เงื่อนไข จุดจำหน่าย  ติดต่อเรา เกี่ยวกับบริษัท วิธีการซื้อบัตร สถานที่แสดง
Follow us  
 
 
ชื่อสมาชิก
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน
 
พิมพ์หน้านี้
ตั้งเป็นหน้าแรก
บันทึกลิงก์หน้านี้ !

 
ใหม่!...บริการล่าสุดจาก
Thaiticketmajor
   
บริการใหม่ สะดวกสบาย !!
Mobile.thaiticketmajor.com
Mobile.thaiticketmajor.com




 
00You are here : Home > Concert > GREEN DAY LIVE IN BANGKOK

- - - GREEN DAY LIVE IN BANGKOK - - - / วันอังคารที่ 12 มกราคม 2553 / อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี + + +


LIVE IN BANGKOK


พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!
กับคอนเสิร์ตของสุดยอดวงพั้งก์ร็อคอันดับหนึ่งแห่งยุค
      Green Day พวกเขาจะมาระเบิด ความมันส์ แบบสุดเหวี่ยง
เต็มอิ่มกว่า 2 ชั่วโมง
กับทุกบทเพลงที่คุณอยากได้ยินจากทุกอัลบั้ม !!

+ ขออภัยงดการเข้าชมการซ้อมอุ่นเครื่องของวง +


There will be an opening act for Green Day.
Time and schedule will be confirmed at a later time.
The band is named Prima Donna. 
For more information see their website.
www.primadonnarocks.com

About Green Day
     ก่อนที่ Green Day จะมาเป็น Green Day ได้ในทุกวันนี้ใครจะรู้ว่าพวกเขาทั้ง 3 คนได้ผ่านอะไรมามากต่อมาก ทั้งปัญหาครอบครัว คำวิจารณ์จากเหล่าพวกพ้อง แฟนเพลง เหล่านักวิจารณ์ดนตรี แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และได้ฟันฝ่าปัญหาทั้งหลายจนมายืนหยัดในจุดนี้ได้ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเมื่อ Billie Joe และ Mike Dirnt ได้ตั้งวง "Sweet Children" ขึ้นเมื่อขณะได้อายุเพียง 14 ปี พวกเขาทั้งสองเป็นเพื่อนกันในสมัยเด็กและเรียนโรงเรียนเดียวกันมา ทั้งสองแชร์ รสนิยมดนตรีที่คล้ายกันและด้วยนิสัยที่ใกล้เคียงกันอีกจึงทำให้ Mike และ Billie เป็นเพื่อนสนิทกันได้ในเวลาอันรวดเร็ว

     พวกเขาทั้ง 2 ในวัยเด็กไม่เหมือนใครคนอื่น เขาทั้ง 2 มีเพื่อนไม่มากนัก ด้วยนิสัยที่เงียบและเก็บตัว พวกเขาจึงใช้เวลาส่วนมากไปกับดนตรีและการแต่งเพลง ทั้ง Mike และ Billie หลงไหลในเสียงเพลง Heavy Metal และดนตรี Punk จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนของเขาคนอื่นแนะนำให้ Sweet Children รู้จักกับคลับเล็กๆให้หนึ่งชื่อว่า 924 Gilman Street Club ซึ่งเป็นคลับเล็กๆแห่งหนึ่งที่วงพังค์และเหล่าพังค์ทั้งหลายไปรวมตัว สุงสิงกัน และเล่นดนตรี แต่การเล่นดนตรีในที่นี้เป็นการเล่นเพื่ออุดมการณ์ที่แท้จริงของพังค์ ทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกับการหาเงินเข้ากระเป๋าแต่อย่างใด วง Sweet Children จึงไปเล่นที่นั่นเป็นครั้งแรก และครั้งแรกที่พวกเขาปรากฎตัวมีเพียงคนดูไม่ถึง 10 คนเท่านั้น

     แต่วง Sweet Children ก็เล่นอย่างเต็มที่ และสุดความสามารถโดยไม่สนใจว่าพวกเขาจะมีคนดูกี่คนก็ตาม หลังจากนั้นเป็นต้นมา Sweet Children ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็เปลี่ยนชื่อวงเป็น Green Day พร้อมกับได้ออกอัลบั้มแรก 1,039 Smoothed Out Slappy Hours กับค่าย Lookout และออกอัลบั้มที่ 2 Kerplunk ในปีถัดมา ซึ่งทำลายสถิติอัลบั้มที่มียอดขายสูงที่สุดของค่าย Lookout ทำให้ Green Day มีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่ "Underground Punk scene" เป็นอย่างมาก

     ด้วยความโด่งดังของ Green Day กับค่ายเล็กๆอย่าง Lookout ทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาเลื่องลือไปถึงค่ายเทปใหญ่หลายแห่ง ซึ่งต่างก็พยายามมาติดต่อ Green Day ให้เซ็นสัญญาด้วยโดยหวังว่าจะได้วงนี้ไปเป็น "The next big thing" ของวงการเพลง แต่ Green Day ไม่เคยสนใจในชื่อเสียงเงินทอง และความร่ำรวยจึงปฎิเสธสัญญา จากค่ายเพลงดังๆทั้งหลายครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาทั้งสามคนคงความเป็นวงพังค์และยึดถือสโลแกน DIY : Doing It Yourself เรื่อยมา พวกเขาขายเทปแต่ละม้วนได้ด้วยลำแข้ง ของพวกเขาเองและอาศัยคำพูดแนะนำจากแฟนเพลงปากต่อปากเท่านั้น

     พวกเขาเดินสายทัวร์ไปทั่วประเทศ ซึ่งก็ได้ช่วยเพิ่มยอดขายอัลบั้ม Kerplunk เป็นอีกหลายเท่าตัว จนกระทั่งวันหนึ่ง Rob  แห่งค่าย Reprise Record ยักษ์ใหญ่แห่ง Warner ได้ทำการติดต่อ Green Day ไปโดยหวังว่าจะได้พวกเขามาร่วมงานด้วย Rob ไม่เหมือนใครคนอื่น ที่เคยติดต่อพวกเขา Rob สนใจในดนตรีอย่างจริงจัง และหลงใหลในดนตรีแนวพังค์ ตลอดจนแชร์รสนิยมทางดนตรีที่เหมือนกับพวกเขา ทำให้ Green Day ถึงกับใจอ่อนและยอม เซ็นสัญญาด้วยประกอบกับค่ายเล็กๆ อย่าง Lookout ไม่สามารถตอบสนองกระแสความดังของ Green Day ได้อีกต่อไป  การตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ในครั้งนี้ได้สร้างปัญหา มานับไม่ถ้วนให้แก่พวกเขา และถูกตราหน้าเป็นครั้งแรกว่า "ผู้ทรยศ" และ "Sellouts"

     แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม พวกเขาไม่เคยภูมิใจกับผลงานในอัลบั้ม Insomniac เลย เพราะสิ่งที่พวกเขาทำงานคือการ "พิสูจน์" ตัวเองเพื่อให้คนอื่นยอมรับพวกเขาว่ายังคงเป็นวงพังค์เหมือนที่ พวกเขาเคยเป็นมาก่อน  การทำเช่นนี้ ทำให้กรีนเดย์ตกอยู่ในภาวะแห่งความสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง พวกเขายกเลิกเดินสายทัวร์เกือบทั้งหมด เพราะพวกเขาไม่ต้องการ "เสแสร้ง" ทำในสิ่งที่เขาไม่ใช่ และพวกเขาก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะต้องพิสูจน์ตัวตนของพวกเขาให้กับคนอื่น หลังจากนั้นเป็นต้นมา กรีนเดย์ก็ไม่เคยสนใจคำวิจารณ์จากเหล่าแฟนเพลงหรือ นักวิจารณ์ใดๆก็ตาม พวกเขาสร้างดนตรีเพื่อพวกเขาเองเท่านั้น เขาทำในสิ่งที่เขาอยากทำ  และยึดมั่นในหลักการของตนเองโดยไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆทั้งสิ้น

     ด้วยความเชื่อนี้ กรีนเดย์จึงออก อัลบั้มถัดมาชื่อว่า Nimrod ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกที่พวกเขาเริ่มทดลองซาวน์ใหม่ๆ โดยไม่สนใจว่าทำแบบนี้จะ "พังค์" หรือ "ไม่พังค์" และพวกเขายังปล่อยซิงเกิ้ลขายดีตลอดกาลของพวกเขา "Good Riddance" ที่ช็อกวงการพังค์ร็อคเลยทีเดียว เพลงนี้เป็นบัลลาดเศร้าจับใจ เนื้อหาเพลงพูดถึงการตัดสินใจในชีวิตเมื่อมาถึงทางแยกของชีวิตแล้ว เมื่อการตัดสินใจครั้งนั้นผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ผลของการตัดสินใจนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องเสมอ บางครั้งคนเราไม่สามารถทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์คือสิ่งที่คนๆนั้นต้องอยู่กับมัน

     ส่วนเรื่องในอดีตนั่น ก็จะกลายเป็นแค่ช่วงเวลาเก่าๆที่ฝังลึกไว้เพียงแค่ความทรงจำเท่านั้น กรีนเดย์ปล่อยซิงเกิ้ล Good Riddance เพื่อกล่าวอำลาแฟนเพลงพังค์ในยุดแรกๆของพวกเขา ว่าเขาไม่สนใจอีกต่อไปว่า แฟนๆเหล่านั้น จะหันหลังให้กับกรีนเดย์หลังจากที่กรีนเดย์เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ เขาเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อบอกลาแฟนๆในยุคนั้นเป็นนัยๆว่า เขาจะลืมอดีตทิ้งให้หมดและมันจะเป็นเพียงแค่ ความทรงจำเท่านั้น ต่อไปนี้พวกเขาจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าและไม่สนใจและยึดติดกับคำว่า "พังค์" อีกต่อไป ...

     ในปี 2000 กรีนเดย์ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้มใหม่ Warning คราวนี้พวกเขาอยู่ในวัยเกือบ 30 และไม่ใช่เด็กๆที่ร้องเพลงเกี่ยวกับ Longview หรือ Basket Case อีกต่อไป ในอัลบั้มนี้ พวกเขาทั้ง 3 โปรดิวซ์อัลบั้มด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกหลังจากงจากอัลบั้ม 1039/ Smoothed Out Slappy Hours โดยปราศจาก Rob คู่ซี้ และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่กรีนเดย์ทดลองซาวน์ใหม่ โดยไม่คำนึงถึงอดีตและกฎเกณฑ์ของ "พังค์" พวกเขานำกีตาร์แบบอคูสติกมาใช้เป็นหลัก มีการใช้เครื่องดนตรีหลากหลายมากขึ้น จึงทำให้ซาวน์โดยรวมอ่อนลงกว่าเมื่อก่อนมาก อีกทั้งความหมายโดยรวม ของอัลบั้มยังให้แง่คิดดีๆในแง่บวก ต่างจากอัลบั้มเก่าๆ มากทีเดียว

     แต่ถึงอย่างไรก็ตาม กรีนเดย์ยังคงความเป็นกรีนเดย์ไว้ด้วยความหมายแบบประชดประชัน เสียดสีสังคมอย่างเช่นในเพลง Warning, Minority หรือ Fashion Victim และเพลงทุกเพลงก็ยังคงติดหูผู้ฟังซึ่งเรียกได้ว่า เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกรีนเดย์เลยทีเดียว อัลบั้ม Warning ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนกลุ่มใหม่ และเหล่านักวิจารณ์เพลง เพราะอัลบั้มนี้ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาทั้ง 3 คน ได้โตขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว และมีศักยภาพมากกว่าการทำเพลงพังค์ 3 นาทีซ้ำไปซ้ำมา

     อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีในแง่ ของความคิดสร้างสรรค์และความพยายามของวง แต่ถึงอย่างนั้นอุปสรรคก็ยังถามหาพวกเขาไม่เลิกรา แฟนๆ ยุคเก่าถึงกับส่ายหน้าหนีกับอัลบั้มนี้ทันที พร้อมกับบอกว่าอัลบั้มนี้คืออัลบั้มที่แย่ที่สุดที่ พวกเขาเคยสร้าง และอัลบั้มนี้เองที่น่าจะเป็นจุดจบของวงกรีนเดย์เลยทีเดียว

     แต่นั่นไม่ใช่จุดจบของกรีนเดย์อย่างแน่นอน พวกเขาไม่เคยสนใจว่าใครจะคิดยังไงเกี่ยวกับผลงานของพวกเขา เขาสร้างเพลงเพื่อความพึงพอใจของตนเอง ไม่ใช่เพื่อแฟนเพลง นักวิจารณ์ หรือคนอื่นใด พวกเขากลับมาอีกครั้งในปี 2004 หลังจากออกอัลบั้มรวมฮิตและ B-sides ภายใต้ชื่ออัลบั้มใหม่เอี่ยมว่า American Idiot ซึ่งทำยอดขายได้เกินกว่า 5 ล้านตลับในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น นับเป็นสถิติที่เหลือเชื่อเลยทีเดียว อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากแฟนกลุ่มเก่าๆและนักวิจารณ์ อีกทั้งยังสามารถเจาะตลาดกลุ่ม Pop Culture ได้อย่างเดินความคาดหมาย และยังได้รับรางวัล แกรมมี่สาขาอัลบั้มร็อคยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

      พวกเขาเดินสายทัวร์โปรโมตอัลบั้มนี้ไปทั่วโลก และได้รับการตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ บัตรคอนเสิร์ตกว่า 75,000 ใบขายหมดในพริบตา ทัวร์แล้วทัวร์เล่า และพวกเขายังเป็นที่ต้องการในหลายๆประเทศอย่างต่อเนื่อง กระแสความดังของอัลบั้ม American Idiot ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้ง่ายๆ จนหลายคนกล่าวว่า ถ้าอัลบั้ม Nevermnd ของ Nirvana คืออัลบั้มที่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงในช่วง 90 มันก็เป็นไปได้ว่า American Idiot ของ Green Day จะพลิกโฉมหน้าวงการเพลงร็อคในสหัสวรรษที่ 2000 เลยทีเดียว กระแสความแรงของ American Idiot กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ และกำลังจะแซงหน้าอดีตความดังของอัลบั้ม Dookie เมื่อ 11 ปีที่แล้วอย่างช้าๆ

     ทุกอย่างสำหรับกรีนเดย์ในยุคนี้ดูจะท่าไปได้สวยสำหรับพวกเขา แต่ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งที่แฟนๆกรีนเดย์ทุกคนเฝ้าถามตัวเองก็คือ แล้วหลังจากวันนี้ พวกเขาทั้ง 3 คนจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต หรือพวกเขาควรจะจบอาชีพของตัวเอง ณ ที่จุดสูงสุดตรง….


สุดๆ !!! GREEN DAY คว้ารางวัลอีกแล้ว

     นอกจากจะกำลังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตแล้ว 3 หนุ่มพั้งก์สุดป่วน Green Day ยังเดินสายกวาดรางวัลด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะคว้า 3 รางวัลในงาน MTV Video Music Awards 2009 ซึ่งรวมถึงรางวัลใหญ่อย่าง Best Rock Video จากเพลง 21 Guns

     ล่าสุด Green Day ก็คว้ารางวัล Favorite Alternative Rock Music (ศิลปินอัลเทอร์เนทีฟร็อกยอดนิยม) มาครอง ซึ่งงานแจกรางวัลที่ โนเกีย เธียเตอร์ ในลอสแอนเจลีส เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย. (หรือเช้าวันจันทร์ที่ 23 พ.ย. ตามเวลาไทย) นั้น Green Day ได้เอาเพลง 21 Guns ขึ้นไปเล่นโชว์บนเวทีด้วย

     แหม พูดแล้วก็เปรี้ยวปาก อยากเห็นพวกเขาเล่นเพลงนี้แบบสดๆ ในคอนเสิร์ตบ้านเราจริงๆ ใครที่ยังไม่ได้ซื้อบัตร ก็อย่ามัวชะล่าใจ เดี๋ยวถ้าเกิด Sold Out ขึ้นมา แล้วจะหาว่าไม่เตือน

<<< คลิกชมวิดีโอ >>>


5 เหตุผล ที่ทำให้คุณไม่ควรพลาด
Green Day Live In Bangkok...

1. ใครที่ได้ร่วมประสบการณ์ สุดมันส์ ในคอนเสิร์ต Green Day ที่ MBK Hall เมื่อ 14 ปีก่อน คงยังจำได้ไม่ลืมว่า คอนเสิร์ต Green Day คราวนั้น สุดยอด ขนาดไหน? ใครที่ได้ร่วมกระโดดแบบสุดเหวี่ยงจนพื้น MBK หวิดถล่ม คงรู้แก่ใจดีว่า Green Day เล่นสดได้ วายป่วง เพียงใด? ซึ่งคอนเสิร์ต Green Day ในครั้งนั้น ยังได้รับการโจษขานมาจนถึงทุกวันนี้ว่า เป็นคอนเสิร์ตที่มันส์ที่สุดซึ่งเคยจัดในเมืองไทย! และบรรยากาศแบบนั้น กำลังจะบังเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 12 มกราคม นี้

2. ตามตารางทัวร์ นี่จะเป็นคอนเสิร์ตรอบแรกประจำปี 2010 ของ Green Day และเป็นคอนเสิร์ตแรกในการทัวร์เอเชียของพวกเขาด้วย เพราะฉะนั้น Green Day จะมาเยือนบ้านเราด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะ พลังงานยังมีเหลือเฟือ และพร้อมจะระเบิดความมันส์สะใจให้เหล่าสาวกทั้งหลายแบบเต็มๆ อย่างแน่นอน

3. ตอนที่ Green Day มาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในบ้านเราเมื่อ 14 ปีก่อน แฟนๆ อาจได้ฟังแค่เพลง Welcome to Paradise, Basket Case, When I Come Around, Geek Stink Breath, Brain Stew, Longview ฯลฯ แต่คราวนี้ ต้องถือว่า Green Day มาในช่วงเวลาที่พีคสุดขีด จากอดีตวงพั้งก์ขาโจ๋สุดป่วน บัดนี้ Green Day ได้รับการยอมรับในฐานะวงร็อคระดับโลก พิสูจน์ได้จากความยอดเยี่ยมของอัลบั้ม American Idiot ที่คว้ารางวัลแกรมมี่สาขา อัลบั้มเพลงร็อคยอดเยี่ยม มาครอง ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากเพลงคลาสสิคขึ้นหิ้งที่กล่าวถึงตอนต้นแล้ว ในวันที่ 12 มกราคม นี้ พวกเขาจะนำทุกบทเพลงที่คุณอยากได้ยินมากระหน่ำให้ฟังแน่นอน!

4. ตลอดระยะกว่า 20 ปีบนถนนสายร็อค Green Day พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า พวกเขาคือหนึ่งในวงที่แสดงสดได้ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะมีการโหวตหรือการจัดอันดับจากสำนักไหน ก็จะมีชื่อ Green Day ติดอยู่ในทำเนียบทุกครั้ง เช่น ตำแหน่ง Best Live Bandsโดยนิตยสาร Spin และจากการโหวตของผู้อ่านนิตยสาร NME นอกจากนี้พวกเขายังเคยคว้ารางวัล Best Band on The Planet จากนิตยสาร Kerrang! มาแล้วด้วย เพราะฉะนั้น โปรดเตรียมฟิตร่างกายของคุณไว้ให้ดี งานนี้ได้โดดกันขาขวิดแน่ๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

5. นี่คือหนึ่งในวงร็อคที่มีแฟนๆ ชาวไทยเรียกร้องว่าอยากดูมากที่สุด และเมืองไทยของเราก็โชคดีได้เป็น 1 ใน 5 ประเทศของเอเชีย (อีก 4 ประเทศคือ สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น) ที่ Green Day บินตรงมาแสดงให้ดูถึงที่ รู้อย่างงี้แล้วจะพลาดได้ไง จริงมั้ยล่ะชาวร็อคทั้งหลาย?!?

TICKET INFORMATION
สถานที่แสดง อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
ที่ตั้งสถานที่ ปากเกร็ด นนทบุรี
รอบการแสดง :
วันแสดง
เวลาแสดง
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2553
20.30 น.
ประตูเปิด 19.00 น.
จำหน่ายบัตร
ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2553
(เริ่มจำหน่ายบัตรวันแรกเวลา 10.00 น.)
++ สามารถรับบัตรจริงได้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป ++
 
บัตรราคา 2,600 บาท
2,000 บาท
1,500 บาท
800 บาท
ผังที่นั่ง
หมายเหตุ

ได้แล้ว!!! ผู้โชคดี 2 ท่าน ที่ได้ไปมันส์กับ
GREEN DAY ต่อที่สิงคโปร์

     ผู้โชคดี 2 ท่านที่นอกจากจะซื้อบัตรคอนเสิร์ตไปมัน กันที่อิมแพค เมืองทองธานี กับศิลปินพังค์ร็อค ระดับโลกอย่าง กรีนเดย์แล้ว ได้ไปมันกันต่อเป็นสองเท่าที่ สิงคโปร์ ติดตามโปรแกรม เจ๋งๆ อย่างนี้ได้ที่นี่ที่เดียว!!!
        

        1. คุณอมนต์ชัย มาตภาพ
        2. คุณอุมาภรณ์ ร่วมสุข


:: ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดี 2 ท่าน ขอให้คุณสนุกกับ GREEN DAY ที่สิงคโปร์ ::



โปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรคอนเสิร์ต GREEN DAY
นำ Qikplay Code ที่อยู่บนหลังบัตรของท่าน
มาดาวน์โหลดของแถมสุดพิเศษจาก GREEN DAY ได้ที่
www.qikplay.com โดยการสมัครสมาชิก ฟรี
สิ้นสุดวันที่ 12 ม.ค. 2553

THAITICKETMAJOR : Your Ticket to Great Entertainment : English
 
 
บริการแจ้งเตือนบนมือถือ
คลิกอ่านเพิ่ม
0 2262 3456
0 2262 3898
contact_us@thaiticketmajor.com
Register | Login
 
 


ต่อ...

BAND MEMBERS

บิลลี่ โจ อาร์มสตรอง
(Billie Joe Armstrong)
เกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2515
รับหน้าที่เป็นนักร้องนำ นักแต่งเพลงหลัก
และมือกีต้าร์ให้กับวง "กรีนเดย์”
...เพิ่มเติม

ไมค์ เดิร์นท์
(Mike Dirnt) 
เกิดวันที่ 4 พฤษภาคม 2515
ตำแหน่งมือเบส
และนักร้องเสียงประสานให้กับวง
ตอนยังศึกษาอยู่ เขามักเล่นแอร์เบส ...เพิ่มเติม

เทร คูล (Tré Cool) ตำแหน่งมือกลองของวง
เขามาแทนมือกลองคนเก่าของวง
จอห์น คิฟเมเยอร์ ที่ออกจากวงในปี
2533 ...เพิ่มเติม

Green Day Discography
39/Smooth LP/Cassette 10 track
(1990, Lookout! records)
งานชุดแรกของ Green Day ที่ออกกับค่ายอินดี้ Lookout! Records โดยงานชุดนี้ มือกลองยังเป็น John Kiffmeyer (หรือที่เพื่อนๆ ในวงเรียกว่า Al Sobrante) หนึ่งในสมาชิกดั้งเดิมที่ร่วมก่อตั้งวงขึ้นมา
1,039/Smoothed out slappy hours
CD/ Cassette 19 track
(1991, Lookout! records)
อัลบั้มรวมเพลง 19 แทรค ที่รวบรวมงานอีพียุคแรกๆ ของ Green Day เข้าไว้ด้วยกัน
คลิกดูวีดีโอ : At The Library
Kerplunk LP/ CD/ Cassette 12/14 track
(1992, Lookout! records)
อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของ Green Day ที่ได้มือกลองคนใหม่ Tré Cool มาร่วมงานเป็นครั้งแรก โดยเพลง Welcome to Paradise เวอร์ชั่นต้นฉบับก็อยู่ในงานชุดนี้ ก่อนที่พวกเขาจะเอาเพลงดังกล่าว ไปบันทึกเสียงใหม่ใส่ลงไปในอัลบั้ม Dookie อีกครั้ง
คลิกดูวีดีโอแสดงสด - Welcome to Paradise
Dookie LP/ CD/ Cassette 14 track
(1994, Reprise records)
อัลบั้มชุดที่ 3 ซึ่งเป็นงานชุดแรกที่ออกกับค่ายเมเจอร์ นี่คืออัลบั้มซึ่งทำให้ Green Day ดังเป็นพลุแตก โดยมีซิงเกิ้ลฮิตถึง 5 เพลงคือ Longview, Welcome to Paradise, Basket Case, She และ When I Come Around งานชุดนี้ขายได้ทั่วโลกกว่า 15 ล้านชุด แถมยังคว้ารางวัลแกรมมี่สาขา Best Alternative Music Album มาครองอีกด้วย
คลิกดูเอ็มวี - When I Come Around
Insomniac LP/ CD/ Cassette 14 track
(1995, Reprise records)
อัลบั้มชุดที่ 4 กับดนตรีและเนื้อหาของเพลงที่ฟังดูมืดหม่นและหนักหน่วงขึ้น ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่า Dookie แต่งานชุดนี้ก็ทำยอดขายทั่วโลกไปกว่า 7 ล้านชุดเลยทีเดียว
คลิกดูเอ็มวี - Brain Stew/Jaded
Nimrod LP/ CD/ Cassette 18 track
(1997, Reprise records)
อัลบั้มชุดที่ 5 กับดนตรีมีความหลากหลายกว่าทุกชุดที่ผ่านมาเพราะมีทั้ง ป๊อป-พั้งก์, สกา-พั้งก์, ฮาร์ดคอร์ด-พั้งก์ ไปจนถึงอะคูสติกบัลลาด
คลิกดูเอ็มวี - Good Riddance (Time of Your Life)
Warning LP/ CD/ Cassette 12 track
(2000, Reprise records)
อัลบั้มซึ่ง Green Day พยายามกลับมาทำดนตรีป๊อปพั้งก์แบบที่แฟนๆ คุ้นเคยอีกครั้ง แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น Warning ก็ทำยอดขายน้อยกว่างานทุกชุด โดยขายทั่วโลกได้เพียง 1 ล้านชุดเศษๆ เท่านั้น
คลิกดูเอ็มวี – Minority
International superhits
LP/ CD/ Cassette 21 track
(2001, Reprise records)
งานรวมฮิต ที่รวบรวมเอาซิงเกิ้ลที่ตัดออกมาตั้งแต่อัลบั้ม Dookie จนถึง Warning บวกด้วยเพลงที่ไม่ได้รวมอยู่ในอัลบั้มชุดไหนอีกสองเพลงคือ Poprocks & Coke และ J.A.R. (Jason Andrew Relva)
คลิกดูเอ็มวี – Poprocks & Coke
American idiot LP/ CD/ Cassette 13 track
(2004, Reprise records)
นี่คืองานระดับท๊อปฟอร์มของ Green Day และอัลบั้มระดับมาสเตอร์พีซของวงการเพลงร็อค จากวงป๊อปพั้งก์ 3 คอร์ด พวกเขาเขย่งก้าวกระโดดมาทำเพลงร็อค โอเปร่าเหนือๆ ที่หลายคนไม่คาดคิด American Idiot ทำยอดขายไปกว่า 14 ล้านชุดทั่วโลก แถมคว้าแกรมมี่สาขา Best Rock Album ไปครอง ที่สำคัญงานชุดนี้ส่งให้ Green Day กลายเป็นวงร็อคระดับโลกแบบไร้ข้อกังขา!
คลิกดูเอ็มวี - American Idiot
Bullet in a bible
CD+DVD/ UMD/ BLU RAY 15 track,
(2005, Reprise records)
อัลบั้มการแสดงสดที่ Milton Keynes National Bowl ประเทศอังกฤษ ต่อหน้าแฟนเพลงกว่า 1.3 แสน คน นี่คือคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Green Day เคยเล่นมา!
คลิกดู Jesus Of Suburbia (Live at Milton Keynes)
21st Century breakdown LP/ CD 18 track
(2009, Reprise records)
อัลบั้มชุดล่าสุดของ Green Day ที่ทิ้งช่วงห่างจากงานชุดก่อนถึง 5 ปี คราวนี้พวกเขาได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง บุตช์ วิก โดยยังยึดแนวดนตรี ร็อค โอเปร่า เช่นเดียวกับอัลบั้ม American Idiot ต่อไป 21st Century Breakdown ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในอเมริกาและอังกฤษ และได้รับเสียงชื่นชมจากวิจารณ์ค่อนข้างดี
คลิกดูเอ็มวี - 21 Guns

 

ลงทะเบียน  เงื่อนไข จุดจำหน่าย  ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา วิธีการซื้อบัตร สถานที่แสดง