EN
TH

ตามรอยพ่อของแผ่นดินเยือนถิ่นโครงการหลวง เส้นทางชมซากุระ

เชียงใหม่

แผนการเดินทาง

  

11 ม.ค. 61 : กรุงเทพฯ - จ.เชียงใหม่
19.00
ทุกท่านพร้อมกันที่ หน้าห้างคิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ
20.00
ออกเดินทาง โดยรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น บริการอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม

เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลการเดินทางแล้วเชิญท่านพักผ่อนสบายๆ บนรถ
12 ม.ค. 61 : จ.เชียงใหม่ - ดอยอินทนนท์ - ชมซากุระผลิบานที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง และ เเม่จอนหลวง) - ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี - สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ 
  05.30
คณะเดินทางถึงโรงแรม เชิญท่านปฏิบัติภารกิจ และรับประทานอาหารเช้า
07.45
รถตู้ท้องถิ่น รอรับคณะเดินทางไต่ภูของแนวเทือกเขาอินทนนท์สู่ อ.แม่วาง

เชิญท่านร่วมตามรอยพระบาทก้าวที่ยิ่งใหญ่ผ่านการท่องเที่ยว 

นำชม 2 ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง และ แม่จอนหลวง) หนึ่งสถานที่ที่ได้พระบารมีของพ่อหลวง ก่อกำเนิดขึ้นภายหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมายังบ้านขุนวางในปี พ.ศ. 2523 แล้วทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งบริเวณนี้มีการปลูกฝิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการใช้ท้องทุ่งแห่งนี้เป็น “สถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง” ในปี 2525 เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรบนที่สูง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 สถานีทดลองได้ยกระดับเป็น “ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่” โดยมีเครือข่าย คือสถานีเกษตรแม่จอนหลวง จากนั้นในปี 2547 ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ได้มีการรวมพื้นที่งานทดลองต่างๆ  5 แห่งไว้ด้วยกัน โดยมี 2 แห่งได้รับการคัดสรรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร คือ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) และ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง)
09.30
คณะเดินทางถึง ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) 

นำคณะเดินชมสถานที่ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,250 เมตรสภาพพื้นที่ของโครงการ ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่าน คือ แม่น้ำขุนวาง ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง และม้ง มีพื้นที่รับผิดชอบดำเนินงาน 499 ไร่ ครอบคลุม 7 หมู่บ้าน ภายในศูนย์ฯ มีแปลงทดลองปลูก แปลงวิจัย แปลงสาธิตไม้ดอก กล้วยไม้ พืชเมืองหนาว ไม้ผล อาทิ กาแฟ ท้อ บ๊วย สาลี่ เสาวรสฯ และที่สำคัญในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.ยังเป็นสถานที่ให้ ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ให้เวลาท่านได้เดินเพลินชมแปลงพืช ผัก และสวนไม้ดอกเมืองหนาว เดินชิลบันทึกภาพดอกซากุระเมืองไทยที่ออกดอกบานสะพรั่งท้าลมหนาวสูงผลิดอกสีชมพูสะพรั่งโชคดีอาจเห็นดอกสีขาวให้ได้ชื่นชมสวยงามเป็นแนวยาวริมฝั่งถนนกว่า 100 เมตร
11.30
รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารของโครงการหลวงขุนวาง อร่อยทั้งคาวหวาน
12.30
ออกเดินทางขึ้นเขาต่อไปอีก 7 ก.ม.

นำคณะเข้าชม ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) มีพื้นที่อยู่ในหมู่บ้านม้งขุนแม่วาง อ.แม่แจ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 1,250 ไร่ มีแปลงทดลองปลูกผลผลิตไม้เมืองหนาวต่างๆ แปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดเมียนัท (ในอดีตก็นำกิ่งพันธุ์จากที่นี่ไปปลูกที่ ดอยตุง และ จ.เลย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ทราบว่า คือ แหล่งปลูกมะคาเดเมียออกจำหน่ายที่มีชื่อเสียง และได้ผลผลิตเป็นที่ติดตลาด) มีแปลงทดสอบพันธุ์เสาวรส แปลงเกาลัดจีน ท้อ, พลัม แปลงวิจัยชาพันธุ์ต่างๆ ทั้งชาจีนและชาเขียว ที่นี่มีโรงแปรรูปชา (ส่วนนี้โครงการหลวงดูแล) ชิมชารสเยี่ยมจากยอดดอย และขาดไม่ได้ต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่กำลังออกดอก (ที่นี่มีขนาดลำต้นใหญ่กว่าที่ขุนวางมากเพราะปลูกก่อน) รวมถึงนางพญาเสือโคร่งสีขาวที่อยู่ตรงมุมศาลาชมวิวก็กำลังออกดอกแน่นต้น ลองนึกย้อนถึงเมื่อก่อนแถวนี้เป็นไร่เลื่อนลอยปลูกฝิ่น จนเมื่อพ่อหลวงเสด็จฯ แล้วให้นึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนแผ่นดินไทยในทุกหย่อมหญ้า
14.30
ออกเดินทางลงจากยอดดอยลัดเลาะขุนเขาผ่านขุนวางอีกครั้งมุ่งหน้าสู่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์ หรือ “ศูนย์รองเท้านารี” เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ที่มีความสวยงามแต่ใกล้จะสูญพันธุ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บ้านขุนกลาง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง ที่นี่นอกจากจะเป็น ศูนย์แห่งเดียวของโลกที่เน้นการศึกษาวิจัยกล้วยไม้พันธุ์รองเท้านารีอินทนนท์ ซึ่งเป็นพันธุ์กล้วยไม้ที่ขึ้นเพียงแห่งเดียว คือ ดอยอินทนนท์ ยังได้รวบรวมพันธุ์รองเท้านารีจากทั่วประเทศด้วย ตั้งแต่พันธุ์จากสตูล กระบี่ และกาญจนบุรี มารวมไว้แล้วขยายผลสู่ผู้นิยมเพาะเลี้ยงกล้วยไม้พันธ์รองเท้านารีต่อไป แทนการปล่อยให้ชาวบ้านแอบเข้าป่าไปเก็บมาขายกัน ซึ่งผู้สนใจสามารถซื้อหาในศูนย์แห่งนี้ได้ และในช่วงหน้าหนาวยังมีดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานเป็นสีชมพูสดใส ทั้งที่บานเด่นอยู่ริมโค้งใกล้ทางเข้า และที่พิเศษก็คือเหล่าต้นที่บานอยู่ริมสระน้ำ ซึ่งพวกมันจะออกดอกสีชมพูตัดกับผืนป่าสนสีเขียวสด สะท้อนเงาลงมาในน้ำดูสวยงามน่ายล
16.00
ได้เวลาอันควรนำคณะเดินทางเข้าที่พัก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ (ไม่มีแอร์ / มีเครื่องทำน้ำอุ่น)
16.30
นำสัมภาระเข้าเก็บ ให้เวลาท่านพักผ่อน เดินชมวิว และเลือกซื้อของฝากของโครงการหลวง หรือเพลินเดินเล่นถ่ายภาพ เดินเท้าไปชมสวนเฟิร์น, น้ำตกสิริภูมิ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้านพัก
18.30
รับประทานอาหารค่ำสโมสรอินทนนท์ หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย
13 ม.ค. 61 : ชมซากุระที่พระตำหนักดอยผาตั้ง - ต้อนฝูงแกะที่หน่วยวิจัยผาตั้ง - ตลาดม้ง อ.หางดง - ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง - สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ - อ.เมือง 
 
รับประทานอาหารเช้า ณ สโมสรอินทนนท์ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าแสนสุขสดชื่น
08.30
Check Out รถตู้รอรับคณะเดินทางออกเดินทางไปเที่ยวชมกันต่อที่ พระตำหนักดอยผาตั้ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ดอยผาตั้ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ชมพระตำหนักที่สร้างเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ชั้นเดียวทรงชาเล่ต์ จัดสวนอย่างเรียบง่าย เดินชมเรือนประทับสถานที่แปลพระราชฐานและทรงงานเมื่อครั้งมีการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานพัฒนาบนดอยอินทนนท์และพื้นที่ใกล้เคียง ที่นี่ยังเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยว ในการเที่ยวชมพญาเสือโคร่งบานบนดอยอินทนนท์ ที่อยากเชิญชวนให้ทุกๆ ท่านไปเที่ยวชมกัน ต้นพญาเสือโคร่งถูกปลูกเป็นแนวอยู่ 2 ข้างถนนสลับกับต้นเมเปิ้ล ให้ท่านได้เดินเพลินหามุมประทับใจนอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังสามารถมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์และน้ำตกสิริภูมิได้อีกด้วย
                       
นำท่านเดินทางสู่ หน่วยวิจัยผาตั้ง ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ที่น้อยคนนักจะได้เข้าชม เชิญท่านแปลงร่างเป็น เด็กเลี้ยงแกะ ป้อนหญ้า ป้อนนม ซึ่งแกะเหล่านี้ทางสถานีเลี้ยงไว้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ เพื่อส่งเสริมต่อยอดให้ชาวเขานำไปเลี้ยงเกิดรายได้เสริมจากผลิตภัณฑ์จากขนแกะตลอดจนใช้เป็นอาหาร
10.30
สิ้นสุดกิจกรรมนำคณะไปแวะช้อปปิ้งที่ ตลาดม้ง เลือกซื้อผลผลิตพืชผัก-ผลไม้เมืองหนาวตลอดจนสินค้าทำมือ
12.00
รับประทานอาหารกลางวันที่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
13.00
นำคณะเดินทางลงจากดอยมุ่งหน้า อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เพื่อตามรอยพระบาทล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่เสด็จพระราชดำเนินเพื่อเยี่ยมเยือนพสกนิกรตามรอยก้าวที่ยิ่งใหญ่ผ่านการท่องเที่ยว
15.00
คณะเดินทางถึง สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ ต้อนรับคณะให้ชื่นใจด้วยน้ำอโวคาโด้ปั่น / พีชปั่น /ชาสมุนไพรสด ก่อนให้ท่านได้เพลินเดินชม สถานที่แห่งนี้เป็นหน่วยย่อยในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง โดยนำหลักวิชาการทางด้านปลูกกุหลาบมารวบรวมไว้ และพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าภายในหมู่บ้านห้วยผักไผ่ ให้กลายเป็นสวนกุหลาบที่มีบรรยากาศสดชื่น เนื่องจากบริเวณแห่งนี้เป็นต้นน้ำภายในสวนกุหลาบมีหลากลายสายพันธุ์ อาทิ กุหลาบเลื้อย กุหลาบหอม นอกจากเป็นจุดชมดอกกุหลาบสวยๆ แล้วที่นี่ยังเป็นจุดที่กระทรวงทรัพยากรแห่งชาติและสิ่งแวดล้อมยกให้เป็นจุดที่มีโอโซนที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
16.00
รถตู้รับคณะชม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ในอดีตพื้นที่ศูนย์แห่งนี้ถือเป็นแหล่งทดลองดอกไม้เมืองหนาวที่สำคัญ โดยเฉพาะกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งชวนดอมดม แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนแนวทางโดยเน้นผักในการเกษตรเป็นหลัก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2521 เพื่อดำเนินการตามกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ให้เกษตรกรในท้องถิ่นนั้นได้มีความรู้ความชำนาญและมีรายได้ที่เหมาะสม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชนเผ่าตลอดจน ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืนพร้อมทั้งได้ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไปการอนุรักษ์ฝืนป่าต้นน้ำ ทดแทนการทำลายพื้นที่ป่าจากทำไร่เลื่อนลอยในอดีต โดยมีหมู่บ้านในพื้นที่รวม 4 หมู่บ้านซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง พื้นที่เป็นเขาลาดชันความสูงจากระดับน้ำทะเล 550-750 เมตร โดยพระองค์ได้เสด็จมาเป็นเยี่ยมราษฏรในปี 2522 เพื่อทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง และได้พระราชทานต้นไม้ให้กับชาวบ้านนำไปปลูก
                                               
ปัจจุบันโครงการนี้แบ่งปันพื้นที่ทำกินให้กับชาวบ้านได้ปลูกผักต่างๆ เพื่อหารายได้ แทนที่ปลูกฝิ่นที่เป็นสารเสพติด ที่นี่เจ้าหน้าที่จะช่วยวางแผนและเป็นที่ปรึกษาการปลูกให้กับชาวบ้านเป็นรายบุคคล โดยดูจากตลาดความต้องการเป็นหลักและควบคุมผลผลิต รวมทั้งดูแลการขายผลผลิตให้กับเกษตรกร เพื่อการันตีรายได้ให้ชาวบ้านนั้นมีรายได้ทุกอาทิตย์
                                               
นำคณะพบบุคคลในเหตุการณ์ “พ่อมอย” ที่มีโอกาสรับเสด็จ จะมาถ่ายทอดเรื่องราวเมื่อครั้งได้เข้าเฝ้า รับพระราชทาน “ต้นสมอจีน”เมื่อครั้งล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 เสด็จมาและเปิดศูนย์พัฒนาแห่งนี้มาในปี 2522 จนมีรายได้พอเพียงที่เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ เมื่อก่อนชาวบ้านแถวนี้มีชีวิตที่ลำบากและปลูกพืชไร่เลื่อนลอย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่พอได้มีศูนย์โครงการหลวงมาเปิด ตนจึงได้เข้าร่วมโครงการ ทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งเป็นต้นสมอจีนตนจึงได้ปลูกไว้และคอยดูแลให้เติบใหญ่ รักษาต้นไม้ที่ในหลวงได้พระราชทานให้ จากนั้นเดินเท้าชมต้นไม้ของพ่อ ต้นที่พ่อมอยเฝ้าคอยดูแลรักษา จากนั้นไปชมแปลงปลูกผักนานาชนิดของชาวบ้านที่ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวง
17.30
รับประทานอาหารที่ สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ อิ่มอร่อยกับเมนูเพื่อสุขภาพ
18.30
หลังอาหาร เดินทางเข้าสู่ตัวเมือง จ.เชียงใหม่
19.30
เข้าที่พัก โรงแรม ดิ เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์ นิมมาน (ห้องแบบ Superior Room)
14 ม.ค. 61 : สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน - กาแล ชมมวลหมู่ไม้ดอกเมืองหนาวหลากชนิด - วัดเกตการาม ขอพรรับขวัญปีใหม่ ปีจอ พ.ศ.2561 - กาดวโรรส 
06.00
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของที่พัก
07.00
เดินทางขึ้น ดอยสุเทพ เปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถ 2 แถวท้องถิ่นที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวเพื่อเดินทางขึ้นชมซากุระบาน ณ สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน เป็น 1 สถานีเกษตรฯ ของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์กาแฟ  ไม้ผลเมืองหนาว เช่น ท้อ พลับ บ๊วย พลัม อะโวกาโด มะคาเดเมีย และไม้ผลกึ่งร้อน ได้แก่ ลิ้นจี่ และในทุกๆ ปีของหน้าหนาวช่วงปลาย ธ.ค-ม.ค. ต้นนางพญาเสือโคร่งหรือที่เรียกกันว่าซากุระเมืองไทย สีชมพูสดจะบานสะพรั่งอวดความงามไปทั่วบริเวณสถานีวิจัย และศูนย์ฝึกแอบซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าดงดอยสีสันสวยงามตัดกับผืนป่าสีเขียวและตลอดแนวถนน เข้าหมู่บ้านให้เวลาท่านได้สัมผัสความงาม และลั่นชัตเตอร์ให้เวลาท่านได้เพลินเดินชมหามุมประทับใจให้เลือกบันทึกภาพถ่ายเก็บไว้ในความทรงจำกันให้เต็มอิ่ม
11.00
รถสองแถวนำคณะเดินทางลงจากดอย
12.30
รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารกาแล
                       
หลังอาหารเชิญท่านเดินชมบรรยากาศและมวลหมู่ไม้ดอกเมืองหนาวหลากชนิด
14.00
ออกเดินทางไป ฝั่งตะวันออกของแม่ปิง
14.30
นมัสการพระธาตุเกษแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีของคนเกิดปีจอตามความเชื่อของคนล้านนา ณ วัดเกตการาม (หรือ วัดเกต) เชิญท่านขอพรรับขวัญปีใหม่ ปีจอ พ.ศ.2561 ตามประวัติวัดบอกว่าสร้างในปี พ.ศ. 1971 สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน กษัตริย์ราชวงศ์มังราย (ครองราชย์ พ.ศ. 1954-1985) พระธาตุวัดเกตเป็นที่ประดิษฐานของพระเกศาธาตุ เดิมชาวบ้านเรียกว่า พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี ถือเป็นการจำลองพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาไว้ในโลกมนุษย์ ดังนั้น จึงสร้างให้ยอดพระธาตุเอียง เพื่อมิให้ยอดชี้ขึ้นไปตรงกับองค์ที่อยู่บนสวรรค์ เพราะถือว่าเป็นการไม่สุภาพ มีความเชื่อตามตำราโบราณที่ว่าคนเราที่เกิดมาในโลกนี้เมื่อสิ้นอายุขัย ดวงวิญญาณจะไปสถิตอยู่ตามพระธาตุเจดีย์ต่างๆ ตามปีที่เกิด และขณะที่ยังมีชีวิตอยู่หากได้ไปนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด ถือได้ว่าเป็นบุญกุศล และทำให้อายุมั่นยืนยาว ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์ ซึ่งรวบรวมสมบัติดั้งเดิมของวัดเอาไว้ และเก็บรักษาดูแลอย่างดี อาทิ ช่อฟ้า ใบระกาซึ่งเป็นไม้แกะสลัก ถ้วยชามฝาจีบ ภาชนะต่างๆ รูปภาพเมืองเชียงใหม่เก่าๆ
15.45
ได้เวลาอันควรนำคณะเดินเท้าข้าม ขัวจันทร์สม (ขัวแขก) ข้ามแม่น้ำปิงไปเลือกซื้อของฝากกันที่ กาดวโรรส
17.00
รถตู้รอรับคณะขึ้นชม วัดพระธาตุดอยคำ ขอพรหลวงพ่อทันใจ และชมวิวเมืองเชียงใหม่
18.30
เดินทางลงจากดอย
19.00
รถตู้ส่งคณะขึ้นรถบัส เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
           
บริการอาหารค่ำแบบกล่องพร้อมน้ำดื่ม แล้วเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
15 ม.ค. 61 : กรุงเทพมหานคร
05.00
รถบัสเดินทางถึง หน้าห้างเซ็นจูรี่ปาก ซอยรางน้ำ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข

อัตราแพคเกจนี้รวม

-
รถบัส เดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ
-
รถตู้ปรับอากาศชำนาญเส้นทางท่องเที่ยวตามโปรแกรม
-
ที่พัก 2 คืน พักห้องละ 2-3 ท่าน
-
อาหารตามระบุ อาหารว่างและเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ตลอดการเดินทาง
-
ค่าธรรมเนียมการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว
-
มัคคุเทศก์และทีมงาน อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง ตลอดจนปราชญ์ ผู้รู้ หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
-
ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองส่วนบุคคล 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุสูงสุด 500,000 บาท
-
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าทิปทีมงาน, ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ของชาวต่างชาติ, ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งนอกรายการ / ค่ามินิบาร์ และอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ ฯลฯ

เงื่อนไขการสำรองที่นั่งและการยกเลิก
-
ชำระค่าบริการเต็มจำนวน ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อยืนยันการสำรองที่นั่ง

หมายเหตุ
-
โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ถือประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
-
โซนห้องพัก ที่นั่งบน รถบัส / รถตู้ จัดตามลำดับการจองและการชำระค่าใช้จ่าย
 
*** บริษัทฯ จะคืนเงินสดให้ผู้เดินทางในวันเดินทาง ***

กรณีจำนวนผู้เดินทางไม่ต่ำกว่า 24 ท่านต่อรถบัส และนั่งรถตู้ 8 ท่านต่อคัน 
ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน คืนเงินท่านละ 600 บาท
เลือกนั่งแถวสุดท้ายของรถตู้ คืนเงินเพิ่มท่านละ 500 บาท

กรณีจำนวนผู้เดินทางไม่ต่ำกว่า 30 ท่านต่อรถบัส และนั่งรถตู้ 6 ท่านต่อคัน
ราคาผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน คืนเงินท่านละ 600 บาท

กรณีจำนวนผู้เดินทางไม่ต่ำกว่า 30 ท่านต่อรถบัส และนั่งรถตู้ 8 ท่านต่อคัน
ราคาผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน คืนเงินท่านละ 1,100 บาท
เลือกนั่งแถวสุดท้ายของรถตู้ คืนเงินเพิ่มท่านละ 500 บาท



ราคา

11 - 15 ม.ค. 61
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว ราคาท่านละ 12,000 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ราคาท่านละ 10,500 บาท

,
เริ่มต้น
฿10,500
วันเดินทาง
จำนวนห้อง

ห้องที่ 1

ผู้ใหญ่
เด็ก
เตียงเสริม
ราคารวม
฿
0

หรือจองผ่านช่องทางอื่น

โทร 02 262 3955

จุดจำหน่ายไทยทิคเก็ตเมเจอร์
ดูสถานที่ตั้งจุดจำหน่าย