รายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น นับเป็นการแข่งขันเทนนิสอาชีพชาย
ระดับนานาชาติรายการเดียวในภูมิภาคเอเชีย อาคเนย์ นับเป็นก้าวย่าง
เข้าสู่ปีที่ 7 ของรายการเอทีพีรายการนี้ และจะมีขึ้น ณ กรุงเทพฯ
อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนถึง 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552
การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น เป็นรายการเอทีพีรายการเดียวใน
ภูมิภาคนี้ และได้มีโอกาสต้อนรับนักกีฬาชื่อดังระดับโลกในวงการเทนนิส
หลายคนมาแล้ว
ในปี 2546 ด้วยกระแสภราดรฟีเวอร์หลังจากที่นักเทนนิสไทยผู้นี้กลาย
เป็นนักเทนนิสเอเชีย คนแรกที่ติด 1 ใน 10 ของโลก รายการไทยแลนด์
โอเพ่น ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และถือได้ว่า ความตื่นเต้นและความสนใจที่มีต่อ
ซูเปอร์ บอลนั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันในปีแรกประสบความ
สำเร็จเช่นกัน
อย่าง ไรก็ดี รายการนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นภายในเวลาอันรวดเร็วว่า นี่ไม่ใช่เป็นเพียงรายการที่ภราดรได้ออกมาโชว์ฝีมือให้คนไทยได้ดูเท่านั้น ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา รายการไทยแลนด์ โอเพ่น ได้ต้อนรับนักกีฬาชื่อดังในวงการเทนนิสหลายต่อหลายคน เริ่มตั้งแต่ปี 2546 ปีแรกของการแข่งขัน สนามแข่งก็ร้อนระอุไปด้วยการนำทีมของ ฆวน การ์ลอส เฟร์เรโร มือวางอันดับ 1 ของโลกชาวสเปนในขณะนั้น ตามด้วยเพื่อนร่วมชาติมือหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโลกอย่าง คาร์ลอส โมยา และ ภราดร ภราดรนั้นเข้าไปจนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ท้ายที่สุด มือเสิร์ฟมหากาฬชาวอเมริกัน เทเลอร์ เดนท์ ก็คว้าแชมป์รายการนี้ไปครองด้วยการเอาชนะ เฟร์เรโร ไป 2 เซ็ตรวดในรอบชิงชนะเลิศครั้งแรก ส่วนคู่หูชาวอิสราเอล โจนาธาน เออร์ลิช และ แอนดี แรม ก็เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะประเภทคู่ครั้งแรกของรายการไป
ในปี 2547 รายการก็ยิ่งทวีความน่าสนใจมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ชมที่มากขึ้น หรือการได้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ แอนดี ร็อดดิก มือวางอันดับ 1 และ 2 ของโลกในขณะนั้นมาร่วมรายการ รวมถึงหนุ่มรัสเซีย มารัต ซาฟิน ผู้ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของโลกในขณะนั้นก็มาร่วมรายการเช่นกัน หลังจากที่ได้ชมรอบรองชนะเลิศในฝันของใครต่อใครหลายคน ทั้งคู่ของ เฟเดอเรอร์ กับ ภราดร และคู่ของ ร็อดดิก กับ ซาฟิน แมตช์ในรอบชิงชนะเลิศก็เป็นการพบกันระหว่างยอดมือวางอันดับ 1 และ 2 ของโลก โดย เฟเดอเรอร์ นั้นก็เป็นฝ่ายที่เอาชนะได้สำเร็จ
ในปีถัดมา เราก็ได้เห็น เฟเดอเรอร์ กลับมาปกป้องแชมป์อีกครั้ง โดยมี
นักกีฬาชื่อดังอย่าง เลย์ตัน ฮิววิตต์ นักเทนนิสชาวออสเตรเลีย และ ทอมมี
ฮาส จากเยอรมนี แต่กลับกลายเป็นดาวรุ่งม้ามืดจากสก็อตต์แลนด์อย่าง
แอนดี เมอร์เรย์ ที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนด้วยการฝ่าเข้ามาถึง
รอบชิงชนะเลิศในรายการเอทีพีเป็นครั้งแรกของเขาและทำให้ เฟเดอเรอร์
นั้นต้องสู้จนถึงที่สุดเลยทีเดียว
ปี 2549 การแข่งขันรายการนี้ก็ได้ต้อนรับนักเทนนิสชื่อดังมากมายยิ่งกว่าในปีใด ๆ นำทีมโดย อิวาน ลูบิชิช มือวางอันดับ 3 ของโลกในขณะนั้นและ เจมส์ เบลก มือวางอันดับ 9 พร้อมการกลับมาของ แอนดี เมอร์เรย์, ทิม เฮ็นแมน, ซาฟิน, เฟร์เรโร และ ภราดร ผลปรากฏว่า เจมส์ เบลก นั้นเป็นผู้คว้าถ้วยรางวัลพระราชทานถ้วยนี้ไปครองด้วยชัยชนะเหนือ ลูบิชิช อย่างท่วมท้น
ปี 2550 ดิมิทรี เทอร์ซินอฟ เอาชนะหนุ่มเยอรมัน เบ็นจามิน เบ็คเกอร์ ไปในนัดชิงประเภทเดี่ยว แต่สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยนั้น สีสันของงานคงหนีไม่พ้นชัยชนะอันไม่คาดฝันของคู่แฝดมหัศจรรย์ สนฉัตร และ สรรค์ชัย รติวัฒน์ ที่เก็บแชมป์เอทีพีรายการแรกของพวกเขาไปด้วยการเอาชนะ นิโกลาส์ มาอูต์ และ มิคาเอล โลดรา ต่อหน้าแฟน ๆ นับหมื่นในบ้านเกิดของตนเอง
ในปีที่แล้ว เราได้เห็นนักเทนนิสชาวฝรั่งเศสที่ฟอร์มร้อนแรงอย่าง
โจ-วิลฟรีด ซองก้า ฟาดฟันเข้ามาคว้าชัยชนะรายการเอทีพีรายการแรก
สำหรับตัวเขาเองโดยเอาชนะมือหนึ่งของรายการ โนวัค ยอโควิช ไปใน
รอบชิงชนะเลิศ
ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา รายการไทยแลนด์ โอเพ่น ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก็นับเป็นโชคดีที่เราได้ชมการแข่งขันของยอดฝีมือมากหน้าหลายตาที่ กรุงเทพฯ
และปี 2552 นี้เราต่างก็มีความยินดีที่ บริษัท ปตท. จำกัด
(มหาชน) ผู้สนับสนุนการแข่งขันเทนนิสรายการนี้มาโดยตลอดได้
ให้การสนับสนุนรายการมากขึ้น โดยการแข่งขันในปีนี้จะเป็นที่รู้จักกัน
ในนาม พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จ
ในครั้งนี้ เรามีความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับ ราฟาเอล นาดาล
นักเทนนิสที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกมาแข่งขันยังรายการเป็นครั้งแรก |