรายการ
-
มักคุเทศก์ท้องถิ่นภาษาอังกฤษ และหัวหน้าทัวร์ไทย
-
ประกันอุบัติเหตุแบบหมู่คณะวงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)
-
อาหารตามที่ระบุในรายการ
-
น้ำดื่มระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ / น้ำดื่มระหว่างวัน 2 ขวดเล็ก/ท่าน
-
วีซ่าท่องเที่ยวแบบหมู่คณะประเทศโมรอคโค

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ มินิบาร์ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ อาหารที่สั่งเพิ่ม และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ ที่ไม่ได้ระบุในรายการ
-
ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
-
สินน้ำใจมักคุเทศก์ขั้นต่ำ 3$ และคนพนักงานขับรถ ขั้นต่ำ 2$/คน/วัน หรือตลอดทริป 40 USD/ท่าน
-
สินน้ำใจคนจูงอูฐ และสินน้ำใจหัวหน้าทัวร์ตามอัธยาศัย
-
ค่าธรรมเนียมสัมภาระที่เกินจากสายการบินกำหนด
-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
-
ชำระมัดจำ 10,000 บาท สำหรับการจองต่อที่นั่ง อย่างน้อย 45 วันก่อนการเดินทาง
-
ส่วนที่เหลือชำระก่อน 35 วัน ก่อนการเดินทาง
-
กรณีวีซ่าไม่ผ่านการพิจารณาจากทางสถานทูตฯ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่า,   ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง
-
การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันก่อนเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินมัดจำ
-
กรณียกเลิกภายใน 25 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์คิดค่าใช้จ่าย 70 % ของค่าทัวร์
-
กรณียกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์คิดค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
-
ระยะเวลาจำหน่าย : วันที่ 19 มกราคม - 15 มีนาคม 2561

หมายเหตุ
-
กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ และรายการ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสายการบิน โดยจะยึดประโยชน์ของลูกค้าสำคัญ


 

ราคา

-
ปิดการขาย