เงื่อนไข จุดจำหน่าย  ติดต่อเรา เกี่ยวกับบริษัท วิธีการซื้อบัตร สถานที่แสดง
Follow us  
 
 
ชื่อสมาชิก
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน
 
พิมพ์หน้านี้
ตั้งเป็นหน้าแรก
บันทึกลิงก์หน้านี้ !

 
ใหม่!...บริการล่าสุดจาก
Thaiticketmajor
   
บริการใหม่ สะดวกสบาย !!
Mobile.thaiticketmajor.com
Mobile.thaiticketmajor.com


 
00You are here : HomeTour & Travel > เรือคุณแม่ "อิ่มบุญ อิ่มท้อง- ล่องเรือโบราณ"

0
- - - เรือคุณแม่ "อิ่มบุญ อิ่มท้อง- ล่องเรือโบราณ" - - - / ออกเดินทางทุกวันเสาร์และวันหยุดพิเศษ + + +

“อิ่มบุญ-อิ่มท้อง-ล่องเรือโบราณ”
ล่องเรือกระแชงโบราณ ไหว้พระเสริมศิริมงคล
พร้อมรับประทานอาหารบนเรือ

กำหนดการ
ออกเดินทางทุกวันเสาร์และวันหยุดพิเศษ
13.00 น.
ลงทะเบียนที่ “River City สี่พระยา”
14.00 น.
ลงเรือที่ท่าน้ำ “River City สี่พระยา”
14.15 น.
แวะนมัสการ "กวง ตี่ กู เมียว" (ศาลเจ้ากวนอู - เทพผู้เป็นเง๊กเซียนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน)
15.00 น.
ไหว้พระชำปอกง ที่วัดกัลยาณมิตร -
พระพุทธรูปเชื้อสายจีนในวัดไทย
“เสริมดวงการค้า โชคลาภ โชคดีในการเดินทาง”
15.30 น.
วัดอรุณราชวรารามวรวิหาร
นมัสการพระปรางค์ วัดอรุณ “ให้ชีวิตรุ่งโรจน์”
(หากปีนพระปรางค์ถึงยอดจะทำให้โชคดี)
16.10 น.
วัดระฆัง - ไหว้พระประธานยิ้มรับฟ้า “ชื่อเสียงโด่งดัง”
16.50 น.
วัดสุวรรณณาราม - ไหว้พระศาสดา - พระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย ฝีมือช่างสุโขทัย
-ชมจิตรกรรมไทยบนฝาผนังที่โดดเด่นและสมบูรณ์
ที่สุด ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์
17.30 น.
รับประทานอาหารเย็นบนเรือ (สไตล์ค็อกเทล)
รายการอาหาร
- มะม่วงน้ำปลาหวาน
- เมี่ยงสองคำ (เพราะเป็นเมี่ยงคำห่อสำเร็จ เสียบไม้คู่)
- เฉาก๊วยโบราณ
- ขนมสอดไส้
- ขนมตาล
- ไส้กรอกห่อเบค่อน
- ไส้กรอกอีสาน
- ปีกไก่ทอด
- หมูสะเต๊ะ
- แกงเขียนหวานลูกชิ้นปลากราย + ขนมจีน
- ผัดไทยห่อไข่
- ลาบปลาทับทิม
- ข้าวผัดสับปะรด
- กุ้งเสียบไม้ย่าง
- ผลไม้ตามฤดูกาล / ข้าวเหนียวมะม่วง
- ตะโก้ / ลูกชุบ / วุ้นมะพร้าว
- ค็อกเทล “ไหมไทย” / น้ำผลไม้ / น้ำสมุนไพร /
น้ำอัดลม
19.00 น.
ขึ้นเรือที่ท่าน้ำ River City
กลับเดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

.:: เรียนรู้ประวัติของสถานที่ต่างๆก่อนการล่องเรือ ::.

1. นมัสการ "กวง ตี่ กู เมียว"
(ศาลเจ้ากวนอู - เทพผู้เป็นเง๊กเซียนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน)

ประวัติ ศาลเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมากว่า 268 ปี ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ในเก๋งศาลเจ้ากวนอู มีเจ้าพ่อกวนอูอยู่ด้วยกัน 3 องค์ จักรพรรดิราชวงศ์ชิง มีเจ้าสัวชื่อ "นายคงเส็ง" ได้บูรณะเก๋งแห่งนี้ให้ใหญ่ขึ้น และได้อัญเชิญเจ้าพ่อกวนอูองค์ที่สามมาประทับร่วมกันในเก๋ง รวมเป็นสามองค์ พร้อมสร้างระฆังไว้หนึ่งใบ

เทพเจ้ากวนอูหรือกวนกง เป็นเทพชั้นสูงอีกองค์หนึ่งที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาบูชากราบไหว้มากที่สุด และปรากฏศาลเจ้าของท่านมีอยู่ทั่วในทุกทิศ เชื่อกันว่า นอกจากผู้บูชากราบไหว้ ท่านจะประสบความสุข และปลอดภัยจากสรรพภัยทั้งปวงแล้ว ชาวจีนยังเชื่อกันว่า ท่านเป็นเทพที่อำนวยพรด้านโชคลาภ เงินทองและคุ้มครองทรัพย์อีกนัยหนึ่งด้วย


2. ไหว้พระชำปอกง ที่วัดกัลยาณมิตร
- พระพุทธรูปเชื้อสายจีนในวัดไทย
“เสริมดวงการค้า โชคลาภ โชคดีในการเดินทาง”

ประวัติ หากกล่าวถึงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จีนในวัดไทย สำหรับคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับ "ซำปอกง" เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหนึ่งในวีรบุรุษของจีนและกลายเป็นที่เคารพนับถือของคนจีน และคนไทยทั่วไป จากตำนาน ที่เล่าขานกันมาหลายร้อยปีกลายมาเป็นซำปอกง หรือที่คนไทย รู้จักกันดีในนาม "หลวงพ่อโต" ซึ่งในประเทศไทย มีซำปอกงองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่เพียง 3 วัดเท่านั้น โดยผู้ที่ไปกราบไหว้สักการบูชาซำปอกง ส่วนใหญ่นอกจากจะ กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังนิยมไป กราบไหว้เพื่อให้รุ่งเรืองทางด้าน การค้าพาณิชย์ มีโชคลาภ และประสบ แต่โชคดีในการเดินทาง


3. วัดอรุณราชวรารามวรวิหาร
นมัสการพระปรางค์ วัดอรุณ “ให้ชีวิตรุ่งโรจน์”
(หากปีนพระปรางค์ถึงยอดจะทำให้โชคดี)

ประวัติ วัดอรุณราชวราราม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ถนนอรุณอัมรินทร์ เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดแจ้ง ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้ายพระราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้งอยู่ ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐาน ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ ได้อัญเชิญมาจาก เวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งถือว่าเป็นวัด ประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้ พระราชทานนามว่า วัดอรุณราชธาราม หรือวัดแจ้ง มีจุดเด่นที่ น่าสนใจ คือ พระปรางค์องค์ใหญ่ ซึ่งมีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เสร็จ สมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดอรุณราชวราราม" จัดเป็นพระอารามหลวงชั้น วรมหาวิหาร เรียกชื่อเต็มว่า "วัดอรุณราชวรมหาวิหาร"


4. วัดระฆัง - ไหว้พระประธานยิ้มรับฟ้า

ประวัติ วัดระฆังโฆสิตาราม เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ (หรือบางหว้าใหญ่) ในสมัยธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช และได้ขุดพบ ระฆังลูกหนึ่ง ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยทรงสร้างระฆังชดเชย ให้วัดบางว้าใหญ่ 5 ลูก จากนั้นได้   พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดระฆังโฆสิตาราม”

พระประธานยิ้มรับฟ้า เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสำริด ปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ ๔ ศอกเศษ เบื้องพระพักตร์ มีรูปพระสาวก ๓ องค์ นั่งประนมมือดุจรับพระพุทธโอวาทพระประธานองค์นี้ ได้รับการยกย่อง ว่างดงามมาก ปรากฎว่าครั้งหนึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ได้ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดว่า ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตู โบสถ์พระประธาน ยิ้มรับฟ้าทุกที ด้วยเหตุนี้จึงทรงถวาย เครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตน-ราชวราภรณ์ และมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แด่พระประธานองค์นี้เป็นพิเศษ และพระประธาน องค์นี้ก็ได้นามว่า พระประธานยิ้มรับฟ้า ตั้งแต่นั้นมา


5. วัดสุวรรณณาราม - ไหว้พระศาสดา - พระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย ฝีมือช่างสุโขทัย - ชมจิตรกรรมไทยบนฝาผนังที่โดดเด่นและสมบูรณ์ที่สุด ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ประวัติ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เป็นที่สร้างขึ้นในกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดทอง ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดสุวรรณารามและให้ช่างเขียนภาพฝาผนังในพระอุโบสถด้วย มีงานของจิตรกรอย่าง หลวงวิจิตรเจษฎา(ทองอยู่) ผู้เขียนเนมีราชชาดกกับหลวงเสนีย์บริรักษ์(คงแป๊ะ) ผู้เขียนมโหสถชาดก เป็นต้น

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

TICKET INFORMATION
สถานที่ลงเรือ
ที่ตั้ บนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา

วัน/เวลาล่องเรือ :
>> ออกเดินทางทุกวันเสาร์และวันหยุดพิเศษ
เวลาล่องเรือ 13.00 - 19.00 น.

จำหน่ายบัตร ตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2552 ถึง
วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม 2553
(เริ่มจำหน่ายบัตรวันแรกเวลา 10.00 น.)
 
บัตรราคา • 1,200 บาท
(ผู้ใหญ่)
• 800 บาท
(สำหรับเด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม )
ผังที่นั่ง
หมายเหตุ :

ส่วนลดพิเศษ!!!

- ซื้อบัตร ภายในวันที่ 15 ม.ค. 53
รับส่วนลดทันที 20% ไม่จำกัดจำนวน

- เมื่อซื้อบัตรจำนวน 5 ใบ รับฟรี ทันที 1 ใบ
ตั้งแต่วันนีุ้ถึง 15 ม.ค. 53


* ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ไม่เปิดขายบัตรหน้าสถานที่ *
สำหรับการซื้อบัตรผ่านทาง Internet
ลูกค้าต้องรับบัตรที่บูธไทยทิคเก็ตเมอร์เท่านั้น
THAITICKETMAJOR : Your Ticket to Great Entertainment : English
 
 
บริการแจ้งเตือนบนมือถือ
คลิกอ่านเพิ่ม
0 2262 3456
0 2262 3898
contact_us@thaiticketmajor.com
Register | Login
 
 


ต่อ...



:: สกู๊ป "เรือคุณแม่"Grand Openning ::
     ฤกษ์ดีวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 “เรือคุณแม่” ภายใต้การจัดการของบริษัท สยามริเวอร์ครุยซ์ จำกัด เปิดรอบปฐมฤกษ์ เส้นทาง “อิ่มบุญ-อิ่มท้อง-ล่องเรือโบราณ” ให้กับคณะสื่อมวลชน โดยมีคุณแม่จรัสวรรณ เจ้าของกิจการ และคุณลูก แนน-ณัฐิตา เป็นกัปตันนำทีม พร้อมลูกเรือนำโดยคุณพจน์ อานนท์ ผู้กำกับหนังจอเงิน ตามด้วยศิลปิน นักแสดง นักข่าวจำนวนกว่า 50 ท่าน ร่วมล่องเรือ 2 บรรยากาศ ไหว้พระ 5 วัดดังของแม่น้ำเจ้าพระยา และรับประทานอาหารค่ำบนเรือบรรทุกข้าวโบราณ

     พายุฝนฤดูร้อนที่ตกไม่ขาดสายตลอดเช้าวันที่ 15 พ.ค. กลับเป็นใจเปิดฟ้าให้กับคณะทัวร์ “เรือคุณแม่” ออกเดินทางพร้อมกันที่ท่าน้ำสาทร เมื่อเวลาบ่าย 2 โมงในวันเดียวกัน พวกเราลงทะเบียนพร้อมรับถุงยังชีพจากทีมงาน “เรือคุณแม่” ภายในบรรจุทั้งพัดคลายร้อน และชุดกันฝน เรียกได้ว่า...เผื่อเอาไว้ทุกสถานการณ์ พร้อมธูปเทียน เงิน-ทอง-นาค บรรจุพอดีสำหรับ 5 วัดที่หยุดเยี่ยมชม

     ความประทับใจแรกของ “เรือคุณแม่” คือพวงมาลัยดอกรักที่มอบให้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวขึ้นมาทันที หลังจากที่ลงหลักหาที่นั่งได้แล้วก็มีน้ำสมุนไพร น้ำตะไคร้ น้ำเก็กฮวย ที่ทีมงานกระซิบบอกว่า “ถูกหลักอนามัย เพราะต้มเอง” หันไปเห็นบนโต๊ะมี“ขนมตาล”และ“ขนมใส่ไส้”วางอยู่ รสชาติกำลังพอดี หยิบทานได้เรื่อยๆ

     เริ่มออกเดินทางวิทยากรรูปหล่อแนะนำตัว พร้อมแนะนำเจ้าของกิจการ “คุณแม่จรัสวรรณ” พร้อมลูกสาว “แนน-ณัฐิตา” ทั้งสองท่านให้ข้อมูลว่า “เรือคุณแม่” เป็นชื่อใหม่ที่ตั้งขึ้น หลังจากที่บริษัททำการขยายธุรกิจสู่นักท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง เดิมก่อตั้งมานานกว่า 18 ปี ดำเนินการภายใต้ชื่อ “สยามริเวอร์ครุยซ์” รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 99.99% คุณแม่กล่าวว่า “คนไทยมักไม่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวเจ้าพระยาในรูปแบบเรือขนข้าวโบราณนี้ อยากสนับสนุนไทยเที่ยวไทย โดยจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว ที่ได้ทั้งประโยชน์ และความสุขใจ เป็นเส้นทางแบบผสมคือ ได้ทำบุญไหว้พระ กับวัดดังทั้ง 5 ของแม่น้ำเจ้าพระยา และรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินกัน ที่สำคัญต้องไม่ให้ลูกทัวร์รู้สึกเหนื่อย หรือไม่บันเทิงใจ ตามคอนเซ็ปต์ อิ่มบุญ-อิ่มท้อง-ล่องเรือโบราณ”

     จุดหมายแรกคือศาลเจ้ากวนอู “กวง ตี่ กู เมี่ยว” วิทยากรให้ข้อมูลว่าเทพกวนอูที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีครั้งหนึ่งที่เทพกวนอูสั่นอยู่เป็นเวลากว่าสัปดาห์ ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่มีใครทราบสาเหตุ ภายในศาลเจ้าตกแต่งสวยงาม มีมุมให้ถ่ายรูปกันแบบจุใจ ทีมงานให้เวลาอย่างเต็มที่ เพราะ “เรือคุณแม่”จอดรอเทียบท่าไม่หนีไปไหน

     ขึ้นมาบนเรือ ยังไม่ทันได้ร้อนก็มีพนักงานยื่นผ้าเย็นให้พร้อมน้ำดื่มสมุนไพร จะเลือกไหมไทยหรือน้ำอัดลมก็ได้ วิทยากรบรรยายต่อและเดินทางสู่วัดกัลยาณมิตร

     ที่วัดกัลยาณฯ นมัสการหลวงพ่อโต “ซำปอกง” 1 ใน 3 พระจีนในไทย โด่งดังเรื่องการขอพรที่เกี่ยวกับการค้าและการเดินทาง ที่นี่นิยมถวายผ้าไตร และมีจำหน่ายน้ำมนต์ในขวดทรงน้ำเต้า เหมาะเป็นที่ระลึก - กลับมาที่ “เรือคุณแม่” รับผ้าเย็นและน้ำดื่มดับร้อน คุณลูกเดินบริการมะม่วงน้ำปลาหวานในห่อกระทงใบตองขนาดพอดีคำ อดไม่ได้ที่จะต้องชมว่าน้ำปลาหวานอร่อยมาก ได้รับคำตอบว่าคุณแม่เคี่ยวเองตอนเช้า แนะนำว่าสามารถทำขายเป็นของฝากได้เลย

     เรือหยุดอีกครั้งที่วัดอรุณราชวราราม วิทยากรบอกว่า มาถึงแล้วต้องปีนองค์พระปรางค์กันทุกคน เพราะจะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์ และที่สำคัญต้องเผื่อเวลาสำหรับขาลง เพราะทำใจลำบากในการก้าวลงเหลือเกิน และแน่นอน ที่วัดนี้ทีมงานให้เวลานานเป็นพิเศษ - เดินหมดแรงกันกลับมาที่เรือรับผ้าเย็นและน้ำเย็น คุณลูกเดินบริการเองอีกครั้งด้วย “เมี่ยงสองคำ” เพราะเป็นเมี่ยงคำห่อแล้วเสียบไม้ ไม้ละสองอัน ราดน้ำจิ้มให้เสร็จสับ เห็นบางคนก็รับ “เมี่ยงสี่คำ” เพราะอร่อยขอทานสองอัน

     ถึงวัดที่ 4 วัดระฆังโฆสิตาราม เห็นเพื่อนสมาชิกบางคนทำท่าอิดออด แต่สุดท้ายก็อดอยากโด่งดัง ต้องขอลงไปตีระฆังที่วัดนี้ไม่ได้ ภายในโบสถ์มี “พระประทานยิ้มรับฟ้า” ที่รัชกาลที่ 5 ทรงประทานนามให้ เพราะมองขึ้นเห็นพระพักตร์ครั้งใดก็เห็นทรงยิ้มให้ทุกครา เหมาะกับประเทศไทยเราตอนนี้มักมีแต่ใบหน้าโกรธเคืองกัน - อากาศเริ่มร้อนขึ้น เพราะไอเย็นฝนจางลง ยิบพัดจากถุงผ้าขึ้นมาพัดดับร้อน ดื่มน้ำเก็กฮวยแก้วที่สอง และทีมงานก็บริการ “เฉาก๊วยโบราณ” มีขนุนหั่นเป็นเส้นใส่ปนกับน้ำเชื่อม สามารถคืนความสดชื่นและพร้อมเดินทางต่อ

     “เรือคุณแม่” เลี้ยวเข้าคลองบางกอกน้อยสู่วัดสุดท้ายที่หาโอกาสเยี่ยมชมได้ยากที่สุดคือ “วัดสุวรรณาราม” ที่เข้าชมได้ยากเพราะภายในโบสถ์คงปฏิมากรรมดั้งเดิมสมัยต้นรัตนโกสินทร์ฝีมือ “ครูทองอยู่” และ “ครูคงแป๊ะ” สองจิตรกรดังสมัยรัชกาลที่ 3 วิทยากรบรรยายว่าที่วัดนี้มักมีประเพณี “วิ่งม้าแก้บน” โดยปัจจุบันให้เด็กแต่งชุดไทย ใช้ผ้าขาวม้าผูกเป็นหัวม้า วิ่งวนรอบโบสถ์เป็นการแก้บน ซึ่งทางทีมงานก็ตระเตรียมวิธีการแก้บนไว้ให้ดู เรียกว่าถูกใจผู้ชม พาเอาม้าเด็กได้ค่าขนมกลับบ้านมากมาย

     กลับมาที่ “เรือคุณแม่” พบว่าทีมงานได้จัดโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารค่ำไว้เสร็จสรรพ เลือกที่นั่งกันตามชอบ ทุกคนก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร เพราะทนกลิ่นเย้ายวนของกุ้งเสียบไม้ ผัดไทยห่อไข่ ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ลาบปลาทับทิมทอด ไส้กรอกอีสาน ไส้กรอกเบคอน น่องไก่ทอด และหมูสะเต๊ะกันไม่ไหว อาหารรสชาติดีจนต้องไปตักอีกครั้ง บางคนก็สองครั้ง ถามหาแม่ครัวได้ความว่าเป็นสูตรจากคุณแม่ทั้งหมด ไม่คิดว่าอาหารบนเรือจะรสชาติดี ปกติไปล่องเรือก็จะได้แต่บรรยากาศ แต่อิ่มสบายท้องเพิ่งจะเคยก็คราวนี้

     รับประทานอาหารอิ่ม คุณแม่ก็ชวนให้ไปทานขนมกับผลไม้ มีข้าวเหนียวมะม่วงในกระทงใบตอง ตะโก้ชื่อดังจากร้านสุจิตพร ลูกชุบและวุ้นมะพร้าวรูปปลาจากร้านสุภัทราที่พารากอน ผลไม้มีมังคุด ลิ้นจี่ ส้มโอ เงาะ มะม่วงดิบ แตงโม ตกแต่งในจานอย่างสวยงาม ทุกอย่างดูน่าทานอย่างที่คุณแม่พูดไว้จริงๆ

     พวกเรานั่งฟังเพลงชมเจ้าพระยายามเย็น เห็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญริมฝั่งเจ้าพระยาเปิดไฟตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ลมโชยอ่อนๆ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขอชมว่าเป็นการเดินทางที่ประทับใจ และเกินความคาดหมาย ไม่คิดว่าแม่น้ำเจ้าพระยาของเราจะมีเรื่องราวที่รอคอยให้ถ่ายทอด เก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

About RuaKhunMae
จากความรักที่แม่มีต่อลูก ถูกปรุงถ่ายสู่ทุกความประทับใจใน “เรือคุณแม่”

เพราะเราเชื่อว่า “แม่” ย่อมคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ “ลูก”

จะเป็นอาหารซักจาน ผลไม้สักอย่าง แม่ก็จัดเตรียมอย่างดีที่สุด…

“เรือคุณแม่” ทั้ง 4 ลำ ถูกดัดแปลงจากเรือขนข้าวโบราณ มีท้องเรือทรงเหมือนเมล็ดข้าว ทำจากไม้สักทั้งลำ
“เรือคุณแม่” มีจุดเด่นตรงที่มีเสาโปร่งสูง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับลม และมองเห็นทิวทัศน์ของสองฝั่งเจ้าพระยากว้างแบบแนวพาโนรามา

“ความสุขของการล่องเรือเกิดขึ้นจากการสัมผัสบรรยากาศจริงภายในเรือ ไม่ใช่มองเห็นจากภายนอก” (คุณแม่กล่าว)

กว่า 18 ปี ที่เฝ้าเห็นคุณแม่ดูแลบริษัท สยามริเวอร์ครุยซ์ จำกัด จัดล่องเรือให้กับชาวต่างชาติเป็นหลัก ทุกการเตรียมงาน ทำด้วยความพิถีพิถัน เรียกได้ว่า…ถ้าจะเป็นลูกค้าต่างชาติ VIP อย่างอดีตเจ้าชายจิ๊กมี่ แห่งภูฐาน คณะ IBM หรือนางงามจักรวาล ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าคุณแม่

วันนี้คุณแม่บอกว่า “อยากให้เรือของเรามีลูกค้าคนไทยบ้าง แม่น้ำเจ้าพระยายังมีเรื่องราวอีกมากที่คนไทยเองไม่รู้ และการล่องเรือก็เป็นเรื่องบันเทิงใจมากกว่าที่คนไทยคิด”

ลงทะเบียน  เงื่อนไข จุดจำหน่าย  ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา วิธีการซื้อบัตร สถานที่แสดง