การแข่งขันเทนนิสอาชีพชาย ระดับนานาชาติแนวหน้าประจำปีของเมืองไทย พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ของการแข่งขันเอทีพีรายการนี้ และจะมีขึ้น ณ กรุงเทพฯ อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนถึง 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
การแข่งขันรายการนี้ได้มีโอกาสต้อนรับนักกีฬาชื่อดัง ระดับโลกในวงการเทนนิสหลายคนมาแล้ว
ในปีพ.ศ. 2546 ด้วยกระแสภราดรฟีเวอร์หลังจากที่นักเทนนิสไทยผู้นี้ กลายเป็นนักเทนนิสเอเชียคนแรกที่ติด 1 ใน 10 ของโลก การแข่งขัน ไทยแลนด์ โอเพ่น ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และถือได้ว่าความตื่นเต้นและความสนใจที่มีต่อซูเปอร์ บอล นั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันในปีแรกประสบความสำเร็จเช่นกัน
อย่างไรก็ดี รายการนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นภายในเวลาอันรวดเร็วว่า นี่ไม่ใช่เป็นเพียงรายการที่ภราดร ได้ออกมาโชว์ฝีมือให้คนไทยได้ดูเท่านั้น ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา รายการไทยแลนด์ โอเพ่น ได้ต้อนรับนักกีฬาชื่อดังในวงการเทนนิสหลายต่อหลายคน เริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 ปีแรกของการแข่งขัน สนามแข่งก็ร้อนระอุไปด้วยการนำทีมของ ฆวน การ์ลอส เฟร์เรโร มือวางอันดับ 1 ของโลกชาวสเปนในขณะนั้น ตามด้วยเพื่อนร่วมชาติมือวางจาก 10 อันดับแรกของโลกอย่าง คาร์ลอส โมยา และ ภราดร ภราดรนั้นเข้าไปจนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ท้ายที่สุดมือเสิร์ฟมหากาฬชาวอเมริกัน เทเลอร์ เดนท์ ก็คว้าแชมป์รายการนี้ไปครองด้วยการเอาชนะ เฟร์เรโร ไป 2 เซ็ตรวดในรอบชิงชนะเลิศครั้งแรก ส่วนคู่หูชาวอิสราเอล โจนาธาน เออร์ลิช และ แอนดี แรม ก็เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะประเภทคู่ครั้งแรกของรายการไป
ในปีพ.ศ. 2547 รายการก็ยิ่งทวีความน่าสนใจมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ชมที่มากขึ้น หรือการได้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ แอนดี ร็อดดิก มือวางอันดับ 1 และ 2 ของโลกในขณะนั้นมาร่วมรายการ รวมถึงหนุ่มรัสเซีย มารัต ซาฟิน 1 ใน 5 อันดับแรกของโลกในขณะนั้นก็มาร่วมรายการเช่นกัน หลังจากที่ได้ชมรอบรองชนะเลิศในฝันของใครต่อใครหลายคนทั้งคู่ของ เฟเดอเรอร์ กับ ภราดร และคู่ของ ร็อดดิก กับ ซาฟิน แมตช์ในรอบชิงชนะเลิศก็เป็นการพบกันระหว่างยอดมือวางอันดับ 1 และ 2 ของโลก โดย เฟเดอเรอร์ นั้นก็เป็นฝ่ายที่เอาชนะได้สำเร็จ
ในปีถัดมา เราก็ได้เห็น เฟเดอเรอร์ กลับมาปกป้องแชมป์อีกครั้ง โดยมีนักกีฬาชื่อดังอย่าง เลย์ตัน ฮิววิตต์ นักเทนนิสชาวออสเตรเลีย และ ทอมมี ฮาส จากเยอรมนี แต่กลับกลายเป็นดาวรุ่งม้ามืดจากสก็อตต์แลนด์อย่าง แอนดี เมอร์เรย์ ที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน ด้วยการฝ่าเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ในรายการเอทีพีเป็นครั้งแรกของเขาและทำให้ เฟเดอเรอร์ นั้นต้องสู้จนถึงที่สุดในรอบชิงชนะเลิศที่ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีทีเดียว
ปีพ.ศ. 2549 การแข่งขันรายการนี้ ก็ได้ต้อนรับนักเทนนิสชื่อดังมากมายยิ่งกว่าในปีใด ๆ นำทีมโดย อิวาน ลูบิชิช มือวางอันดับ 3 ของโลกในขณะนั้นและ เจมส์ เบลก มือวางอันดับ 9 พร้อมการกลับมาของ เมอร์เรย์, ทิม เฮ็นแมน, ซาฟิน, เฟร์เรโร และ ภราดร ผลปรากฏว่า เจมส์ เบลก นั้นเป็นผู้คว้าถ้วยรางวัลพระราชทานถ้วยนี้ไปครองด้วยชัยชนะเหนือ ลูบิชิช อย่างท่วมท้น
ปีพ.ศ. 2550 ดิมิทรี เทอร์ซินอฟ เอาชนะหนุ่มเยอรมัน เบ็นจามิน เบ็คเกอร์ ไปในนัดชิงประเภทเดี่ยว แต่สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยนั้น สีสันของงานคงหนีไม่พ้นชัยชนะอันไม่คาดฝันของคู่แฝดมหัศจรรย์ สนฉัตร และ สรรค์ชัย รติวัฒน์ ที่เก็บแชมป์เอทีพีรายการแรกของพวกเขาไปด้วยการเอาชนะ นิโกลาส์ มาอูต์ และ มิคาเอล โลดรา ต่อหน้าแฟน ๆ นับหมื่นในบ้านเกิดของตนเอง
ในปีพ.ศ. 2551 เราได้เห็นนักเทนนิสชาวฝรั่งเศสที่ฟอร์มร้อนแรงอย่าง โจ-วิลฟรีด ซองก้า ฟาดฟันเข้ามาคว้าชัยชนะรายการเอทีพีรายการแรก ของเขาเองโดยเอาชนะมือหนึ่งของรายการ โนวัค ยอโควิช ไปในรอบชิงชนะเลิศ และในปีพ.ศ. 2552 ซองก้าก็ได้กลับมาพร้อมกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง จิลส์ ซีมง รวมถึง มารัต ซาฟิน และดาวรุ่งอย่าง จอห์น อิสเนอร์ และ เออร์เนสท์ส กุลบิส ซีมงนั้นเป็นผู้กุมชัยชนะเอทีพีรายการแรกในปีนั้นของเขา โดยที่คู่ของ เอริค บูโตรัค และ ราจีฟ แรม คว้าชัยในประเภทคู่ไปครอง
ในที่สุด เมื่อปีที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นการมาของ ราฟาเอล นาดาล ที่นำทีมนักหวดอย่าง ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร นักเทนนิสชาวอาร์เจนตินา ซึ่งกลับมาลงแข่งรายการแรกหลังจากอาการบาดเจ็บยืดเยื้อ เออร์เนสท์ส กุลบิส ก็กลับมาลงแข่งเช่นเดียวกันกับ เยอร์เกน เมลเซอร์ และ เฟร์นานโด เบร์ดาสโก สิ่งที่พลิกความคาดหมายคนดูกว่าหมื่นคน ก็คือการที่นาดาลพ่ายไปในรอบรองชนะเลิศให้แก่เพื่อนร่วมชาติอย่าง กิแชร์โม การ์เซีย-โลเปซ ในการแข่งขันสูสีถึง 3 เซ็ต คู่แข่งของ การ์เซีย-โลเปซ ในรอบชิงชนะเลิศเป็นนักเทนนิสชื่อดังชาวฟินแลนด์ ยาร์คโค นีมิเน็น และหลังจากขับเคี่ยวกันถึง 3 เซ็ต หนุ่มสเปนก็เป็นฝ่ายชนะไป ในการแข่งขันประเภทคู่ คู่นักเทนนิสจากเซอร์เบียและเยอรมนี วิคเตอร์ ทรอยซกี้และคริสโตเฟอร์ แคส เอาชนะ โจนาธาน เออร์ลิช จากอิสราเอล และเยอร์เกน เมลเซอร์ จากออสเตรีย |