|
Top World Music โดย มิสเตอร์คิม บยอง ซิก ประธานบริษัทฯ หลังจากประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำเข้าโชว์จากเกาหลี Nanta cookin มาแสดงที่กรุงเทพฯที่ผ่านมา ล่าสุด นำโปรเจ็กต์ใหม่ มาให้ชาวไทยและชาวเกาหลี โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเต้นบัลเล่ย์และการเต้นบี-บอย ได้ชมกันอีกแล้ว การแสดงที่ว่านี้ก็คือ Ballerina Who Loves B-boy เป็นละครเวทีที่แสดงโชว์การผสมผสานและถ่ายทอดวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ ระหว่าง นักบัลเล่ย์หญิงและนักเต้นบี-บอย ซึ่งโชว์นี้ ได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลี และได้เปิดการแสดงในต่างประเทศมาแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
เมื่อเร็วๆนี้ ท่านอดีตประธานาธิบดี ลี, มยอง-ปาร์ค ของประเทศเกาหลี ได้มาชมการแสดงในช่วงเลือกตั้ง และจากนั้นก็ทำให้ผู้นำทางการเมืองอีกหลายท่านมาชมการแสดงนี้
นักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอย
(Ballerina who loves B-Boy)
การแสดงนักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอยนี้เป็นละครเพลงที่ไม่มีบทพูดที่ต่างจากละครเพลงทั่วไป
ซึ่งมักเหมาะกับคนเฉพาะบางกลุ่ม
ทว่าละครเรื่องนี้กลับเป็นละครเพลงสำหรับคนทุกเพศทุกวัย
ผู้ชมจะมีอายุระหว่าง 3 ปีที่มากับคุณพ่อคุณแม่
ไปจนถึงคนอายุ 70 ปี ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ
ชนชาติ ศาสนา
หรืออาชีพใดก็ตาม
มีสิ่งหนึ่งในละครเรื่องนี้ที่ทุกคนต่างก็ชื่นชอบเหมือนกันหมด
ผู้ชมต่างก็ชมเป็นเสียงเดียวกัน ร้องเชียร์ และส่งเสียงร้องไปตามจังหวะดนตรีที่เร้าใจและทรงพลัง
เพียงแค่ฉากแรกของการแสดงก็สามารถดึงความสนใจของผู้ชม
ด้วยการปลดปล่อยพลังและความมุ่งมั้นต่อการแสดงของนักแสดงได้แล้ว
ผู้ชมยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของตัวละคร
ที่พยายามสื่อให้แก่ผู้ชมทุกคนอย่างทั่วถึง
แม้ว่าเมื่อเข้ามาชมผู้ชมจะมาคนเดียว
แต่เมื่ออกจากโรงละครไป มักจะออกไปเป็นกลุ่ม
ทุกคนจะรู้สึกได้ถึงวิธีการทำให้ตนเองรู้สึกมีพลัง
และกระตือรือร้นขึ้นอีกครั้งผ่านการชมการแสดงครั้งนี้
นักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอย
เป็นการแสดงที่ไม่ได้โฆษณาผ่านสื่อเท่าไรนัก
แต่ด้วยการเล่าลือปากต่อปาก
ทำให้ในไม่ช้าการแสดงนี้มีชื่อเสียงและกลายเป็นที่นิยม
และทำให้เกิดกระแส คลั่งบีบอย (B-Boy syndrome)
แม้จะไม่ได้มีการโฆษณาใดๆ
ไม่นานละครเพลงเรื่องนี้ก็ได้รับการติดต่อไปเปิดการแสดงที่ต่างประเทศ
และได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากทีเดียว
นักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอย
ได้เปิดการแสดงในต่างประเทศมาเป็นจำนวน 80 ประเทศแล้ว
กระแสความฮิตของการแสดง
นักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอย
กำลังจะก้าวไปสู่ความนิยมระดับโลก เมื่อเร็วๆนี้ ท่านอดีตประธานาธิบดี ลี, มยอง-ปาร์ค ได้มาชมการแสดง นักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอย ในช่วงเลือกตั้ง และจากนั้นก็มีผู้นำทางการเมืองอีกหลายท่านมาชมการแสดงนี้ ซึ่งเป็นการแสดงที่ถ่ายทอด วัฒนธรรมแบบพลวัตินิยม (dynamic culture) ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน ละครเพลง นักบัลเล่ต์หญิงผู้หลงรักนักเต้นบี-บอย ได้ผ่านสายตาคนหลากหลายเชื้อชาติศาสนา ศิลปิน นักการเมือง และบุคคลสำคัญมานักต่อนักแล้ว
1. ผลของดนตรีต่อความประทับใจ
เราได้นำการเต้นแบบสตรีตแดนซ์ มาผสมกับการเต้นบัลเล่ต์ ตอนแรกทุกคนมองว่า การแสดงแบบนี้จะต้องออกมาล้มเหลว ทว่าผลตอบรับที่เราได้นั้น กลับเป็นเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม เทียบได้กับคอนเสิร์ตของศิลปินเพลงผู้มีชื่อเสียงเลยทีเดียว

2. เนื้อเรื่องย่อ
เรื่องนี้เริ่มขึ้นที่ ฮิปฮอปสแควร์
ที่อยู่ติดกับสตูดิโอซ้อมเต้นบัลเล่ต์แห่งหนึ่ง
โซยุนกำลังซ้อมบัลเล่ต์อยู่
ขณะที่ได้ยินเสียงดังรบกวนจากบริเวณใกล้ๆนั้น วันนั้นเธอพยายามมีสมาธิกับการซ้อมมากๆ
แต่เสียงก็ดังรบกวนการซ้อมตลอดเวลา
เพื่อนของโซยุนเริ่มจะทนเสียงนั้นไม่ได้ เธอตัดสินใจเดินออกไปไล่นักเต้นข้างถนนเสีย
โซยุนเดินตามเพื่อนไปและพยายามไล่พวกนักเต้นให้หนีไป
แต่สุดท้าย กลับเกิดการเต้นแข่งกัน
ซึ่งทำให้โซยุนหลังรักนักเต้นบีบอยตั้งแต่แรกพบ ซอกยุน
ซึ่งเป็นนักเต้นบีบอยก็เริ่มสนใจในตัวโซยุน
และพยายามจะสอนให้เธอเต้นบีบอยบ้าง แต่เพื่อนๆของซอกยุนกลับทนไม่ได้และไล่กลุ่มนักบัลเล่ต์ออกไป
โซยุนกลับไปซ้อมต่อที่สตูดิโอ
แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการแข่งเต้นทำให้เธอผลอยหลับไป
ในฝันซอกยุนได้มาสารภาพรักกับเธอ เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอบอกกับตัวเองว่าความฝันนั้นเป็นแค่เรื่องไร้สาระแล้วซ้อมต่อไป
แต่ขณะซ้อม เธอก็เห็นแต่ภาพของซอกยุน
เธอพยายามเลียนแบบท่าเต้นแบบบีบอยที่เธอเห็นในวันนั้น
จนหกล้มแล้วสลบไป ในฝันของเธออีกครั้ง
เธอฝันร้ายและเห็นแต่ปีศาจมาเต้นรำอยู่รอบๆตัวเธอ
ขณะที่เธอกำลังพยายามจะหนีออกมาจากวงล้อม
ซอกยุนปรากฎตัวขึ้นแล้วพาเธอหนีไป
เมื่อเธอตกใจตื่นเธอพยายามมองหาซอกยุน
แต่ก็พบว่าเธอแค่ฝันไปเท่านั้นเอง

โซยุนตัดสินใจออกไปหาซอกยุนเพื่อเรียนท่าเต้น
แต่เพื่อนๆนักเต้นบีบอยคอยแกล้งและไม่สนใจเธอ
เธอพยายามจะเข้ากับพวกเขาให้ได้แต่ไม่สำเร็จ
เธอเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจที่จะซ้อมบัลเล่ต์ต่อไป เธอรู้สึกโดดเดี่ยว
และความฝันที่จะเป็นนักบัลเล่ต์หญิงของเธอกำลังจะล้มเหลวลง เธอเริ่มมาซ้อมเต้นเบรคแดนซ์เพียงอย่างเดียว
จนเธอสามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ว่าเธอมีความสามารถ
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม พวกนักเต้นบีบอยก็ยังไม่ยอมรับเธอ แต่มีนักเต้นสองคนที่ได้เห็นความพยายามของโซยุน
และให้เธอลองเต้นให้ทุกๆคนดู
จนทุกคนยอมรับเธอเข้ากลุ่มและประทับใจในตัวเธอ
ซึ่งรวมทั้งซอกยุนด้วย จากนั้น ความรักของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้น
3. การผลิตโดยละเอียด
ละครเพลงเรื่องนี้ประกอบไปด้วย 7
ฉากโดยผสมผสานเพลงฮิปฮอปที่เร้าใจเข้ากับเพลงคลาสสิค
สร้างแรงบันดาลใจที่ทิ้งแต่ความประทับใจไว้ให้แก่ผู้ชม
ละครเพลงไร้คำพูดนี้จะติดตรึงอยู่ในใจของผู้ชม
 |
ฉากที่หนึ่ง - ถนนฮิปฮอป |
 |
ฉากที่สอง - ห้องซ้อมของนักบัลเล่ต์หญิง |
 |
ฉากที่สาม - ถนนฮิปฮอป
|
 |
ฉากที่สี่ - ห้องซ้อมของนักบัลเล่ต์หญิง |
 |
ฉากที่ห้า - ถนนฮิปฮอป |
 |
ฉากที่หก ห้องซ้อมของนักบัลเล่ต์หญิง |
 |
ฉากที่เจ็ด ถนนฮิปฮอป |
|