EN
TH

คาราวานท่องเที่ยว อีสานแซ่บนัว 4 วัน 3 คืน

เลย ขอนแก่น โคราช

แผนการเดินทาง

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 61 : กรุงเทพฯ - พระธาตุศรีสองรัก - วัดเนรมิตรวิปัสนา - ภูเรือรีสอร์ท
04.30
ทุกท่านพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ทำการลงทะเบียน ทีมงานจากสมาคมฯ คอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวก เรื่องกระเป๋าเดินทาง และ สัมภาระต่างๆ
05.15
ร่วมพิธีเปิดและปล่อยขบวนคาราวานรถโค้ช “มหกรรมคาราวานเที่ยว อีสานแซ่บนัว” จำนวน 49 บัส จากความร่วมมือของ 4 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ
06.00 ออกเดินทางสู่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ (ระยะทางประมาณ 354 กม.)
       
บริการอาหารเช้าแบบสะดวกทานพร้อมน้ำดื่มบนรถ...มัคคุเทศก์แจ้งรายละเอียดข้อมูลการเดินทางแล้วเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
11.30
บริการอาหารกลางวันที่ โรงแรมโฆษิตฮิลล์
12.30
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย (ระยะทางประมาณ 112 กม.)
15.00
นมัสการ พระธาตุศรีสองรัก เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในความรักใคร่ระหว่างประเทศ ไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาตั้งแต่สมัยโบราณทั้งนี้ "สีแดง"อาจเปรียบได้กับ"เลือด"ที่เป็นผลของการทำสงครามดังนั้นคนโบราณจึงมีการห้ามไม่ให้ผู้ที่สวมเสื้อผ้าสีแดงเข้าไปบริเวณองค์พระธาตุจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาจนถึงปัจจุบันด้วยเช่นกัน
16.30
นำคณะเข้าชม วัดเนรมิตรวิปัสนา พระอุโบสถ และเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลังภายในพระอุโบสถตกแต่งไว้ตามแบบศิลปะ ส่วนกลาง มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพรประธานและมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม และได้มรณภาพแล้ว ประดิษฐานอยู่และมีภาพจิตกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบพระอุโบสถนอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการจัดแต่งสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงาม และมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนา คือ "ต้นสาละ" เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ
17.30
นำคณะเดินทางมุ่งหน้า อ.ภูเรือ จ.เลย (ระยะทางประมาณ 38 กม.)
18.10
คณะเดินทางถึงที่พัก ภูเรือ รีสอร์ท หรือเทียบเท่า
18.30
บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหาร แล้วเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 61 : ชมวิวยอดภูรือ - วัดป่าห้วยลาด - พิพิธภัณฑ์ไทดำ - โรงแรมเชียงคานฮิลล์ - ถนนคนเดินเชียงคาน
05.30
รถ 2 แถวท้องถิ่นรับคณะมุ่งหน้าสู่ ยอดภูเรือ ชมบรรยากาศยามเช้าบนยอดภู ชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า
07.30
บริการอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก ให้เวลท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
09.00 เช็คเอ้าท์ แล้วนำคณะเดินทางต่อประมาณ 2 กม. 

นำท่านชมความสงบงามแห่งธรรมของ วัดป่าห้วยลาด เดิมคือ สำนักสงฆ์ห้วยลาดก่อตั้งขึ้นโดยหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้จาริกธุดงค์มาภูคลั่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านห้วยลาด ทางด้านทิศตะวันตก ชาวบ้านห้วยลาดจึงมีความศรัทธาเลื่อมใสจึงได้อาราธนานิมนต์องค์หลวงปู่ชอบ มาตั้งสำนักสงฆ์ห้วยลาด เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา เมื่อตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์แล้ว หลวงปู่ชอบได้พักอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เพื่ออบรมสั่งสอนชาวบ้านห้วยลาดและหมู่บ้านใกล้เคียงระยะหนึ่ง ท่านจึงได้เดินทางจาริกธุดงค์ต่อไป นับจากปี 2483 เป็นต้นมา สำนักสงฆ์ห้วยลาดได้มีครูบาอาจารย์ พระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ได้มาพักเพื่อปฏิบัติธรรมจำพรรษาเป็นประจำทุกปี มิได้ขาด พระอาจารย์อุทัย ฌานุตตโม (อ.ติ๊ก) ได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ห้วยลาดและได้เป็นผู้นำพาชาวบ้านห้วยลาดพัฒนาสำนักสงฆ์ห้วยลาด เดิมมีเนื้อที่ 17 ไร่ และในปี 2538
10.30
ได้เวลาอันควร เดินทางสู่ อ.เมือง จ.เลย (ระยะทางประมาณ 41 กม.)
11.30
รับประทานอาหารกลางวันที่ โรงแรมเลยพาวิลเลี่ยน
12.30
ออกเดินทางประมาณ 45 กม.สู่ชุมชนไทดำ อ.เชียงคาน จ.เลย
13.30
เดินทางถึง แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวไทดำ(ลาวโซ่ง) ณ บ้านนาป่าหนาด หมู่บ้านของคนเชื้อสายไทดำที่มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 900 คน 300 ครอบครัว ที่บรรพบุรุษถูกกวาดต้อนมาจากเมืองพวนเมื่อครั้งไทยยกทัพปราบฮ่อในปี พ.ศ. 2418 เนื่องจากฮ่อยกกำลังมาตีเมืองเชียงขวาง (ปัจจุบัน เป็นพื้นที่ของ สปป.ลาว) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของแคว้นพวน ทางสยามจึงได้จัดทัพให้พระยาภูธราภัยเป็นแม่ทัพคุมกองทัพไปปราบฮ่อ แล้วได้กวาดต้อนผู้คนจากแคว้นพวนอพยพเข้ามาไทยด้วย ชาวไทดำที่ถูกกวาดต้อนในครั้งนั้นเข้ามาตั้งรกรากหลายแห่งด้วยกัน ปัจจุบันมีการตื่นตัวด้านการอนุรักษ์รักษาประเพณี วัฒนธรรม ท้องถิ่น บ้านนาป่าหนาดเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านไทดำเพียงแห่งเดียวในจังหวัดเลย และยังประกอบพิธีกรรมที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ เช่น เสนเรือน หรือภาษาพูด ที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างท่ามกลางวิถีชีวิตสมัยใหม่ พิพิธภัณฑ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด จึงได้ก่อตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. 2555 เป็นบ้านไม้ทรงไทยดำที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบเฉพาะไทยดำ ใช้วัสดุง่ายๆ หลังคาและปีกนก หลังคาบ้านโค้งเป็นกระโจม ยอดจั่วบนหลังคาบ้านประดับด้วยไม้แกะสลักเป็นกิ่งคล้ายเขาควาย หรือเขากวางไขว้กัน เรียกว่า “ขอกุด”  ซึ่งแบ่งตามฐานะและตระกูล ตัวแทนชุมชนกล่าวต้อนรับคณะแล้วเชิญท่านชมการแสดงของชาวไทดำ “เต้นแซปาง ฟ้อนแค และแซไต” จากนั้น นำชมลักษณะของอาคารอันเป็นอัตลักษณ์และความหมายที่สื่อถึง การใช้บันไดของหญิง-ชาย รวมทั้งของใช้ต่างๆ รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต และยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ของชาวบ้าน โดยสามารถชมการทอผ้า และเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้
15.30
เดินทางเข้าที่พัก (ประมาณ 30 กม.)
16.30
นำท่านบันทึกภาพและฟังตำนานบริเวณริมแม่น้ำโขง แก่งคุดคู้ หลัก กม.ที่ 0, ป้ายแก่งคุดคู้, ชวนชิมกุ้งทอด แล้วเดินเท้าเข้าที่พัก เชียงคานฮิลล์ รีสอร์ท ริมแก่งคุดคู้  หรือเทียบเท่า เชิญท่านพักผ่อนคลายอิริยาบถ
17.30
รับประทานอาหารค่ำที่ ครัวนุชา ของที่พัก
18.30
รถบัสรับคณะไปเดินชิลชม ถนนคนเดินเชียงคาน ที่ตั้งของถนนคนเดินเชียงคานอยู่ บริเวณถนนสายล่าง ในตัวอำเภอเมืองเชียงคาน ซึ่งเป็นถนนที่เลียบไปกับแม่น้ำโขง หรือที่เรียกว่า "ถนนชายโขง" ถนนเส้นนี้มีเสน่ห์ที่บ้านเรือนไม้ในบรรยากาศคลาสสิคที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาเยือน 
20.30
รอรับคณะที่จุดนัดหมายเพื่อเดินทางกลับที่พัก เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 61 : ตักบาตรข้าวเหนียว - พิธีกรรมผาสาดลอยเคราะห์ - พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง - โรงแรมโฆษะ งานเลี้ยงต้อนรับคณะมหกรรมคาราวานเที่ยว อีสานแซ่บนัว จาก ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
05.30
ตื่นรับอรุณอันสดใสรถบัสรับคณะไปร่วมชื่นชมวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ อิ่มบุญ ตักบาตรข้าวเหนียว ร่วมกับชาวเชียงคาน สัมผัสกับภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวา น่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงสังคมอันสงบสุขและความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
07.30 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
09.00
ร่วม กิจกรรมทำผาสาดลอยเคราห์ พิธีกรรมโบราณ ชาวเชียงคานปล่อยทุกข์-ลอยโศกเป็นพิธีกรรมโบราณที่ทำสืบทอดต่อกันมานับร้อยปีแล้ว โดยชาวเชียงคานในสมัยโบราณเชื่อว่าหากผู้ใดเห็นสิ่งไม่ดี สิ่งไม่เป็นมงคล หรือมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ประสบเคราะห์ร้ายถึงแก่ชีวิตให้ทำการลอยผาสาดเพื่อเป็นการลอยสิ่งไม่ดีทิ้งไปจะทำให้ชีวิตดีขึ้นมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ร่วมลงมือทำ “ผาสาด” ซึ่งทำจากกาบกล้วย ตกแต่งด้วยกรวยใบตอง และดอกไม้ ส่วนดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งนั้นเป็นขี้ผึ้งหรือเทียน แล้วร่วมทำพิธีลอยผาสาดที่แม่น้ำโขง เพื่อให้สิ่งที่ไม่เป็นมงคลให้ไหลไปกับน้ำสะท้อนให้เห็นถึง พิธีกรรม ความเชื่อที่ผูกพันกับสายน้ำโขงที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชน
10.30
ออกเดินทางมุ่งหน้ากลับไปยัง อ.เมือง จ.เลย
11.30
รับประทานอาหารกลางวันที่ สวนอาหารล้านช้าง  
           
สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย
12.30
เดินทางเข้าสู่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น (ระยะทางประมาณ 168 กม.)
15.30
เดินทางถึง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองโบราณในหุบเขาดึกดำบรรพ์แอ่งที่ราบลุ่มซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยาอันโดดเด่นโอบล้อมด้วยทิวเขาภูเวียง “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง” ก่อตั้งโดยความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น และกรมทรัพยากรธรณี เพื่อศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรธรณีสู่สาธารณชน เพื่อการอนุรักษ์ เพื่อประโยชน์ของสังคมและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน วิทยากรนำชมส่วนจัดแสดงต่างๆ การกำเนิดโลก หิน แร่ ซากดึกดำบรรพ์ และหุ่นจำลองไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ เพลินเพลินกับความรู้ทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจ
17.00
เดินทางสู่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น (ระยะทางประมาณ 82 กม.)
18.00 - 21.00
ร่วมงานเลี้ยงต้อนรับจาก ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

งานราตรีอีสานแซ่บนัว @ขอนแก่น-แดนดอกคูนเสียงแคน ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน เล่นเกมส์รับของที่ระลึก รับประทานอาหารค่ำอิ่มอร่อยจากร้านค้าแม่บ้านหมู่บ้านชุมชน ชมการแสดงวัฒนธรรมอีสานเหนือ-กลาง-ใต้ ร่วมเต้น "อีสานแซ่บนัว" ลุ้นรับรางวัลมากมาย & เที่ยวอีสานลุ้นล้าน...พร้อม ช้อปปิ้ง OTOP จากท้องถิ่นอีสาน
21.00
นำคณะเดินทางเข้าที่พัก โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 61 : วัดทุ่งเศรษฐี - กรุงทพฯ
 
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร
08.00 เช็คเอาท์ แวะซื้อของฝากจากเมืองขอนแก่น
09.00 รถบัสออกเดินทางต่อไปประมาณ 11 กม.ไปชม เจดีย์แห่ง 3 โลกธาตุ
09.30 คณะเดินทางถึง วัดทุ่งเศรษฐี  มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยความคิดริเริ่มที่จะสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงตาอ๋อยหรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงตาย่ามแดง” ก่อนการออกแบบจะเริ่มขึ้นหลวงตาย่ามแดงได้กล่าวว่า เจดีย์นี้เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นแบบนานาชาติ ธิเบต ไทย แขก จีน ฝรั่ง ผสมกัน ไม่ว่าคนชาติไหนมาก็จะเข้าใจศิลปะของมหาเจดีย์องค์นี้ได้ไม่ยาก หลวงตาย่ามแดงให้สร้างเจดีย์นี้ในโครงการที่ชื่อว่า“มหาเจดีย์ 100ล้าน” พร้อมยังกล่าวกับลูกศิษย์ว่าจะมีมหาเศรษฐีพันล้านมาช่วยเป็นธุระรับก่อสร้างให้เมื่อสร้างเสร็จแล้วหลวงตาให้ชื่อมหาเจดีย์องค์นี้ว่า มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ ตั้งอยู่กลางน้ำงดงาม บรรจุพระทันต์แก้วซี่ขวาล่าง พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ และเครื่องสักการะทั้งหลายทั้งปวง นับถือว่าตำแหน่งของพระมหาเจดีย์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง “เจดีย์จุฬามณี” ซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ขวาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กับ “นาคเจดีย์” ในนาคพิภพซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ซ้ายล่าง เมื่อผู้ใดได้มาสักการะพระมหาเจดียืแห่งนี้ก็เท่ากับได้กราบไหว้บูชาเจดีย์ทั้งสามองค์ในสามโลกธาตุในคราเดียวกัน เชิญท่านนมัสการพระพุทธนีลวรรโณศีโลทรัพยุดม หรือ หลวงปู่ดำ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองเหลืองผิวสีดำทรงเครื่องปิดทองประดับพลอยสีต่างๆ ปางสมาธิ ศิลปะแบบลพบุรี ขนาดหน้าตักกว้าง 155 นิ้ว แล้วพาท่านไปชม สวนนรก หลวงตาท่านดำริว่า ผู้คนในยุคหลังๆนั้นห่างไกลจากศีลธรรมขาดความเกรงกลัวต่อบาปกรรม จึงให้จำลองสภาขุมนรกต่างๆไว้ในบริเวณวัดทิศตะวันออกซึ่งประกอบด้วย รูปปั้นพญายม เปรตและนรกห้าขุม แสดงวิบากกรมของสัตว์นรกหมู่ต่างๆอันเกิดจากละเมิดศีลห้าเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของผู้ใหญ่และเยาวชน
11.00 นำท่านเดินทางเข้าสู่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น
12.30 บริการอาหารกลางวัน ร้านไก่ย่างเป็นเอก
13.30 เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร (ระยะทางประมาณ 405 กม.)
         
บริการอาหารค่ำแบบกล่องระหว่างเดินทาง
19.30 ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข

อัตราแพคเกจนี้รวม

-
รถโค้ชปรับอากาศ นำเที่ยวตามเส้นทางที่ระบุในรายการ
-
ที่พักแบบเริ่มต้นของทุกโรงแรม จำนวน 3 คืน (2-3 ท่าน/ห้อง)
-
อาหาร 10 มื้อ + ททท. จัดเลี้ยง 2 มื้อ
-
รถสองแถวขึ้นชมบรรยากาศยอดภูเรือ
-
อาหารว่าง และเครื่องดื่มผ้าเย็น ตลอดการเดินทาง-ข้าวเหนียวใส่บาตรที่เชียงคาน
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ -ค่าบำรุงสถานที่-ค่ากิจกรรมต่างๆ ตามระบุในโปรแกรม
-
ทีมงาน วิทยากร และมัคคุเทศก์ จำนวน 3 ท่าน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ปราชญ์ผู้รู้
-
ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองส่วนบุคคล 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุสูงสุด 500,000 บาท
-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (ในกรณีต้องการใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการชำระเงิน หากแจ้งภายหลังการชำระเงิน ทางบริษัทฯ จะไม่ออกย้อนหลังให้ทุกกรณี

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ของชาวต่างชาติ
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ มินิบาร์ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ท ฯลฯ ที่ไม่ได้ระบุในรายการ
-
อาหารและเครื่องดื่ม ที่สั่งเพิ่มนอกเหนือจากรายการที่กำหนด 
-
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (เฉพาะออกใบกำกับภาษีให้ห้างร้าน บริษัท)

การสำรองที่นั่ง
-
ชำระมัดจำ 3,000 บาท ต่อท่าน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้เดินทาง เพื่อเป็นการสำรองที่นั่ง
-
ส่วนที่เหลือ ชำระ 20 วันก่อนออกเดินทาง

หมายเหตุ
-
รบกวนพิจารณาโปรแกรมโดยละเอียดก่อนทำการจอง 
-
โปรแกรม ที่พัก ร้านอาหาร อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้าทั้งนี้ถือประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
-
เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
-
ระยะเวลาจำหน่าย : วันที่ 27 มกราคม - 22 กุมภาพันธ์ 2561


 

ราคา

1 - 4 มี.ค. 61
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว ราคาท่านละ 8,740 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ราคาท่านละ 6,990 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องสามท่าน ราคาท่านละ 6,990 บาท
เด็ก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม ราคาท่านละ 5,990 บาท

-
ปิดการขาย