EN
TH

สงกรานต์ อีสานแซ่บนัว เยือนอู่อารยธรรมจากเชิงเขาสู่ชายโขง

ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ

แผนการเดินทาง

วันที่ 12 เม.ย. 61 : กรุงเทพมหานคร - จ.ขอนแก่น
19.00
ทุกท่านพร้อมกันที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง เจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกบริเวณพื้นที่โล่งระหว่างชานชลาที่ 4-5
 
บริการอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม เชิญท่านขึ้นรอที่ โบกี้ที่ 2 ของรถด่วนพิเศษ ขบวน 25 “อีสานมรรคา” แบบตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 ซึ่งจะเข้าจอดที่ชานชาลาที่.......
20.00
ขบวนออกเดินทางมุ่งหน้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น

เชิญท่านพักผ่อนคลายอิริยาบถกับการเดินทางโดยรถไฟ (ที่นั่งจับคู่เตียงบน-ล่างไม่สามารถจัดเฉพาะเตียงล่างให้ หากไม่ได้มาด้วยกันขากลับจะทำการสลับเตียงให้ เช่น ขาไปทานได้นอนเตียงล่าง - ขากลับขออนุญาตต้องสลับนอนเตียงด้านบน)
วันที่ 13 เม.ย. 61 : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น - วัดหนองแวง - ร่วมสงกรานต์แบบวิถีอีสานโบราณ พิธีเสียเคราะห์ และ ชมสิมงาม ณ วัดไชยศรี - จ.อุดรธานี
04.17
เดินทางถึง สถานีรถไฟขอนแก่น
05.00
รถบัสรับคณะเดินทางสู่ โรม่า โฮเต็ล ประมาณ 2 กม.
05.15 เดินทางถึง โรม่า โฮเต็ล ให้ท่านได้จัดการภารกิจส่วนตัว (2 ท่าน/ห้อง)

ท่านสามารถเดินเท้าข้ามถนนไปรับประทานอาหารเช้าที่ ร้านเอมโอช (ตามอัธยาศัย) ร้านอาหารเช้าชื่อดังเก่าแก่ของเมืองขอนแก่น เมนูดังขึ้นชื่อ ไข่กระทะ ก๋วยจั๊บญวน เกาเหลาเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยว ฯ หรือเลือกเดินเล่นชมวิถียามเช้าที่ที่ตลาดบางลำภู ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง

08.00
ออกเดินทางจาก โรม่า โฮเต็ล ประมาณ 4 กิโลเมตร
08.15
เดินทางถึง วัดหนองแวง (พระอารามหลวง) ตั้งอยู่กลางเมืองขอนแก่น ริมบึงแก่นนคร เดิมชื่อ “วัดเหนือ” วัดโบราณสร้างคู่เมืองมาตั้งแต่พ.ศ. 2332 นำคณะเข้านมัสการบูชา พระมหาธาตุแก่นนคร พระมหาเจดีย์ 9 ชั้น ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์จำลองแบบจากพระธาตุพนม จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่นเป็น 1 ใน 4 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ตามเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวไหว้พระธาตุอีสาน 4 เมือง เสริมความรุ่งเรืองตลอดชีวิต (ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์) ถือแผ่นดินอีสานตอนกลางเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ตามตำนานพระอุรัง-คธาตุ ตำนานพระเจ้าเหยียบโลก หากท่านใดได้กราบไหว้บูชาแล้วจะเกิดอานิสงส์ : ก้าวหน้ารุ่งเรือง เปรียบดั่งบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
 
ให้เวลาท่านได้เดินชมองค์มหาธาตุซึ่งแต่ละชั้นโดดเด่นด้วยลวดลายของบานประตูและหน้าต่างแกะสลัก บอกเล่าเรื่องราวภาพชาดกและภาพพุทธประวัติ ชั้นบนสุดเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกลางบุษบกและที่ชั้นบนสุดของพระมหาธาตุสามารถชมวิวบึงแก่นนครและทิวทัศน์เมืองขอนแก่นได้อย่างตระการตา
09.30
ได้เวลานัดหมายนำคณะออกเดินทางต่อไปอีก 5 กิโลเมตร

นำคณะเข้าท่องเที่ยว และเรียนรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น พิพิธภัณฑ์ได้บอกเล่ารากเหง้าชาวขอนแก่นเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูล หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของ จ.ขอนแก่น และสถานที่ใกล้เคียงทำให้รู้การวิวัฒนาการของคนรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ จนถึงยุคปัจจุบันเป็นที่รวบรวมวัตถุอันล้ำค่าของภาคอีสาน ภายในบริเวณอาคารมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กำไลงาช้าง ใบเสมาสลักภาพพุทธประวัติ ภาชนะดินเผา ฯลฯ โดยแบ่งสัดส่วนการเข้าชมสองชั้น โดยจัดแสดง

ชั้นล่างด้านขวา แสดงนิทรรศการสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของภาคอีสานตอนบน บอกเล่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ตั้งแต่ 280 ล้านปีก่อน ผ่านยุคไดโนเสาร์ซึ่งมีการค้นพบฟอสซิลอายุ 160 ล้านปีที่ ภูเวียง กระทั่งถึงมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และจัดแสดงโบราณวัตถุที่น่าสนใจ เช่น เครื่องมือหินกะเทาะสมัยสังคม ล่าสัตว์อายุ 1 หมื่นปี ภาชนะดินเผาอายุ 5,600 ปี ขวานสำริดอายุ 4,000 ปี กำไลงาช้างอายุ 4,000 ปี เครื่องประดับทำจากเปลือกหอยทะเลอายุ 2,500 ปี ฯลฯ

ชั้นล่างด้านซ้าย จัดแสดงใบเสมา และชิ้นส่วนศิลปกรรมสมัยทวารวดี เช่น ใบเสมาหินทรายกว้าง 68 ซม. สูง 190 ซม. สลักภาพพุทธประวัติตอนพิมพาพิลาป อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 พบที่เมืองฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์ และใบเสมาหินทรายสลักลายสวยงามอีกหลายชิ้น

ชั้นบน เป็นห้องโถงโหญ่จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมากมาย เช่น พระพุทธรูปสมัยต่างๆ ทั้งของไทย และสปป.ลาว พระพิมพ์ปางแสดงธรรมสมัยทวารวดี พระแผ่นเงินดุนสมัยทวารวดี พระพุทธรูปนาคปรกศิลปะลพบุรี ฯลฯ
11.00
ออกเดินทางประมาณ 2 กม. ไปยัง โรงแรมอวานี ขอนแก่น สถานที่นัดหมายของชาวคณะอีสานแซ่บนัว เชิญท่านเลือกซื้อและเยี่ยมชมการออกร้านและการจำหน่ายของที่ระลึกของผู้ประกอบการภาคอีสานพร้อมชวนชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน
เที่ยง
ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร แซบอีหลีกับเมนูท้องถิ่นของกินพื้นบ้าน

สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
13.00
ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง วัดไชยศรี บ้านสาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น (22 กม.)
13.30
เดินทางถึง วัดไชยศรี เชิญท่านสัมผัสงานสงกรานต์แบบวิถีอีสานโบราณ การอัญเชิญพระพุทธรูปลงสรงน้ำ ก่อเจดีย์ทราย รดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุร่วมพิธีเสียเคราะห์โบราณ เพื่อกำจัดความชั่วร้าย หรือ เหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นกับบุคคล เมื่อทำพิธีนี้แล้วสิ่งชั่วร้ายต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น พร้อมรับบุญกุศลในวันปีใหม่ไทย เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามต่อไป

หลังเสร็จพิธีวิทยากรนำท่านเดินพิศชมงานศิลป์ถิ่นอีสาน “สิม” หรือ “ โบสถ์” แบบอีสานแท้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2408 มีความงดงามของศิลป์สถาปัตย์ของสิมโบราณ และ “ฮูปแต้ม” หรือจิตรกรรม ฝาผนัง ที่เกิดขึ้นจากความศรัทธาอย่างแรงกล้าของ “ช่างแต้ม” พื้นบ้านอีสานที่มีต่อพระพุทธศาสนา มีเอกลักษณ์เฉพาะ งดงามแปลกตาแตกต่างจากจิตรกรรมฝาผนังในภูมิภาคอื่นๆ บรรจงรังสรรค์ทั้งภายในและภายนอกสิม เล่าเรื่องนรก พระเวสสันดรและนิทานพื้นบ้าน
16.30
ออกเดินทางต่อไปยัง  อ.เมือง จ.อุดรธานี (ประมาณ 117 กม.)
18.30
รับประทานอาหารค่ำที่ ศูนย์อาหาร วีทีแหนมเนือง หลังอาหารเชิญท่านเลือกซื้อของฝาก
20.00
เดินทางเข้าที่พัก โรงแรมบราวน์ เฮาส์ โฮเทล ที่พักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สไตล์บ้านไม้ หลังเก่าอีสานระดับมาตราฐานสากล อันเงียบสงบริมหนองเหล็ก เน้นความเรียบง่ายตามการดำรงชีวิตของคนท้องถิ่น และอาศัยจารีตประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานนั่น คือ ฮีต 12 ครอง 14
วันที่ 14 เม.ย. 61 : ศาลเจ้าปู่-ย่า - จ.หนองคาย อ.สังคม เมืองสงบงามริมฝั่งโขง - สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ถ้ำดิน เพียง (ถ้าพญานาค) - พักพิงอิงโขง - เชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมสงกรานต์ปั้นข้าวจี่
 
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
08.30
ออกเดินทางจากที่พักไปเพียง 2 กิโลเมตร

นำคณะเข้าขอพรศาลเจ้าปู่-ย่า ตื่นตาวัฒนธรรมไทย-จีน  ณ ศาลเจ้า ปู่-ย่า และศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ศาลเจ้าปู่-ย่ามีมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2488 เช่นเดียวกับทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทยที่จะมีศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า ที่สำคัญก็คือ ด้วยภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้าจะเป็นหนองน้ำ ด้านหลังของศาลเจ้าคือ เทือกเขาภูพาน ศาลเจ้า ปู่-ย่า จึงนับเป็นศาลเจ้าที่มีความงดงามที่สุดในด้านฮวงจุ้ย มีศาลต่างๆ อยู่รวมกันจำนวน 6 ศาล คือ ศาลเทพยาดาฟ้า-ดิน, ศาลเจ้าปู่-ย่า ซึ่งเป็นศาลประธานตั้งอยู่ตรงกลาง, ศาลเจ้าพ่อหนองบัว, ศาลเจ้าที่, พระสังกัจจายน์ และแงง่วนส่วย หรือ เทพแห่งปราชญ์


บริเวณใกล้กันเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของเมืองอุดรธานี เปิดเป็นทางการเมื่อปี 2556 ก่อสร้างด้วยเงินทุนกว่า 15 ล้านบาท จากความร่วมมือและตั้งใจของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดจัดสร้างให้เป็นศูนย์รวมการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีบรรพชนและหลักปรัชญาต่างๆ ภายในถูกออกแบบเป็นกลุ่มอาคาร ตกแต่งแนวสวนจีนโบราณที่มีความวิจิตรตระการตา จัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานีเมื่อกว่า 120 ปี ผ่านเรื่องราวของธุรกิจการค้า การศึกษา ความเจริญรุ่งเรืองของคนไทยเชื้อสายจีนในอุดรธานีรวมถึงการบอกเล่าถึงความเป็นมาของศาลเจ้าเจ้าปู่-ย่า ผ่านภาพยนตร์สามมิติอันทันสมัยชวนติดตามและงานเทศกาลที่ศาลเจ้าปู่-ย่าที่จัดขึ้นในแต่ละปี ในส่วนของชั้นใต้ดินเป็นที่จัดแสดงเรื่องราวและปรัชญาของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวจีน “ขงจื่อ”รอบตัวอาคารเป็นบ่อน้ำเลี้ยงปลาคาร์ฟ
10.00
เดินทางประมาณ 129 กม.ไปยังอำเภอเงียบสงบงดงามริมฝั่งโขง

พาท่านท่องเที่ยวจากเชิงเขา สู่ชายโขง อ.สังคม จ.หนองคาย เพลิดเพลินชมวิว 2 ข้างทางและฟังเรื่องราวของ “นาคานคร” หนองคาย-บึงกาฬ ฟังเรื่องราวเปิดตำนานพญานาค
12.00
เดินทางถึงที่พัก บ้านไม้ริมโขงรีสอร์ท ที่พักที่ดีที่สุดของ อ.สังคม จ.หนองคาย

รับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของที่พัก หลังอาหารจิบกาแฟกันได้ตามอัธยาศัย

เตรียมชุดพร้อมกิจกรรมลุยๆ เดิน-มุดถ้ำ
13.00
เดินทางสู่ วัดถ้ำศรีมงคล (ประมาณ 25 ก.ม.)
13.30
เดินทางถึง วัดถ้าศรีมงคล เพื่อร่วมผจญภัยเข้าชม “ถ้ำดินเพียง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ถ้ำพญานาค” ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำใต้ดิน และปากทางเข้าถ้ำอยู่เสมอดินในระดับปกติเป็นดังประตูมิติระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาล เป็นเส้นทางที่พญานาคใช้เดินทางกลับสู่ใต้บาดาล และมีความเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่พระธุดงด์ทรงศีลแก่กล้าจากลาวใช้ข้ามฝั่งลอดใต้แม่น้ำโขงเข้ามายังเมืองไทย ภายในถ้ำมีโพรงซึ่งมีลักษณะคล้ายรูอยู่มากมายทั่วบริเวณ โดยแต่ละโพรงสามารถเชื่อมทะลุถึงกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ และขนาดโพรงนั้นก็ใหญ่กว่าตัวคนเพียงเล็กน้อย เหมือนกับเส้นทางการเลื้อยของงูใหญ่หรือพญานาค แถมโพรงเหล่านี้ยังมีน้ำไหลเอื่อยไปตามทางประหนึ่งว่าช่วยให้พวกงูเลื้อยไปมาได้สะดวก อีกทั้งขนาดของเส้นทางก็แคบมาก ไม่สามารถยืนหรือเดินเข้าไปแบบธรรมดาได้ จะต้องก้มตัว มุด ลอด หมอบ คลาน ไปตลอดทาง เรียกว่าต้องเคลื่อนที่ไปให้เหมือนกับงูก็ว่าได้โดยใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 30-45 นาทีเท่านั้น ขึ้นอยู่ว่าจะมุดคลานได้เร็วแค่ไหนส่วนทางออกจะต้องปีนบันไดขึ้นไป และเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับเรื่องเล่าต่างๆ แล้ว ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่า ถ้ำแห่งนี้ต้องเป็นที่อยู่ และที่สัญจรของพญานาค ( ท่านที่ไม่สะดวกร่วมผจญภัยสามารถเดินชมบริเวณวัดได้)

ถ้ำแห่งนี้ยังมีฉายาว่า "ศาลาพันห้อง" ห้องหลักๆ ภายในถ้ำดินที่เปิดให้เดินชมมี 8 ห้อง ห้องแรก เป็นห้องโถงกลาง ทางเข้าห้องโถงจะค่อนข้างแคบแต่ภายในห้องโถงเย็นสบาย และมีไฟสว่าง ก่อนจะเข้าสู่ห้องที่ 2 คือ ห้องหีบศพ บรรจุศพของปู่อินทร์นาคราช พญานาคราชที่ชาวบ้านนับถือ ห้องที่ 3 ห้องเจดีย์ ห้องหีบศพ และแท่นบูชา ห้องที่ 4 ห้องธิดานาคราช เป็นธิดาพญานาคที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าได้มาพบรักกับเจ้าชายแห่งเมืองมนุษย์ ห้องที่ 5 ห้องช้างสามเศียร เป็นอีกจุดที่แคบที่สุดภายในเส้นทางเดินถ้ำ ต้องใช้ความสามารถในการลอดช่องแคบๆ เข้าไป ห้องที่ 6 เป็นห้องพระคัมภีร์ แล้วจึงจะพบ ห้องที่ 7 ห้องโถงทางออก และหากเดินเข้าไปอีกทางหนึ่งใกล้ๆ ทางออกจะพบ ห้องที่ 8 ห้องปฏิบัติธรรม ว่ากันว่าภายในถ้ำแห่งนี้มีห้องเป็นร้อยๆ ห้อง ส่วนที่เป็นเส้นทางเดินที่ว่ามานี้เป็นพื้นที่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของทางเดินทั้งหมดภายในถ้ำ ถ้ำนี้จึงถือเป็นถ้ำมหัศจรรย์ที่มีทางออกไปยังจุดต่างๆ มากมายที่ยังไม่มีใครเคยสำรวจ
15.30
ได้เวลาอันควร เดินทางกลับที่พัก (ประมาณ 24 ก.ม.)
16.00
ให้เวลาท่านผ่อนคลายอิริยาบถ เตรียมนุ่งซิ่นผืนงามไปร่วมงานพื้นบ้านด้วยกัน 
17.00
เดินเท้าชมวิวริมฝั่งโขงไปยัง ลานโพธิ์ริมน้ำโขงบ้านปากโสมลำภูพาน

ชุมชนปากโสม บ้านลำพูพาน ชุมชนเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขงที่ทำให้ทั้งชาวบ้านในท้องถิ่น และผู้มาเยือนต่างตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย สัมผัสวิถีผ่านอาหารท้องถิ่นของกินพื้นบ้าน ชมการทำขนมจีนโบราณ (ข้าวปุ้นฮ้อน) การทำผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ จากผลไม้ท้องถิ่นซึ่งหายากในปัจจุบันอย่าง “หมากหลอด” พืชป่าพื้นบ้านมากคุณค่า พบมากบริเวณพื้นที่มีภูเขาล้อมรอบ ตามทุ่งนาหรือปลูกกันตามบ้านเรือนชนบท บริเวณที่มีความชื้นสูง มีสารโพลีฟีนอล ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ ขับสารที่ไม่พึงประสงค์ และในตัวหมากหลอดยังมีวิตามินเอ มากที่สุด รองลงมาคือ วิตามินอี วิตามินซี และยังมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะมีประโยชน์มีผลดีต่อสุขภาพแก่ผู้สูงอายุมาก มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง สรรพคุณช่วยบารุงหัวใจ บำรุงเนื้อหนังให้สมบูรณ์ คุมธาตุในร่างกาย ช่วยแก้โรคตา แก้อาการคลื่นเหียนอาเจียนแก้อาการปวดศีรษะ ช่วยแก้ไข้พิษ ช่วยขับเสมหะ ฯ
18.00
ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญรับปีใหม่ไทย แล้วร่วมล้อมวงลงโตก

รับประทานอาหารค่ำกับชุมชน เชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมพร้อมอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมรำวงล้อมรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วยกัน
20.30
เดินเท้ากลับที่พัก เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ 15 เม.ย. 61 : จ.อุดรธานี - วัดป่าภูก้อน - จ.หนองคาย - วัดผาตากเสื้อ - จ.บึงกาฬ
 
รับประทานอาหารเช้าในบรรยากาศสดชื่นริมฝั่งโขง เดินเล่นชมวิวเก็บภาพอันประทับใจ
08.30
นำคณะเดินทางสู่ อ.นายูง จ.อุดรธานี
09.30 เดินทางถึง วัดป่าภูก้อน พุทธสถานท่ามกลางธรรมชาติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถสองแถว ขึ้นสู่วัด ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และป่าน้ำโสม อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธารซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน เป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน พระวิหารแกะสลักบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนหินอ่อนขาวถือเป็นผนังพระวิหารที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ พระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพาซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์มี “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาวความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงาม และทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ที่นี่จึงถูกยกให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวอีสานอีกแห่งหนึ่ง 
11.30
เดินทางกลับมาย่านเลียบโขงแถวที่พักอีกครั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย (ประมาณ 37 กม.)
12.15
รับประทานอาหารกลางวันที่ เจ๊นาต้นเดื่อ
13.30
เดินทางสู่ วัดผาตากเสื้อ อ.สังคม จ.หนองคาย (ประมาณ 22 กม.)
14.15
เปลี่ยนการเดินทางเป็นรถสองแถวเพื่อขึ้นสู่วัดซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตบ้านดงต้อง เป็นสถานปฏิบัติธรรม มีจุดชมวิวแม่น้าโขงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน สามารถมองเห็นเมืองริมน้ำโขงอย่างอำเภอสังคม แม่น้ำโขงที่ไหลโค้งไปมาอย่างสง่างาม และสามารถมองเห็นฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน

ปัจจุบันมีการสร้าง สกายวอล์ก (SKY WALK) กระจกใสแห่งแรกของเมืองไทย เป็นจุดชมวิวใหม่ของอีสาน มีลักษณะเป็นทางเดินกระจกใสที่ยื่นออกไปจากหน้าผาบริเวณวัดผาตากเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้า เป็นทางเดินกระจกใสยื่นจากหน้าผาออกไป 6 เมตร สามารถรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 20 คน ใช้วัสดุอย่างดีในการก่อสร้าง และสร้างราวกั้นตลอดแนวสองด้าน ทั้งยังปรับปรุงภูมิทัศน์รอบด้านให้สวยงาม เพื่อให้เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขง UNSEEN แห่งใหม่ของจังหวัดหนองคาย และประเทศไทย 
16.00
ออกเดินทางเลาะเลียบริมแม่น้ำโขงสู่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย (ประมาณ 121 กม.)
18.00
รับประทานอาหารค่ำที่ ร้านริมโขงลาบเป็ด
19.00
เดินทางมุ่งหน้าสู่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ (ประมาณ 92 กม.)
20.00
เดินทางถึง โรงแรมเดอะวัน
วันที่ 16 เม.ย. 61 : จ.บึงกาฬ - หินสามวาฬ - วัดอาฮงศิลาวาส - จ.หนองคาย - ตลาดท่าเสด็จ
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
08.00 ออกเดินทางสู่ ภูสิงห์ บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ (ประมาณ 45 กม.) อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู เนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายทอดตัวไปตามทิศเหนือ-ใต้ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีวิไลกับ อำเภอเมืองบึงกาฬ มีทรัพยากรป่าไม้ที่คงสภาพสมบูรณ์ ภูเขาหินทรายบนภูสิงห์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของเปลือกโลกในลักษณะต่างๆ เกิดการเรียงตัวของก้อนหิน เกิดหน้าผา ถ้ำ กลุ่มหินรูปทรงต่างๆ ลานหิน กระจายทั่วภูสิงห์ ทำให้เกิดความงามตามธรรมชาติลักษณะต่างกัน
09.00
เดินทางถึง ภูสิงห์-บึงกาฬ รถบัสจอดส่งที่ที่ทำการศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 พื้นที่เต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ หน้าผา และถ้า กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เกิดเป็นความสวยงาม
 

นำท่านเปลี่ยนเป็นยานพาหนะเป็นรถกระบะท้องถิ่นชมความงามแบบ Unseen ที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติ ด้านบนเขาจะแวะลงชมเป็นจุดๆ จุดแรกบริเวณลานธรรมเพื่อไหว้ขอพรจาก หลวงพ่อพระสิงห์ ที่ วัดจิตตภาวดีคีรีบรรพต มีลานธรรมขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของก้อนหิน 2 ก้อน มีลักษณะคล้ายสิงโต 2 ตัวหมอบเข้าหากัน จากนั้นนำท่านไปยังจุดสูงสุดชม หินสามวาฬ และ จุดชมวิวถ้ำฤาษี ซึ่งอยู่ใกล้กัน-เดินจากจุดจอด 50 เมตร และ 20 เมตร จากนั้นนั่งรถย้อนกลับทางเดิมชม หินหัวช้าง ซึ่งตรงข้ามเป็น ถ้ำใหญ่ ที่ใช้เป็นโรงพยาบาลของคอมมิวนิสต์ในอดีต-เดินจากจุดจอด 150 ม.และ 200 ม. แวะชม กำแพงหินภูสิงห์ - ประตูภูสิงห์ - หัวใจภูสิงห์ - ส้างร้อยบ่อ ตั้งอยู่ระหว่างทางลง ไฮไลท์ หินสามวาฬ (Tree Rock Whale) ลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูงแยกตัวเป็น 3 ก้อน ว่ากันว่ามีอายุกว่า 75 ล้านปี ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดมหึมาเรียงกัน 3 ก้อน มองจากระยะไกลหรือมองจากภาพถ่ายทางอากาศมีรูปร่างคล้ายฝูงครอบครัววาฬ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน
11.30
เดินทางกลับไปยังตัวเมืองของจังหวัดบึงกาฬ (ประมาณ 45 กม.)
12.30
รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านแม่น้ำ 
13.30
หลังอาหารเดินทางประมาณ 21 กม.เส้นทาง บึงกาฬ-หนองคาย
14.00
เดินทางถึง วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ

เดิมชื่อ "วัดถ้ำคอกม้าชมศิลาป่าเลไลย์" เป็นวัดสำคัญของจังหวัดที่มีกลุ่มหินทรายขนาดมหึมากระจายตัวเต็มพื้นที่วัด ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ ในฤดูน้ำหลาก (กรกฎาคม-กันยายน) กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" จะสามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เป็นจุดเฝ้าชมบั้งไฟพญานาค บั้งไฟฯ ที่พุ่งขึ้นบริเวณนี้จะมีสีแตกต่างจากที่อื่นๆ จึงมีคติความเชื่อกันว่า บริเวณนั้นคือ เมืองหลวงของบาดาลหรือพิภพพญานาค
15.00
เดินทางกลับ อ.เมือง จ.หนองคาย (ประมาณ 115 กม.)
17.00
แวะซื้อของฝากสินค้าราคาถูกจากแถบอินโดจีนทั้งผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้นานาชนิดที่ ตลาดท่าเสด็จ ถ่ายรูปชมทิวทัศน์บริเวณริมแม่น้ำโขงที่ อาคารท่าเสด็จ ชมภาพเก่าเมื่อครั้งในหลวงเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดสะพาน มิตรภาพ ไทย-ลาว ในวันที่ 8 เม.ย. 253
18.30
เดินทางถึง สถานีรถไฟหนองคาย นำคณะขึ้นรถด่วนพิเศษ ขบวน 26 “อีสานมรรคา” ตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 โบกี้ที่ 13
19.10
เดินทางมุ่งหน้าเดินทางกลับกรุงเทพฯ 
 
บริการอาหารค่ำพร้อมเครื่องดื่มแบบสะดวกทานบนรถไฟ (อาหารจะเป็นแบบอุ่นไมโครเวฟ)
วันที่ 17 เม.ย. 61 : กรุงเทพฯ
06.00
เดินทางถึงสถานีหัวลำโพง โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข

อัตราแพคเกจนี้รวม

-
รถบัสปรับอากาศ
-
อาหาร 11 มื้อ
-
อาหารว่างและเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ตลอดการเดินทาง
-
ที่พัก 3 คืน (2 ท่าน/ห้อง)
-
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม-ค่าบำรุงสถานที่ แหล่งท่องเที่ยวตามระบุ
-
ทีมงาน วิทยากร และ มัคคุเทศก์ จำนวน 3 ท่าน และ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ปราชญ์ผู้รู้
-
ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองส่วนบุคคล 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุสูงสุด 500,000 บาท
-
ค่ารถไฟ รถด่วนพิเศษ “อีสานมรรคา” ตู้นอนปรับอากาศชั้น 2
-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ของชาวต่างชาติ
-
ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งนอกรายการ / ค่ามินิบาร์ และอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ
-
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (เฉพาะออกใบกำกับภาษีให้ห้างร้าน บริษัท) ฯลฯ

หมายเหตุ
-
รบกวนพิจารณาโปรแกรมโดยละเอียดก่อนทำการจอง
-
โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้าทั้งนี้ถือประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
-
เมื่อชำระค่าใช้จ่ายแล้ว ไม่สามารถยกเลิกการเดินทางแต่สามารถให้ท่านอื่นเดินทางแทนได้
-
ระยะเวลาจำหน่าย : วันที่ 6 มีนาคม - 4 เมษายน 2561


 

ราคา

-
ปิดการขาย