นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งของคอเพลงบ้านเรา ที่จะได้ชมคอนเสิร์ตของหนึ่งในศิลปินหญิงที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค 70s โรเบอร์ต้า แฟล็ค และก่อนที่จะได้ไปดื่มด่ำกับน้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ของเธอ เราไปทำความรู้จัก โรเบอร์ต้า แฟล็ค กันแบบคร่าวๆ เป็นการอุ่นเครื่องก่อนดีกว่า...
ศิลปินหญิงวัย 72 ปีชาวอเมริกันผู้นี้ เป็นทั้งนักร้อง, นักแต่งเพลง และนักดนตรี ที่ได้รับการยอมรับทั้งในวงการแจ๊ซ, โซล, อาร์แอนด์บี และโฟล์ค โรเบอร์ต้า แฟล็ค คือเจ้าของเพลงฮิตมากมาย ไล่ตั้งแต่ เพลงที่ติดท๊อปเทนบิลบอร์ดชาร์ตอย่าง The Closer I Get to You (1978), Where Is the Love (1972) โดยสองเพลงนี้เธอร้องดูเอตคู่กับ ดอนนี่ แฮ็ตธาเวย์ และ Set the Night to Music (1991) ซึ่งเธอร้องคู่กับแม็กซี่ พรีสต์ ไปจนถึงเพลงที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในอเมริกาอย่าง The First Time Ever I Saw Your Face (1972), Feel Like Makin' Love (1974) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Killing Me Softly with His Song (1973) ซึ่งส่งให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

โดยเพลง The First Time Ever I Saw Your Face สามารถคว้ารางวัลแกรมมี่สาขา Record of the Year มาครองได้ในปี 1973 และ Killing Me Softly with His Song ก็คว้ารางวัลแกรมมี่ในสาขาเดียวกันในปีถัดมา ซึ่งจนถึงปัจจุบัน มีเพียง โรเบอร์ต้า แฟล็ค และวง U2 เท่านั้น ที่สามารถคว้ารางวัลแกรมมี่สาขาเดียวกันแบบสองปีติด!
โรเบอร์ต้า แฟล็ค ออกงานชุดแรกเมื่อปี 1969 กับอัลบั้มที่มีชื่อว่า First Take โดยเพลง The First Time Ever I Saw Your Face ซึ่งอยู่ในอัลบั้มชุดนี้ ถูกผู้กำกับคลินต์ อีสต์วู้ดนำไปใช้ประกอบหนังของเขาเรื่อง Play Misty for Me ซึ่งส่งให้เพลงดังกล่าวทะยานขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดชาร์ต ในขณะที่ตัวอัลบั้มก็ขายดิบขายดีจนขึ้นถึงอันดับหนึ่งด้วยเช่นกัน
ขณะที่ Killing Me Softly with His Song เพลงที่ทำให้ โรเบอร์ต้า แฟล็ค เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วโลก (รวมถึงบ้านเรา) อยู่ในอัลบั้มที่มีชื่อว่า Killing Me Softly ซึ่งออกวางขายในปี 1973

สรุปแล้ว โรเบอร์ต้า แฟล็ค มีสตูดิโออัลบั้มออกมาทั้งหมด 14 ชุด โดยหลังจากยุค 80s เป็นต้นมา เธอก็ยังมีเพลงฮิตติดชาร์ตอยู่เรื่อยๆ เช่น Making Love (1982), Oasis (1988), Set the Night to Music (1991)
ในปี 1999 ชื่อของ โรเบอร์ต้า แฟล็ค ได้รับเกียรติให้ถูกจารึกลงบน Hollywood's Walk of Fame และในปีเดียวกัน เธอได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยได้เล่นต่อหน้าประธานาธิบดี เนลสัน แมนเดล่า ด้วย! |