อุทยานแห่งชาติภูเรือ กับความหนาวที่ขึ้นชื่อว่า...หนาวที่สุดในสยาม

กินเที่ยว : 30,907
อุทยานแห่งชาติภูเรือ กับความหนาวที่ขึ้นชื่อว่า...หนาวที่สุดในสยาม

อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นจุดที่หนาวที่สุดในประเทศไทย และมีธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะแก่การทางท่องเที่ยวในฤดูหนาวเป็นอย่างยิ่ง

   

พอเข้าฤดูหนาวทีไร สถานที่ท่องเที่ยวตามยอดภู ยอดดอยทุกแห่งก็คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศที่ต้องการมาอาบ ความหนาวเย็น ชื่นชมทะเลหมอกในขุนเขาและความงามของไม้ดอกเมืองหนาว ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย แต่ครั้งนี้เราขอแนะนำให้ลองไปเที่ยวภาคอีสานตอนบนดูบ้าง ซึ่งรับรองได้ว่าหนาวและสวยงามไม่แพ้ที่ไหน

ถ้าอยากได้อากาศหนาวๆ อยู่บนยอดภูแล้วก็มีดอกไม้สวยๆ ต้องไปที่จังหวัดเลย เพราะจังหวัดเลยมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู” เนื่องจากเราอยากจะไปหนาวกันให้สุดขั้ว เราจึงมุ่งหน้าไปที่ยอดภูเรือจุดที่หนาวที่สุดของประเทศไทย

 

อุทยานแห่งชาติภูเรือเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 16 ของประเทศไทย มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ ส่วนสาเหตุที่ภูเขาลูกนี้มีชื่อเรียกว่าภูเรือก็เพราะตัวภูเขามีลักษณะโดด เด่นเป็นชะโงกผายื่นออกมา รูปร่างคล้ายเรือสำเภาลำใหญ่ บริเวณพื้นที่ราบบนยอดภูเรือเปรียบเสมือนท้องเรือ ถ้าหากเราขึ้นไปที่บริเวณยอดภูเรือ ณ จุดที่มีความสูงที่สุด คือ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล เราจะสามารถชมทัศนียภาพได้โดยรอบ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางขึ้นยอดภูเรือกันแต่เช้าเพื่อให้ทันชม แสงแรกของวัน พร้อมกับสัมผัสอากาศหนาวจับใจที่มีทะเลหมอกลอยในหุบเขาสลับซับซ้อนอยู่ เบื้องล่าง จากการที่อุทยานแห่งชาติภูเรือประกอบไปด้วยยอดเขาสูง จึงทำให้มีอุณหภูมิเฉลี่ย 22.5 องศาเซลเซียส และหนาวเย็นตลอดทั้งปี

เมื่อเราขึ้นไปถึงยอดภูเรือแล้ว ก็ขอสักการะพระพุทธนาวาบรรพตซักหน่อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ จะจำหน่ายดอกไม้ ธูปเทียน 7 สี ตามสีประจำวันเกิดให้เราในราคาชุดละ 20 บาท หลังจากไหว้พระขอพรกันเรียบร้อยแล้วก็ต้องเล่าถึงที่มาของพระพุทธนาวาบรรพต เล็กน้อย “พระพุทธนาวาบรรพต” เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางมารวิชัยที่ชาวภูเรืออัญเชิญมาจากวัดพระญาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ปีพ.ศ.2520 ต่อมาได้มีการปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง จนกระทั่งในปีพ.ศ.2538 ได้มีการสร้างเจดีย์ถาวรครอบองค์พระไว้

นอกจากนี้บริเวณยอดภูเรือเราจะเห็นป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติและดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ทั้งกุหลาบแดง กุหลาบขาว ดาวเรืองภูเฟิร์น และกล้วยไม้ป่า ออกดอกสลับกันไปตลอดทั้งปี ดังนั้นไม่ว่าจะมาเที่ยวภูเรือในช่วงเวลาใด ก็จะได้เห็นทัศนียภาพและพันธุ์ไม้แตกต่างกันออกไป นอกจากบริเวณยอดภูเรือแล้ว ที่ภูเรือยังมีจุดชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุด เช่น ผาโหล่นน้อย จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงาม, ผาซ่าทอง จุดชมพระอาทิตย์ตก, น้ำตกห้วยไผ่, หินศิวลึงค์, สวนหินพาลี, ทุ่งหินพานขันหมาก, หินเต่า เป็นต้น

 

มีตำนานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง เล่าสืบต่อมันมานานแล้วถึงภูเรือและหินรูปร่างแปลกตาทั้งหลายในบริเวณ อุทยานฯว่า “แต่ก่อนภูเรือเป็นเมืองชื่อ “ภูทุ่ง” เจ้าเมืองภูทุ่งเป็นพระสหายสนิทของเจ้าเมืองภูครั่ง ทั้งสองต่างหมายจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่พระธิดาแห่งเมืองภูครั่งมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว นางจึงหลบหนีไปเมื่อขบวนขันหมากของพระโอรสเมืองภูทุ่งมาถึง พระโอรสกริ้วมากจึงทำลายขันหมากทิ้ง กลายเป็นหินเรียงรายอยู่ที่ “ทุ่งหินพานขันหมาก” และได้สร้าง “หินศิวลึงค์” ไว้ให้ชาวบ้านที่ผ่านไปมาคอยเคารพบูชา พร้อมกันนั้นได้สร้าง “หินเต่า” เพื่อประชดตัวเอง” ซึ่งหินรูปร่างแปลกตาเหล่านี้ ได้กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดภูเรือ ซึ่งเราสามารถจอดรถเพื่อแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้

ถ้าหากใครต้องการจะมาสัมผัสกับธรรมชาติอย่าง ใกล้ชิด ขอแนะนำให้มาพักกางเต็นท์ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูเรือดูซักคืน เพราะมีลานกางเต็นท์จัดเตรียมไว้บริการนักท่องเที่ยวถึง 2 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านอาหาร และที่สำคัญมีไฟฟ้าให้ใช้ตลอดคืน หรือถ้าไม่อยากนอนในเต็นท์ ทางอุทยานฯ ก็มีบ้านพักไว้บริการด้วยเช่นกัน อ้อ...ฝากไว้อีกนิด ถ้าหากอยากจะมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ ทางอุทยานฯมีกำหนดเวลาเปิด ตั้งแต่ 5.00 – 20.00 น. ส่วนค่าธรรมเนียมเข้า คือ ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์ 30 บาท ฯลฯ

 

ที่อยู่ : หนองบัว  อ. ภูเรือ จ. เลย    42160
GPS : N17 29 2.16, E101 21 19.56
เบอร์ติดต่อ : 042 801 716, 042 807 624-5
แฟกซ์ : 042 801 716
E-mail : phuruea_np8@hotmail.com
Website : อุทยานแห่งชาติภูเรือ
เวลาทำการ : 05.00-20.00 น.
ค่าธรรมเนียม : -ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

-ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

-รถยนต์ 30 บาท
ช่วงเวลาแนะนำ : อุทยานแห่งชาติภูเรือสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศเย็นมากจนเกิด “แม่คนิ้ง”
ไฮไลท์ : บริเวณยอดภูเรือ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก 
กิจกรรม : ชมวิวทิวทัศน์ / ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดภูเรือ / เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ / แคมปิ้ง / เที่ยวถ้ำ


จากจังหวัดเลยเดินทางไปโดยทางหลวงแผ่น ดินหมายเลข 203 ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอภูเรือ แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49 - 50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ จากนั้นเดินทางต่อไปอีก 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

ข้อมูลเเละภาพประกอบจาก