 |
Simone Kopmajer |
a great young talent.?Ira Sullivan, jazz legend
. a real beauty inside and out
.a lot of grace and remarkable clarit, and she is gonna be heard from
Mark Murphy
ศิลปินสาวเสียงสวย ที่ถูกกล่าวขานถึงความงดงาม และความสามารถในการขับร้องเพลงแจ๊ส ที่ได้รับอิทธิพลจากยอดนักร้องดังในอดีต เช่น Ella Fitzgerald, Frank Sinatra และ Jon Hendricks ในขณะที่มีวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น โดยเฉพาะเทคนิคการ Scat ได้อย่างรวดเร็วตามแบบฉบับนักร้องแจ๊สมากประสบการณ์ ผนวกกับเนื้อเสียงอบอุ่น ทำให้ธอได้รับรางวัลมากมายในการแข่งขันการขับร้องในออสเตรีย และได้รับเชิญในรายการทีวีเพื่อโชว์ความสามารถ ซึ่งหาได้ยากจากนักร้องเพลงแจ๊สทั่วไป
เธอสำเร็จการศึกษาในระดับ Master Degree จาก The University for Music and Dramatic Arts in Graz ประเทศออสเตรียและเป็นครูสอนขับร้องให้นักเรียนดนตรีในกรุง Vienna และที่นั่นทำให้เธอได้มีโอกาสเล่นกับนักดนตรีแจ๊สตำนานของอเมริกาอย่าง Mark Murphy, Sheila Jordan, Jay Clayton และ the New York Voices ออกทัวร์ในเทศกาลแจ๊สเฟสติวัลสำคัญกับวง Euro Big Band ของเนเธอร์แลนด์พร้อมปรากฎตัวในแจ๊สคลับและเฟสติวัลหลายแห่ง รวมแล้วกว่า 25 แห่งทั่วโลก
ต่อมาในปี 2004 เธอถูกจับตามองจากค่ายเพลงแจ๊สยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น Venus Records กับอัลบั้ม Moonlight Serenade (มูนไรท์ เซเรเนด) กับนักดนตรีแถวหน้าของโลกอย่าง George Mraz, Victor Lewis, John di Martino, Eric Alexander, Houston Person จนมีอัลบั้มสำคัญทั้งหมด 4 อัลบั้มกับค่ายดังกล่าวก่อนที่เธอจะมีวัยครบ 25 ปี นอกจากนี้เธอยังได้รับเชิญให้ร่วมเล่นกับศิลปินชั้นนำของวงการเพลงแจ๊ส เช่น Ira Sullivan, Richie Cole, Christian McBride, Dick Oatts และอีกมาก
ในปี 2009 เธอได้ออกผลงานอัลบั้มที่ 5 ในชื่อว่า Didnt You Say ซึ่ง Hitman Jazz ได้นำประสบการณ์แสดงสดของ Simone Kopmajer มาให้คุณถึงประเทศไทยแล้วกับ Simone Kopmajer's Thailand Tour 2009 และอัลบั้ม Didn't You Say ของเธอก็ถูกวางแผงแล้ววันนี้ในเอเชียเฉพาะที่ประเทศไทยและญี่ปุ่น บทเพลงของเธอนั้นน่าจะเป็นเพลงฮิตในคลื่นวิทยุได้ไม่ยาก จากทำนองและเนื้อร้องที่เรียบง่าย น่าฟังดั่งเช่นที่เราเคยได้ยินจาก Norah Jones, Diana Krall, Michael Buble แต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดทางดนตรีที่แสดงถึงความเป็นตัวเธอไว้อย่างลงตัว
 |
John di Martino |
John di Martino เป็นทั้งนักเปียโนนักแต่งเพลงและเรียบเรียงจากค่าย Venus Records ผลงานล่าสุดของเขาคืออัลบั้ม Jazz/Mozart และ Music of the Night ได้รับการยกย่องจาก Paul Pines ว่าเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงของวงการดนตรี ตั้งแต่การเริ่มอาชีพนักเปียโนแจ๊สมืออาชีพ ที่ผ่านการทำอัลบั้มกับ Kenny Burrel, Pat Martino, James Moody มาแล้ว John di Martino ยังเป็น music director และร่วมแสดงกับ Jon Hendricks, Diane Schuur และ Billy Eckstine อีกด้วย
ความสามารถทางการแต่งเพลง และการเล่นคีย์บอร์ดของเขานั้นยังปรากฏในงานของ Grady Tate กับอัลบั้ม All Love จากค่ายเพลง Sony และการร่วมงานกับ Bobby Sanabria ทั้งค่ายเพลงที่เป็นที่รูจักดีอย่าง Grammy กับอัลบั้ม Live And In Clave และค่าย Arabesque กับ Warner Bros. John di Martino ยังได้ร่วมงานกับมือ percussion อย่าง Patato Valdez ซึ่งทำให้เขาโด่งดังอย่างมากตั้งแต่ ปี 2001 เป็นต้นมา
|