ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด

True Jazz Festival at Hua Hin

สถานที่แสดง :

True Arena Hua Hin, ประจวบคีรีขันธ์, ไทย

ประตูเปิด :

ก่อนการแสดงเริ่มประมาณ 30 นาที

วันจำหน่ายบัตร :

ตั้งแต่  04 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป

ราคาบัตร :

2 days pass : 3,500 บาท
1 day pass   : 2,000 บาท

URL :

รอบการแสดง

วันแสดง เวลา
วันที่ 24-25 มีนาคม 2560 18.00 - 24.00 น.

ผังการแสดง

คลิกเพื่อดูผังใหญ่
2 days pass : 3,500 บาท
1 day pass   : 2,000 บาท

รายละเอียด

เมื่อเอ่ยชื่อ “หัวหิน” และ “ดนตรีแจ๊ส” ทุกคนย่อมจินตนาการถึงความสุนทรีย์ในอารมณ์ การมาบรรจบกันอย่างลงตัวของเสียงดนตรี และบรรยากาศสบายๆ ของเมืองตากอากาศชายทะเลอันงดงามแห่งนี้ และแล้วเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง เพราะถึงเวลาแล้วสำหรับ “เทศกาลแจ๊สตัวจริงระดับโลกในเมืองหัวหิน”
True Jazz Fest at Hua Hin นำเสนอการแสดงของเหล่าศิลปินแจ๊สระดับโลก การสำแดงศักยภาพของนักดนตรีแจ๊สจากเอเชีย ตลอดจนถึงการประชันฝีมือของนักดนตรีแจ๊สแถวหน้าของไทย ผสมผสานกับดนตรีโซล บลู และฟังก์ เพื่อเพิ่มพูนความหลากหลายและครบครันในทุกมิติของอารมณ์เพลง
True Jazz Fest at Hua Hin จะสร้างประสบการณ์แจ๊สแบบใหม่ในเมืองหัวหิน เชื่อมโยงศิลปินกับคอเพลงแจ๊สตัวจริงอย่างใกล้ชิด ด้วยการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล บนสนามหญ้าอ่อนนุ่ม เขียวขจีของ “ทรู อารีน่า หัวหิน” ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นสถานที่จัดเทศกาลดนตรีระดับโลก
นี่คือก้าวแรกของการปักหมุดเทศกาลดนตรีแจ๊สไทยบนแผนที่โลก ขอเชิญทุกท่านมาสร้างประวัติศาสตร์หน้านี้ร่วมกันกับเรา

วัน เวลา ศิลปิน ศิลปินรับเชิญ
ศุกร์ 24 มีนาคม 19.00 - 20.00 The Bangkok Brass Band ชวรีย์ พันธุ์สังวร (บิว)
20.00 - 20.30 Opening Ceremony  
20.30 - 21.30 Thailand All-Stars Jazz Orchestra Pod Moderndog
21.30 - 22.00 Break  
22.00 - 23.00 Benny Golson Quartet featuring Joris Teepe  
23.00 - 23.30 Break  
23.30 - 0.30 Cory Henry and The Funk Apostles  
เสาร์ 25 มีนาคม 18.00 - 19.00 Paradise Bangkok Molam International Band  
19.00 - 19.30 Break  
19.30 - 20.30 The Yellowjackets  
20.30 - 21.00 Break  
21.00 - 22.00 Soul After Six  
22.00 - 22.30 Break  
22.30 - 23.30 Al McKay's Earth, Wind and Fire Experience  

EARTH, WIND AND FIRE EXPERIENCE FEATURING AL MCKAY ALLSTARS

Al McKay - กีตาร์ Tim Owen - ร้อง
Aaron Haggerty - กลอง Ben Dowling - คีย์บอร์ด 1
Freddie Fleewelen - เบส Dean Gant - คีย์บอร์ด 2
Devere Duckett - ร้อง Claud Woods - ร้อง
David Leach - เพอร์คัสชั่น Luis Gonzales - ทรัมเป็ต 2
Omar Peralta - ทรัมเป็ต 1 Ed Wynne - แซกโซโฟน
Justin Kirk - ทรอมโบน John Baker - Sound Engineer FOH/PM
Mario Rodriguez - Sound Engineer Monitor Mario Kriegl - Tour Manager

ครั้งแรกของไทยกับ Al McKay อดีตมือกีตาร์และผู้ก่อตั้งวงระดับตำนาน Earth, Wind & Fire เจ้าของรางวัลแกรมมี่ 6 ครั้ง และรางวัลเกียรติยศ Grammy Lifetime Achievement Awards ปี 2016 ร่วมด้วยกลุ่มนักดนตรี All Stars จาก Los Angeles ที่ถ่ายทอดความละเมียดของวงดนตรีระดับตำนานได้ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก

นำโดย Al McKay มือกีตาร์ นักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลแกรมมี่ 6 ครั้ง อดีตสมาชิกดั้งเดิมของวง Earth Wind and Fire ปัจจุบัน McKay นำวง LA All Stars ร่วมกับอดีตสมาชิก Earth, Wind and Fire Johnny Graham และ Fred White ซึ่งเป็นน้องชายคนสุดท้องของ Maurice และ Vedine White ผู้ก่อตั้งวง Earth, Wind and Fire สมาชิกของวง LA All Stars รวมถึงกลุ่มเครื่องเป่าทองเหลืองอันโด่งดังของวงการ Phoenix Horns ที่ร่วมเล่นให้กับ Earth, Wind and Fire และ Phil Collins ปัจจุบัน LA All Stars ซึ่งเป็นวงขนาด 13 ชิ้นตระเวนทัวร์ในเทศกาลดนตรีแจ๊สทั่วโลก ซึ่งในทุกเทศกาลที่พวกเขาไปแสดงบัตรขายหมดทุกที่นั่งในทุกเทศกาลและทุกคอนเสิร์ตที่แสดง กล่าวได้ว่าเป็นวงฟังก์ที่ดีที่สุดในวงการดนตรีโลกในปัจจุบันและยิ่งถ้าท่านเป็นแฟน Earth, Wind and Fire ต้องไม่พลาดการแสดงของวงนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในวงหลักของเทศกาล TRUE Jazz Festival ครั้งนี้




BENNY GOLSON QUARTET featuring Joris Teepe, Denny Euprasert
Benny Golson – แซกโซโฟน
Joris Teepe – เบส
เด่น อยู่ประเสริฐ – เปียโน
ณภัทร พิริยกิตติ์ศรัญย์ – กลอง

ในภาพยนตร์เรื่อง The Terminal ตัวละครของทอม แฮงก์ส เดินทางมายังอเมริกาเพื่อทำความฝันของพ่อให้เป็นจริง หลังจากที่ต้องติดอยู่ในสนามบินมานานแสนนาน ในที่สุดเขาก็ได้ทำตามเป้าหมาย นั่นคือการขอลายเซ็นของ Benny Golson ตำนานแจ๊สที่ยังมีลมหายใจอยู่

มีนักดนตรีแจ๊สน้อยคนนักที่สามารถอ้างได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกแจ๊สตัวจริง และยิ่งน้อยคนกว่านั้นที่จะมีเส้นทางนักดนตรีอันยาวนานและยิ่งใหญ่จนมีอิทธิพลต่อโลกของดนตรีแจ๊สได้ Benny Golson เป็นหนึ่งในตำนานนักดนตรีแจ๊สผู้ซึ่งมีผลงานมากมายอาทิเช่น Killer Joe, I Remember Clifford, Along Came Betty, Stablemates, Whisper Not, Blues March, Five Spot After Dark, Are you Real?

เบนนี โกลสัน เป็นศิลปินแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียวที่แต่งเพลงแจ๊สสแตนดาร์ด ไว้มากถึง 8 เพลง ซึ่งถูกนำไปบันทึกเสียงใหม่อยู่เป็นประจำ เขาออกอัลบั้มกับค่ายเพลงมากมายกว่า 30 ชุด และแต่งเพลงมาแล้วมากกว่า 300 เพลง

ความสามารถทางดนตรีของเขาทำให้เขาได้มีโอกาสเดินทางไปแสดงทั่วโลก ในปี 1987 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตวัฒนธรรม และได้เดินทางไปแสดงในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า และสิงคโปร์

Benny Golson เกิดที่เมืองฟิลลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย ในวันที่ 25 มกราคม 1929 เขาได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานนักดนตรีแจ๊สที่มีพรสวรรค์อันหลากหลาย และมี ชื่อเสียงไปทั่วโลก เขายังเป็นผู้ประพันธ์เพลง ผู้เรียบเรียงเพลง ผู้เขียนเนื้อร้อง โปรดิวเซอร์ และนักเทนเนอร์แซกโซโฟนระดับโลก ปัจจุบัน ด้วยวัย 88 ปี เขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง นี่ก็ถือเป็นคอนเสิร์ตแจ๊สแท้ๆ ที่นักฟังเพลงแจ๊สตัวจริงห้ามพลาด

JORIS TEEPE (เบส) - ยอริส เกิดในประเทศเนเธอแลนด์แต่ได้เริ่มอาชีพมือเบสแจ๊สในเมืองนิวยอร์ค ซึ่งถือว่าเป็นนักดนตรีชาวเนเธอแลนด์คนแรกที่โด่งดังในนิวยอร์ค ยอริสเริ่มใช้ชีวิตนักดนตรีในนิวยอร์คในปี 1992 และได้ร่วมเล่นกับนักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงมากมายเช่น Don Braden, Cyrus Chestnut, Carl Allen และ Tom Harrell จากนั้นเป็นต้นมา ยอริส ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแจ๊สในสหรัฐฯ และได้เป็นมือเบสประจำของ Benny Golson, Randy Brecker และ Rashied Ali ปัจจุบันยอริสได้บันทึกผลงานของตัวเองรวมทั้งสิ้น 8 ผลงาน นอกจากเป็นนักดนตรีเขายังทำงานบันทึกเสียงและประพันธ์เพลงอีกด้วย ในปี 2004 เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Bird Award ในเทศกาลดนตรีแจ๊ส North Sea ในฐานะ “Artist deserving wider recognition”




CORY HENRY AND THE FUNK APOSTLES
Cory Henry – คียบอร์ด / นักร้อง
Andrew Bailie – กีต้าร์
Taron Lockett – กลอง
Nick Semrad – คีย์บอร์ด
Sharay Reed – เบส

ในฐานะหนึ่งในนักเล่นออร์แกนแฮมมอนด์ บี-3 ที่ดีที่สุดในยุคของเขา อัจฉริยภาพของ Cory Henry นั้น ฉายแววตั้งแต่เขายังเด็ก เขาเล่นทั้งเปียโนและออร์แกนได้ตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ และเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ เขาแสดงเปิดตัวครั้งแรกที่โรงละคร อพอลโล่อันลือชื่อ Cory ได้มีโอกาสทำงานในสตูดิโอและออกทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินมากมาย อาทิ Yolanda Adams Stanley Brown Israel Hougton P. Diddy Kirk Franklin Kenny Garrett (Cory ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 19 ปี ได้เป็นสมาชิกประจำของวงอยู่ถึง 3 ปี) Donnie McClurkin Boyz II Men Michael McDonald Bruce Springteen และ The Roots เขายังเป็นทั้งผู้นำวง โปรดิวเซอร์ และไซด์แมนที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก

ถือได้ว่า Cory Henry นั้น มีสไตล์การเล่นที่ใกล้เคียงกับ Art Tatum และ Oscar Peterson มากกว่าจะใกล้เคียงกับ Jimmy Smith และมีส่วนสไตล์ของ Billy Preston แทรกเข้ามาด้วย การแสดงของเขาเป็นการผสมผสานดนตรีกอสเปลและแจ๊สได้อย่างลงตัวที่สุด อัลบั้มของเขาในฐานะผู้นำวง ได้แก่ 2010 holiday set Christmas with You 2011's Leave You Alone และ 2012's Gotcha Now Doc

ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา Cory ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของวง แจ๊ส / ฟังก์ ที่มีชื่อเสียงที่สุดวงหนึ่ง นั่นก็คือ Snarky Puppy โดยเขาในฐานะสมาชิกวงได้รับรางวัลแกรมมี่ในฐานะ Best R&B Performance ในปี 2014 และรางวัลแกรมมี่ในฐานะ Best Contemporary Instrumental Album ในปี 2016 เขายังออกอัลบั้มเดี่ยวที่มีสไตล์ดนตรีกอสเปล The Revival อีกด้วย




THE YELLOWJACKETS
Russell Ferrante - คีย์บอร์ด
Bob Mintzer - แซ็กโซโฟน, เบส คลาริเน็ต, EWI
Will Kennedy - กลอง
Dane Alderson - เบส


“. . . เป็นวงอิเลคทริค-อคูสติก ที่เต็มไปด้วยไฟอันลุกโชน บทเพลงอันชาญฉลาด และบ่อยครั้งก็ทั้งท้าทายและคาดเดาไม่ได้ของพวกเขาเป็นผลพวงมาจาก ดนตรีฟิวชั่น โพสต์บอกซ์ และแจ๊สร่วมสมัย” – นิตยสาร Jazz Times

ตลอดประวัติศาสตร์ 35 ปีของพวกเขา Yellowjackets ออกอัลบั้มมาแล้วถึง 23 อัลบั้ม เคยได้รับเสนอชื่อเพื่อรับรางวัลแกรมมี่ 17 ครั้ง และชนะ 2 ครั้ง ได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตนับครั้งไม่ถ้วนโดยที่ตั๋วขายหมดเกลี้ยง ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ดนตรีทั่วโลก และประสพความสำเร็จอย่างล้นหลาม

วง Yellowjackets ก่อตั้งขึ้นตอนปลายปี 1970 ในฐานะวงแบ็คอัพให้กับมือกีต้าร์ Robben Ford พวกเขาอัดเสียงอัลบั้มแรกด้วยกันในปี 1980 ทว่าไม่นานหลังจากนั้น Ford ตัดสินใจแยกวง และนั่นคือจุดกำเนิดของวง Yellowjacketsในขณะนั้น ซึ่งประกอบด้วยนักดนตรี 3 คน ได้แก่ Russell Ferrante Jimmy Haslip และ Ricky Lawson ภายหลังมีนักดนตรีเพิ่มอีกหนึ่งคนคือ Bob Mintzer ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วง Yellowjackets ได้รับและสามารถรักษาชื่อเสียงความโดดเด่นในฐานะหนึ่งในวงดนตรีแจ๊สที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดวงหนึ่ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนหน้าของนักดนตรีหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ วง Yellowjackets ซึ่งประกอบด้วย Russell Ferrente William Kennedy และ Bob Mintzer ได้รักษามาตรฐานอันสูงยิ่งของการเป็นนักดนตรีไว้ได้อย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากสำหรับนักดนตรีหลายคน แต่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยสำหรับผู้ที่รู้จักและชื่นชอบวงดนตรีวงนี้

สมาชิกใหม่ล่าสุดที่มาเพิ่มสีสรรให้กับวงคือมือเบสชาวออสเตรเลีย Dane Alderson ด้วยความเฉียบแหลมในเรื่องของจังหวะ และการมี “groove” อยู่ในสายเลือด Dane นำพลังใหม่ๆมาสู่วงและเพิ่มเติมความเยาว์วัยให้กับดนตรี
“Coherence” ซึ่งเป็นอัลบั้มใหม่ของ Yellowjackets ออกมาสู่สายตาเมื่อเดือน เมษายน ภายใต้บริษัท Mack Avenue Records




THAILAND ALL-STARS JAZZ ORCHESTRA พร้อมศิลปินรับเชิญ Pod Moderndog
Conductor:เด่น อยู่ประเสริฐ

Alto 1: นิรัต บุญญาเศวต Alto 2: กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ Tenor 1: พิสุทธิ์ ประทีปะเสน
Tenor 2: ณัฐพล เฟื่องอักษร Baritone: ธีรัช เลาห์วีระพานิช Trumpet 1: เอกนรินทร์ มุกดาสนิท
Trumpet 2: สฤษฎ ตันเป็นสุข Trumpet 3: วัชระ อัจฉริยวรานนท์ Trumpet 4: พศุตม์ ดวงจันทร์
Trombone 1: สรพจน์ วรแสง Trombone 2: จิรธิติกานต์ เหมสุวรรณ์ Trombone 3: กิตติภัต ระตินัย
Trombone 4: ฐณวัฒน์ เอื้อพูนผล Guitar: ช้างต้น กุญชร ณ อยุธยา Piano: ธีรภัทร์ จันทบ
Bass; ธีรวัฒน์ ตันบุตร Drums: ณภัทร พิริยกิตติ์ศรัญย์  

นี่คือการรวมตัวครั้งสำคัญของนักดนตรีแจ๊สระดับคณาจารย์แถวหน้าของประเทศจากทุกๆ สถาบันการศึกษาของไทย ไม่ว่าจะเป็นจุฬาฯ, มหิดล, ศิลปากร, รังสิต, เกษตรศาสตร์ ฯ ในรูปแบบของวง “บิ๊ก แบนด์” หลังจากที่เคยนำเสนอความยิ่งใหญ่บนเวที Jazz For King เมื่อเดือนธันวาคม 2015 มาแล้ว

วงดนตรีบิ๊กแบนด์ 17 ชิ้น ประกอบด้วย ทรัมเป็ต เซ็คชั่น (4 ชิ้น) , ทรอมโบน เซ็คชั่น (4 ชิ้น) , แซ็กโซโฟน เซ็คชั่น (5 ชิ้น) และ ริธึ่ม เซ็คชั่น (4 ชิ้น) เป็นการรวมตัวของนักดนตรีแจ๊สชั้นนำของประเทศ นำโดยศิลปินศิลปาธร ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมด้วยนักดนตรีที่มีบทบาทในแวดวงการศึกษาดนตรีและวงการดนตรีของประเทศ อาทิ สฤษดิ์ ตันเป็นสุข มือทรัมเป็ตวง “ที-โบน” /อาจารย์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล , พิสุทธิ ประทีปะเสน มือเทเนอร์ แซ็กโซโฟนวง “ที-โบน” วง “OMAH” /อาจารย์ประจำคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, รัตนะ วงศ์ สรรเสริญ มือเปียโนวง Sunny Trio เจ้าของผลงานอัลบั้ม Two of a Kind (ร่วมกับ แนท เดอะวอยซ์)/อาจารย์ประจำคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ธีรัช เลาห์วีระพานิช มือบาริโทนแซ็กโซโฟน วง “ที-โบน” วง “Almost There”/อาจารย์ประจำวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น

วงดนตรี TASJO เล่นบทเพลงแจ๊สสแตนดาร์ด และบทเพลงแจ๊สร่วมสมัยที่ประพันธ์โดยนักดนตรีชาวไทย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ 
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก สาขาดนตรีแจ๊สและการประพันธ์เพลง จาก วิทยาลัยศิลปะคอร์นิช, มหาวิทยาลัยนอร์ทเทกซัส, และมหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ดร.เด่น ได้รับรางวัลระดับชาติและนานาชาติ อาทิ รางวัลดนตรีแจ๊สหลุยส์อาร์มสตรอง, รางวัลนักเปียโนยอดเยี่ยม จากเทศการดนตรีแจ๊สที่ วิทยาลัยซานดิเอโก และเทศการดนตรีแจ๊สไลโอนิล แฮมตัน, รางวัลนักดนตรียอดเยี่ยม จากเทศการดนตรีแจ๊สเมืองวิชิทา และเทศการดนตรีแจ๊สเมืองกรีลี, รางวัลการประพันธ์เพลงเดล ไดคินส์, รางวัลดาวน์บีทสำหรับวงดนตรียอดเยี่ยม, รางวัล คมชัดลึก อวอร์ด สาขาเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม และ รางวัลศิลปาธร สาขาดนตรี จาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ปัจจุบัน ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ ดำรงตำแหน่งเป็น คีตศาสตราภิชาน, ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส, ผู้อำนวยเพลงวงแจ๊สออร์เคสตราแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต, และคณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต



 

PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL BAND
คำเม่า เปิดถนน - พิณ
ไสว แก้วสมบัติ - แคน
Chris Menis - เพอร์คัสชั่น

ปิย์นาท โชติกเสถียร - เบส
ภูษณะ ตรีบุรุษ - กลอง

สำเนียงท้องถิ่นโกอินเตอร์ฯ นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาของวงการเพลงไทยร่วมสมัยในเวลานี้ เริ่มต้นเมื่อวง PBMIB ได้รับการยกย่องจากสื่ออย่าง “บีบีซี” จนกระทั่งได้รับเชิญให้ออกแสดงในเทศกาลดนตรีหลายแห่งในยุโรป ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึงเวทีสำคัญอย่าง Glastonbury ในเวลาเดียวกันกับความโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืนของ รัสมี เวระนะ ในนาม “อีสาน โซล” เจ้าของรางวัลคมชัดลึกอวอร์ด ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำว่าดนตรีอิมโพรไวเซชั่นแบบไทยๆ มีศักยภาพล้นหลามบนเวทีโลก

วงดนตรีจากค่ายZudRangMa(สุดแรงม้า)ที่เกิดมาจากความรักในเสียงเพลงของดีเจมัพไซ ดีเจผู้คร๋ำหวอดอยู่ในวงการดนตรีมานานถึง 15 ปีเต็ม ดีเจมัพไซเป็นคนก่อตั้งค่ายเพลง ZudRangMa และ คลื่นวิทยุออนไลน์ ZudRangMa Radio ด้วยความหวังที่อยากจะเผยแพร่ดนตรีลูกทุ่งและหมอลำย้อนยุคที่ผสมผสานกับแนวดนตรีจาก จาไมก้า แอฟริกา ตะวันออกกลาง และ เอเซียอาคเนย์ ให้คนทั่วโลกได้รู้จัก

ด้วยโซโลสุดเจ๋งของ"พิณ"และ"แคน"ที่ผสมผสานกับเครื่องดนตรียุคใหม่อย่าง กลอง เพอคัสชั่น และ เบส ที่ลงตัว ทำให้วงThe Paradise Bangkok Molam International Band เป็นวงดนตรีวงแรกในประวัติศาตร์ของไทยที่ได้รับเชิญไปในงานใหญ่ๆของยุโรปอาทิSfinks Festival 2013 เทศกาลดนตรีของเบลเยียมที่มีมาตั้งแต่ปี 1975 และ มีผู้เข้าร่วมมากว่า 40,000 คนต่อปี และ เทศกาลดนตรีOff Festival 2013ของโปแลนด์ เทศกาลดนตรีที่ได้รับรางวัล Best Medium-Size Festival 2012 และมีผู้เข้าร่วมมากถึง 200,000 คน เป็นต้น ล่าสุดดูเหมือนว่าแนวดนตรีของวงจะถูกโฉลกกับผู้ฟังทางฝั่งปยุโรปอย่างยิ่ง จึงได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้งในปี 2016 และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือได้รับเลือกเข้าแสดงในเทศกาลดนตรีที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ที่สุดเทศกาลของโลก Glastonbury Festival ในประเทศอังกฤษ

สำหรับสมาชิกของวงที่ขาดไม่ได้คือ คำเม่า เปิดถนน สุดยอดหมอพิณของอีสานที่ได้รับฉายา "JIMI HENDRIX of the PHIN" (จิมมี่ เฮนดริกซ์ ของ พิณ) มาคู่กับ ไสว แก้วสมบัติ หมอแคนสุดเก๋าเจนเวทีมากกว่า 40 ปีด้วยวัย 72!! ร่วมด้วยกับสามนักดนตรี ปั๊ม “มือเบส” ที่ใครๆอาจจะคุ้นหน้าจากวงอินดี้สุดดัง อพาร์ตเมนต์คุณป้า อาร์ม “มือกลอง” นักดนตรียุคใหม่ที่เคยอยู่ในวงดุริยางค์เยาวชนมานานกว่า 5 ปี และ สุดท้าย Chris Menis “มือเพอร์คัสชั่น” (และดีเจ) ชื่อดังจากเกาะอังกฤษ



SOUL AFTER SIX
ณรงค์ฤทธิ์ สุพรรณเภสัช - เปียโน, เปียโนโรดส์, ร้องนำ, คอรัส
วิศรุตเทพ สุพรรณเภสัช - ร้องประสาน, เปียโนโรดส์, กลอง, เปียโน
ศรุต วิจิตรานนท์ - เบส

การกลับมาแบบ "ฟูลแบนด์" ขอวงดนตรีชื่อดังเจ้าของเพลงฮิต "ก้อนหินละเมอ" นำเสนอบทเพลงรัก ในกลิ่นอายของส่วนผสมที่กลมกล่อม ระหว่างแนวดนตรี ป๊อป โซล ฟังก์ อาร์แอนด์บี และ แจ๊ส

Soul After Six คือการรวมตัวกันของ 3 หนุ่ม ปึ่ง, ปิงปอง และบิ๊ก ผู้หลงใหลในดนตรีโซล โดยชื่อวงมาจากการนัดซ้อมดนตรีหลังเวลา 6 โมงเย็น ออกผลงานครั้งแรกในสังกัดเบเกอรี่มิวสิก กับอัลบั้ม "Soul After Six" ในปี พ.ศ. 2539 มีเพลงที่โด่งดังอย่าง "ก้อนหินละเมอ" ที่กลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาลไปในเวลาต่อมา หลังจากพวกเขาแยกย้ายกันไปหาประสบการณ์เป็นเวลาถึง 6 ปี ก็กลับมาออกอัลบั้มอีกครั้งในปี พ.ศ. 2545 กับอัลบั้มชุด "The Rhythm" ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ไม่มากนัก แต่พวกเขาก็มีผลงานตามออกมา ชื่อ "Mellow Moods" ที่เป็นการนำเพลงเก่าในสังกัดมาทำใหม่ และได้รับการตอบรับที่ดีมาก หลังจากห่างหายไปเกือบ 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2556 ทางวงได้ปล่อยเพลงใหม่ออกมา โดยมีชื่อว่า "เวลา", "คนละทางเดียวกัน" และ "กลัว"



THE BANGKOK BRASS BAND featuring ชวรีย์ พันธุ์สังวรณ์

ธนรัตน์ ไชยชนะ Bass Player, Composer, Arranger
รุ่งธรรม ธรรมการ Trombone
ยุทธศักดิ์ พลายภู่ Trumpet
อรรณวิน เกิดที่สุด Baritone saxophone
รัฐเขตต์ ช่วยสมบูรณ์ Tenor saxophone
ไพรัช ลูกจันทร์ Keyboard I
ชัชชัย โยธีเสวต Drums
พลวัต หิรัญวัชรพฤกษ์ Keyboard II
พฤฒิรณ นันทโววาทย์ Vibraphone, Percussion

The Bangkok Brass Band เป็นการรวมตัวกันของนักดนตรีรุ่นใหม่ 9 คนที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันดนตรีชั้นนำของประเทศ โดยที่จุดมุ่งหมายหลักของวงคือ การส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานของนักดนตรีไทยและร่วมถึงผลงานประพันธ์ในลักษณะของ Original Composition เข้าสู่กลุ่มผู้ฟังดนตรีทั้งในประเทศและนอกประเทศ และยังเพื่อยกระดับความคิดสร้างสรรค์, ความคิดริ่เริ่มในการทำสิ่งใหม่ๆของนักดนตรีไทยเสนอต่อกลุ่มผู้ฟัง โดยที่สมาชิกของวงนั้นประกอบไปด้วย ทั้ง นักดนตรีมืออาชีพที่ทำการแสดงบนเวทีชั้นนำต่างๆรวมไปถึงคณาจารย์ในระดับอุดมศึกษาตามสถาบันต่างๆ ในประเทศ โดยที่ความคิดริ่เริ่มของวงนั้นเกิดจาก ธนรัตน์ ไชยชนะ (แมน) มือเบส ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาดนตรีแจ็ส จาก University of New Orleans, LA U.S.A และได้รับคัดเลือกให้เข้ารับทุนการศึกษา Ellis Marsalis Jr. Jazz scholarship (2011-2013) โดยที่ ธนรัตน์ ได้มีความสนใจทางด้านArrangingและมีความชำนาญทางด้านTraditional Jazz ต่อมาจึงได้เริ่มก่อตั้งวงดนตรีที่ชื่อว่า The Occasional Jazz Orchestrators Project ในปี 2015และต่อมาได้ขึ้นแสดงครั้งแรกที่งาน Thailand International Jazz Conference 2016 ที่มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อเป็นเวทีและเปิดโอกาสให้สำหรับผู้ที่มีสนใจในการประพันธ์ดนตรีแจ็สได้มีโอกาสในการเสนอผลงาน และวงดนตรีได้เปลี่ยนแปลงโดยมีการลดจำนวนของ Instrumentation ลงแต่ยังคง ConceptในรูปแบบของวงประเภทLarge Ensemble เพื่อที่ต้องการจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับ Arranger และร่วมถึงผู้ที่ชื่นชอบในการประพันธ์เพลงประเภทวงขนาดใหญ่ เพื่อให้วงดนตรีวงนี้เป็นพื้นที่สื่อสารกับผู้ฟังในสังคมดนตรีไทยมากขึ้น ต่อมาจึงได้ชักชวน รุ่งธรรม ธรรมการ (รุ่ง) มือ tromboneทีมีความชำนาญทั้งดนตรี Jazz และดนตรี Classical โดยที่รุ่งเคยเป็นสมาชิกของวงดนตรี Rangsit University Jazz Orchestra ตำแหน่ง Lead tromboneและอดีตของสมาชิก KU Wind ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาร่วมวง หลังจากนั้นจึงได้ ยุทธศักดิ์ พลายภู่ (โป้) มือ Lead trumpet จากวงดนตรี Siam Jazz Orchestra, อรรณวิน เกิดที่สุด (มิลค์) มือ Alto saxophone และBand Leader ของวงดนตรี Siam Jazz Orchestraและ รัฐเขตต์ ช่วยสมบูรณ์ (เขตต์) มือTenor saxophone ดาวรุ่ง ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยมหิดล โดยที่ รุ่ง, โป้, และ เขตต์ นั้นต่อนี้เป็นนักดนตรี Jazzรุ่นใหม่ชั้นนำของวงการและยังเป็นนักดนตรีประเภททีม Brass section ที่ทำงานให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงๆ และร่วมแสดงดนตรี concert บนเวทีชั้นนำของประเทศไทยมากมาย ส่วนมิลค์ นั้น ต่อนี้ได้ทํหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยดุริยางคศิลป์, มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยที่ มิลค์ ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีประเภท Big Band ของมหาวิทยาลัย ในส่วนของ Rhythm Section ของวงนั้น ประกอบไปด้วยนักดนตรี jazz มืออาชีพรุ่นใหม่ อาทิเช่น ไพรัช ลูกจันทร์ (เจมส์) มือเปียโนแจ็สทีมีประสบการณ์ทางดนตรีมายาวนาวที่ได้ร่วมทำการแสดงกับนักดนตรีชั้นนำมากมายในประเทศและยังเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะดุริยางคศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร, ชัชชัย โยธีเสวต (โจ) มือกลองอาชีพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ โจยังมีประสบการณ์การร่วมงานกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียงของประเทศมากมาย ในส่วนมือ synthesizer คือ พลวัต หิรัญวัชรพฤกษ์ นักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยศิลปากรที่มีความชื่นชอบในดนตรีสไตล์ทดลองเป็นพิเศษและสุดท้ายคือ พฤฒิรณ นันทโววาทย์ (เปริ์ม) อดีตมือ percussion แห่งวงดุริยางคซิมโพนีแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่การแสดงดนตรีมากหลากหลายเวที จึงทำให้วงดนตรี วงนี้เป็นการร่วมตัวจากศิลปินรุ่นใหม่ที่มาจากหลากหลายสถาบันและหลากหลากรูปแบบ แต่ยังคงความสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานที่และแสดงดนตรีในที่ตัวเองรักในสไตล์เดียวกัน วง The Bangkok Jazz Nonet จัดอยู่ประเภทของดนตรีหลากหลายสไตล์อาทิเช่น Post bop, Fusion, New Orleans Funk, Latin, R&B, Rock, Electronic and Pop โดยที่จะเน้นดนตรีในรูปผสมผสานของ grooveเป็นหลัก นอกจากนี้ผลงานดนตรีของวง The Bangkok Jazz Nonet ยังได้รับอิทธิผลจากศิลปิน Jazz ที่มีชื่อเสียงในยุคก่อนๆเช่น Miles Davis’s electric period, Herbie Hancock The Weather Report และ Breaker Brother ร่วมไปถึงศิลปินรุ่นใหม่อาทิเช่น Robert Glasper, Snarky Puppy, Thundercats, Brad Mehldau และ Radiohead ทั้งนี้วงดนตรียังมีจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดคือการนำเสนอผลงานเพลงเพื่อให้ผู้ฟังได้ค้นพบและได้รับประโยชน์จากการฟังดนตรีที่ดีที่สุด