EN
TH

ตุรกี 9 วัน 6 คืน

เที่ยวครบ มีบินภายใน เมืองทรอยแห่งตำนาน พักโรงแรมถ้ำ เมืองคัปปาโดเกีย เมืองอันดาเลีย ริเวียร่าแห่งตุรกี

แผนการเดินทาง

วันที่ 14 เมษายน 2562 : สนามบินสุวรรณภูมิ
20.00
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
23.00 ออกเดินทางโดย สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที TK 69 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ  10 ชั่วโมง)
วันที่ 15 เมษายน 2562 : เมืองอิสตันบูล - เมืองชานัคคาเล่
05.20
เดินทางถึง สนามบินกรุงอิสตันบูล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร

(เวลาท้องถิ่น ช้ากว่า ประเทศไทย 4 ชม.)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

ชม  เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเพราะใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ทำเป็นลายดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ

เข้าชม พระราชวังทอปกาปิ (Topkapi Palace) สร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังนี้มีเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ซึ่งภายในพระราชวังทอปกาปิกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุค
 
เข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) ศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึง เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา

นำท่านชม ฮิปโปโดรม (Hippodrome) หรือ สนามแข่งม้าโบราณสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุสใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย เดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) (ระยะทางประมาณ 363 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าและติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว เพราะว่ามีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง  ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร

เมื่อถึง ท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างและพระอาทิตย์ตก ณ ทะเลอีเจียน และขึ้นฝั่งที่ เมืองชานัคคาเล่ เดิมชื่อ BOGAZI หรือ HELLESPONT มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนล บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ มาร์มาราและอีเจี้ยน ทิศใต้ของเมืองเป็นที่ตั้งของกรุงทรอย (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 45 นาที)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                           
เข้าพักโรงแรม IRIS HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 16 เมษายน 2562 : กรุงทรอย - เมืองเพอร์กามัม - วิหารอะโครโปลิส - เมืองคูซาดาซึ
07.00
รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
08.00 เดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy) เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตที่ถูกสร้าง ขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้คนส่วนมากคิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมาและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่19 ได้มีการขุดค้นพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีต ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย (Wooden Horse of Troy) ม้าไม้แห่งกรุงทรอย สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเอง

เดินทางสู่ เมืองเพอร์กามัม (Pergamum) (ระยะทางประมาณ 191 กม. เดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลีย ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติกในราวปี 281-133 ก่อนคริสตกาลของราชวงศ์แอทตาลิด ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเมืองเบอร์กามาตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณนี้
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่าน นั่งกระเช้าสู่ด้านบนของยอดเขาโรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน ชมซากโบราณสถานที่ยังคงความสวยงามของอะโครโปลิส (Acropolis) ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่พวกกรีกเข้ามาปกครองที่บริเวณนั้นและมีความเจริญรุ่งเรืองที่เมืองเพอร์กามัม และถัดไปด้านในจะเป็น วิหารเทพเจ้าซุส ซึ่งรูปปั้นเทพเจ้าซุสแห่งนี้ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บในพิพิธภัณฑ์แปร์กามันที่กรุงเบอร์ลินในศตวรรษที่ 19
           
เดินทางสู่เมือง คูซาดาซี (Kusadasi) (ระยะทางประมาณ 408 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองคูซาดาซี แปลว่า “เกาะนก” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี ติดกับชายฝั่งทะเลอีเจียน เป็นท่าเรือสำคัญ เรือที่ล่องทะเลอีเจียนจอดที่คูซาดาซึเพื่อให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเมืองเอเฟซุส นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองตากอากาศและเล่นกีฬาทางน้ำที่นิยมแพร่หลาย ทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่ออีกด้วย เดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการเมนูบุฟเฟ่ต์

พักโรงแรม ROYAL PALACE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว
วันที่ 17 เมษายน 2562 : บ้านพระแม่มารี - เมืองเอฟฟิซุส - เมืองโบราณเอฟฟิซุส - เมืองปามุคคาเล่ 
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 เดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House Of The Virgin Mary) เล่ากันว่าพระแม่เสด็จมาเอฟิซุสกับนักบุญจอห์นในปีค.ศ.37 และ48 และสิ้นพระชนม์ลงที่นี่ปัจจุบันที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงสวด ภายในมีรูปบูชาที่เล่ากันว่ามีอำนาจในการรักษาโรคได้ พวกชาวกรีกออร์โธด็อกซ์จะมาชุมนุมกันที่โรงสวดในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อฉลองเทศกาลพระแม่มารีเสด็จสู่สวรรค์ สำนักวาติกันถือว่าที่นี่เป็นอารามแห่งหนึ่ง

ชม ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace, Prada, Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้า
                       
ชม เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาสร้างเมืองที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อ สมัย 2,000 ปีที่แล้ว ชม โรงละครกลางแจ้ง ที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ เช่น คอนเสิร์ตของฮูลิโอ อิงเกลเซียส ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ บ้านเศรษฐี ในสมัยก่อนที่ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
เดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) (ระยะทางประมาณ 198 กม. เดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
“ปามุคคาเล่” ถือเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลมาจากภูเขาทางทิศเหนือ ผ่านมายังบริเวณนี้เป็นเวลานับพันปี น้ำแร่ร้อนนี้มีส่วนผสมของแคลเซียมอ๊อกไซด์หรือแร่เกลือชนิดหนึ่ง น้ำแร่ที่นี่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส เมื่อน้ำแร่เย็นตัวลงได้ตกผลึกเป็นสีขาวปกคลุมเขาทั้งลูก ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ และจาการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก
เย็น เดินทางถึง เมืองปามุคคาเล่ ชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle)  มหัศจรรย์ปราสาทปุยฝ้ายแห่งตุรกีเมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองโบราณ ฮีราโพลีส”(Hierapolis) ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว190 ปีก่อนคริสกาลใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ที่เป็นต้นธารแห่งปามุคคาเล่ โดยพระเจ้า Eumenes ที่ 2 ในช่วงศตวรรษที่ 2-3 เมืองฮีราโพลีสเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ก่อนจะล่มสลายในศตวรรษที่ 7 จากการโจมตีของอาหรับ.. อิสระให้ท่านลงแช่เท้า หรือ ถ่ายรูปตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการอาหารแบบบุฟเฟต์

เข้าพักโรงแรม PAM THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว
วันที่ 18 เมษายน 2562 : ปามุคคาเล่ - อันตาเลีย
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองอันตาเลีย (Antalya) (ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนที่ราบชายฝั่งแคบๆ ล้อมรอบด้วยภูเขา และท้องทะเลอันงดงาม จนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนให้การยกย่องว่าเป็น ริเวียร่าแห่งตุรกี มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และทางประวัติศาสตร์ที่ถือว่ามีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
ชมความงดงามของอนุสาวรีย์โบราณ รวมถึงกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ (Hidirlik Tower) อีกหนึ่งหอคอยที่มีความสำคัญ สร้างจากหินสีน้ำตาลอ่อนเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ หรือ ประภาคารในอดีต เป็นหอคอยทรงกลมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่น และเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง  ปัจจุบันหอคอยล้อมรอบด้วยร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย นำท่านสู่ ประตูเฮเดรียน (Hadrian’s Gate) ประตูชัยซึ่งสร้างขึ้นตามชื่อของจักรพรรดิโรมันเฮเดรียน (Roman Emperor Hadrian) ในช่วงศตวรรษที่ 2 รูปแบบทรงโค้ง จำนวน 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศตุรกี ชม ท่าเรือโบราณ (Old Harbor) ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยยังคงเค้าโครงเดิมไว้ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความงามของอ่าวที่เป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เนี่ยน (Mediteranian Boat Trip) เจ้าของสมญานาม ริเวียร่าแห่งตุรกี ให้ท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดโดยการล่องเรือลัดเลาะไปตามหน้าผาต่างๆ ชมน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการเมนูบุฟเฟต์

เข้าพักโรงแรม BASARAN BUSINESS HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว
วันที่ 19 เมษายน 2562 : เมืองอันตาเลีย - เมืองคัปปาโดเกีย - นครใต้ดินไคมัคลี - ชมโชว์ระบำหน้าท้อง
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 เดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (ระยะทาง 542 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง)
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย
ระหว่างทางชม คาราวานสไลน์ (Caravansarai) ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย ชม นครใต้ดินไคมัคลี (UNDERGROUND CITY OF KAYMAKLI) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู  นครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดิน

จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม บริการเมนูบุฟเฟต์
 
ชมการแสดง ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) อันเลื่องชื่อของตุรกี
                          
พิเศษ! เข้าพัก โรงแรมถ้ำ UCHISAR CAVE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 20 เมษายน 2562 : เมืองคัปปาโดเกีย - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ - อิสตันบูล
05.00
เลือกซื้อทัวร์เสริม ทัวร์นั่งบอลลูน ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 230 ดอลลาร์สหรัฐ

ท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ (ค่านั่งบอลลูนไม่รวมในค่าทัวร์) เจ้าหน้าที่รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาดท่าน ชมความงดงามของเมืองคาปาโดเกียที่เป็นลักษณะของถ้ำที่เกิดจากการทับถมกันของลาวาภูเขาไฟเป็นพันๆปี ใช้เวลาบนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง
07.00 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 ชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วงปี ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และ โบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมถ้ำหิน แวะชม โรงงานอัญมณี และ โรงงานเซรามิค อิสระเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านชม เมืองคัปปาโดเกีย ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขากรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม ผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เก็บภาพความสวยงาม ของเมืองคัปปาโดเกีย
              
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
15.45 ออกเดินทางโดย สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2013 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)
17.35 เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล จากนั้นเดินทางสู่ที่พักเมืองอิสตันบูล
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ
 
เข้าพักโรงแรม GOLDEN WAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่ 21 เมษายน 2562 : พระราชวังโดลมาบาชเช่ - อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน - ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ - สนามบิน
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.00 นำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Cruise Along the Bosphorus) เป็นช่องแคบขนาดใหญ่ที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ (The Black Sea) กับ ทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาว 32 กิโลเมตร ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบ
               
เข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรม และทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งแผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมอซิทในปีค.ศ.1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะวัฒนธรรม การดำรงชีวิตตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตก พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรป และตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า  บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน แขวนในห้องท้องพระโรง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการเมนูอาหารจีน
บ่าย
ชม อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Sarnici) ความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียนแห่งไบแซนไทน์ ในศตวรรษที่ 6 เป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามที่ถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร เสาส่วนใหญ่เป็นแบบไอออนิกและแบบคอรินเทียน การก่อสร้าง มีเสาค้ำยันเรียงรายกว่าสามร้อยต้น ชมเสารูปดวงตา ว่ากันว่าน้ำตาจากดวงตาเหล่านั้นเพื่อเหล่าทาสนับร้อยที่ตายในการก่อสร้าง และเสาอีก 2 ต้นที่ไม่ควรพลาดชม ได้แก่ เสาที่มีฐานเป็นหัวของเมดูซากลับหัว และเสาหัวเมดูซาตะแคงขวา อุโมงค์เก็บน้ำนี้ถูกลืมไปนานหลายศตวรรษ และมาพบโดยบังเอิญโดย Peter Gylius ชาวฝรั่งเศส ในปี 1545 ขณะที่เขาทำงานวิจัยไบแซนไทน์โบราณในเมือง

เยือน ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ (Grand Bazaar) ตลาดเก่าแก่อายุกว่าห้าร้อยปีแห่งอิสตันบูล สร้างปีค.ศ.1455 โดดเด่นทางสถาปัตยกรรม และความกว้างใหญ่ของตลาด มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน มีถนน 65 เส้น ตลาดแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คจุดศูนย์กลางแห่งกรุงอิสตันบูล อาจเป็นเพราะตุรกีตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจากทั้งสองฝั่ง บวกกับความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย
16.00
สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
20.10
ออกเดินทางโดย สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 64
วันที่ 22 เมษายน 2562 : สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
09.40 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

เงื่อนไข

ตารางเที่ยวบิน เดินทางโดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์

ไป
:
กรุงเทพฯ - อิสตันบูล
คับปาโดเกีย - อิสตันบูล
TK 69
TK 2013  
เวลา :
23.00 น. - 05.20 น.
15.45 น. - 17.35 น.
กลับ
:
อิสตันบูล - กรุงเทพฯ  
TK 64  
เวลา :
20.10 น. - 09.40 น.

อัตราแพคเกจนี้รวม
-
บัตรโดยสารสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ชั้นประหยัด พร้อมภาษีสนามบิน เส้นทาง กรุงเทพฯ-อิสตันบู/คัปปาโดเกีย-อิสตันบูล-กรุงเทพฯ
-
โรงแรมที่พัก 6 คืน ตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
- อาหารตามที่ระบุในรายการ และน้ำดื่มบนรถโค้ชวันละ 2 ขวด/ท่าน
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ
-
รถโค้ชปรับอากาศ นำเที่ยวตามเส้นทางระบุในรายการ มักคุเทศก์ท้องถิ่นภาษาอังกฤษ และหัวหน้าทัวร์ไทย
-
บริการ WIFI บนรถโค้ช
-
ประกันอุบัติเหตุแบบหมู่คณะวงเงิน 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 500,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)

อัตราแพคเกจนี้ไม่รวม
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ มินิบาร์ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
-
ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
-
ค่ายานพาหนะท่องเที่ยวนอกเหนือจากรายการ (กรณีผู้เดินทางต้องการชมสถานที่ท่องเที่ยวอิสระหรือรายการเสริม)
- ค่าธรรมเนียมสัมภาระที่เกินจากสายการบินกำหนด 20 กก./1ใบ/ท่าน
-
สินน้ำใจมักคุเทศก์ท้องถิ่น และพนักงานขับรถ 5 ดอลลาร์/ ท่าน/วัน  (รวม 7 วัน 35 ดอลลาร์ ตลอดทริป)
-
สินน้ำใจหัวหน้าทัวร์ไทย (ขึ้นด่ำวันละ 100 บาท x 9 วัน = 900/ท่าน ตลอดทริป)
-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบเสร็จในนามบริษัท)

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
-
ชำระมัดจำ 10,000 บาท ต่อที่นั่ง ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการยืนยันที่นั่ง
-
ส่วนที่เหลือชำระก่อน 35 วัน ก่อนวันเดินทาง
-
ระยะเวลาจำหน่าย : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 30 มีนาคม 2562

เงื่อนไขการยกเลิก
-
กรณียกเลิกการเดินทาง 35 วัน ก่อนวันเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินมัดจำ
-
กรณียกเลิกการเดินทาง ภายใน 30 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าใช้จ่าย 70% ของค่าทัวร์
- กรณียกเลิกการเดินทาง ก่อนการเดินทาง 25 วัน ขอสงวนสิทธิ์คิดค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

หมายเหตุ
-
บริษัทฯ ไม่มีนโยบายยกเลิกทัวร์ ในกรณีจำนวนผู้เดินทางไม่ครบ 15 ท่าน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับราคาขึ้นตามจำนวนผู้เดินทางจริง
-
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่างๆ
-
เนื่องจากรายการทัวร์เป็นแบบเหมาจ่าย หากท่านสละสิทธิ์ใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
-
หากสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน หรือมีเหตุการณ์ประการใดที่เกิดขึ้นจากสายการบิน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในทัวร์เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
-
บัตรโดยสารแบบหมู่คณะ คณะต้องเดินทางไปและกลับพร้อมกันไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทาง หรือยกเลิกตั๋วได้


 

ราคา

14 - 22 เม.ย. 62
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว ราคาท่านละ 55,900 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ราคาท่านละ 49,900 บาท

-
ปิดการขาย