ฤกษ์ดีวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 เรือคุณแม่ ภายใต้การจัดการของบริษัท สยามริเวอร์ครุยซ์ จำกัด เปิดรอบปฐมฤกษ์ เส้นทาง อิ่มบุญ-อิ่มท้อง-ล่องเรือโบราณ ให้กับคณะสื่อมวลชน โดยมีคุณแม่จรัสวรรณ เจ้าของกิจการ และคุณลูก แนน-ณัฐิตา เป็นกัปตันนำทีม พร้อมลูกเรือนำโดยคุณพจน์ อานนท์ ผู้กำกับหนังจอเงิน ตามด้วยศิลปิน นักแสดง นักข่าวจำนวนกว่า 50 ท่าน ร่วมล่องเรือ 2 บรรยากาศ ไหว้พระ 5 วัดดังของแม่น้ำเจ้าพระยา และรับประทานอาหารค่ำบนเรือบรรทุกข้าวโบราณ
พายุฝนฤดูร้อนที่ตกไม่ขาดสายตลอดเช้าวันที่ 15 พ.ค. กลับเป็นใจเปิดฟ้าให้กับคณะทัวร์ เรือคุณแม่ ออกเดินทางพร้อมกันที่ท่าน้ำสาทร เมื่อเวลาบ่าย 2 โมงในวันเดียวกัน พวกเราลงทะเบียนพร้อมรับถุงยังชีพจากทีมงาน เรือคุณแม่ ภายในบรรจุทั้งพัดคลายร้อน และชุดกันฝน เรียกได้ว่า...เผื่อเอาไว้ทุกสถานการณ์ พร้อมธูปเทียน เงิน-ทอง-นาค บรรจุพอดีสำหรับ 5 วัดที่หยุดเยี่ยมชม
ความประทับใจแรกของ เรือคุณแม่ คือพวงมาลัยดอกรักที่มอบให้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวขึ้นมาทันที หลังจากที่ลงหลักหาที่นั่งได้แล้วก็มีน้ำสมุนไพร น้ำตะไคร้ น้ำเก็กฮวย ที่ทีมงานกระซิบบอกว่า ถูกหลักอนามัย เพราะต้มเอง หันไปเห็นบนโต๊ะมีขนมตาลและขนมใส่ไส้วางอยู่ รสชาติกำลังพอดี หยิบทานได้เรื่อยๆ
เริ่มออกเดินทางวิทยากรรูปหล่อแนะนำตัว พร้อมแนะนำเจ้าของกิจการ คุณแม่จรัสวรรณ พร้อมลูกสาว แนน-ณัฐิตา ทั้งสองท่านให้ข้อมูลว่า เรือคุณแม่ เป็นชื่อใหม่ที่ตั้งขึ้น หลังจากที่บริษัททำการขยายธุรกิจสู่นักท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง เดิมก่อตั้งมานานกว่า 18 ปี ดำเนินการภายใต้ชื่อ สยามริเวอร์ครุยซ์ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 99.99% คุณแม่กล่าวว่า คนไทยมักไม่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวเจ้าพระยาในรูปแบบเรือขนข้าวโบราณนี้ อยากสนับสนุนไทยเที่ยวไทย โดยจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว ที่ได้ทั้งประโยชน์ และความสุขใจ เป็นเส้นทางแบบผสมคือ ได้ทำบุญไหว้พระ กับวัดดังทั้ง 5 ของแม่น้ำเจ้าพระยา และรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินกัน ที่สำคัญต้องไม่ให้ลูกทัวร์รู้สึกเหนื่อย หรือไม่บันเทิงใจ ตามคอนเซ็ปต์ อิ่มบุญ-อิ่มท้อง-ล่องเรือโบราณ
จุดหมายแรกคือศาลเจ้ากวนอู กวง ตี่ กู เมี่ยว วิทยากรให้ข้อมูลว่าเทพกวนอูที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีครั้งหนึ่งที่เทพกวนอูสั่นอยู่เป็นเวลากว่าสัปดาห์ ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่มีใครทราบสาเหตุ ภายในศาลเจ้าตกแต่งสวยงาม มีมุมให้ถ่ายรูปกันแบบจุใจ ทีมงานให้เวลาอย่างเต็มที่ เพราะ เรือคุณแม่จอดรอเทียบท่าไม่หนีไปไหน
ขึ้นมาบนเรือ ยังไม่ทันได้ร้อนก็มีพนักงานยื่นผ้าเย็นให้พร้อมน้ำดื่มสมุนไพร จะเลือกไหมไทยหรือน้ำอัดลมก็ได้ วิทยากรบรรยายต่อและเดินทางสู่วัดกัลยาณมิตร
ที่วัดกัลยาณฯ นมัสการหลวงพ่อโต ซำปอกง 1 ใน 3 พระจีนในไทย โด่งดังเรื่องการขอพรที่เกี่ยวกับการค้าและการเดินทาง ที่นี่นิยมถวายผ้าไตร และมีจำหน่ายน้ำมนต์ในขวดทรงน้ำเต้า เหมาะเป็นที่ระลึก - กลับมาที่ เรือคุณแม่ รับผ้าเย็นและน้ำดื่มดับร้อน คุณลูกเดินบริการมะม่วงน้ำปลาหวานในห่อกระทงใบตองขนาดพอดีคำ อดไม่ได้ที่จะต้องชมว่าน้ำปลาหวานอร่อยมาก ได้รับคำตอบว่าคุณแม่เคี่ยวเองตอนเช้า แนะนำว่าสามารถทำขายเป็นของฝากได้เลย
เรือหยุดอีกครั้งที่วัดอรุณราชวราราม วิทยากรบอกว่า มาถึงแล้วต้องปีนองค์พระปรางค์กันทุกคน เพราะจะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์ และที่สำคัญต้องเผื่อเวลาสำหรับขาลง เพราะทำใจลำบากในการก้าวลงเหลือเกิน และแน่นอน ที่วัดนี้ทีมงานให้เวลานานเป็นพิเศษ - เดินหมดแรงกันกลับมาที่เรือรับผ้าเย็นและน้ำเย็น คุณลูกเดินบริการเองอีกครั้งด้วย เมี่ยงสองคำ เพราะเป็นเมี่ยงคำห่อแล้วเสียบไม้ ไม้ละสองอัน ราดน้ำจิ้มให้เสร็จสับ เห็นบางคนก็รับ เมี่ยงสี่คำ เพราะอร่อยขอทานสองอัน
ถึงวัดที่ 4 วัดระฆังโฆสิตาราม เห็นเพื่อนสมาชิกบางคนทำท่าอิดออด แต่สุดท้ายก็อดอยากโด่งดัง ต้องขอลงไปตีระฆังที่วัดนี้ไม่ได้ ภายในโบสถ์มี พระประทานยิ้มรับฟ้า ที่รัชกาลที่ 5 ทรงประทานนามให้ เพราะมองขึ้นเห็นพระพักตร์ครั้งใดก็เห็นทรงยิ้มให้ทุกครา เหมาะกับประเทศไทยเราตอนนี้มักมีแต่ใบหน้าโกรธเคืองกัน - อากาศเริ่มร้อนขึ้น เพราะไอเย็นฝนจางลง ยิบพัดจากถุงผ้าขึ้นมาพัดดับร้อน ดื่มน้ำเก็กฮวยแก้วที่สอง และทีมงานก็บริการ เฉาก๊วยโบราณ มีขนุนหั่นเป็นเส้นใส่ปนกับน้ำเชื่อม สามารถคืนความสดชื่นและพร้อมเดินทางต่อ
เรือคุณแม่ เลี้ยวเข้าคลองบางกอกน้อยสู่วัดสุดท้ายที่หาโอกาสเยี่ยมชมได้ยากที่สุดคือ วัดสุวรรณาราม ที่เข้าชมได้ยากเพราะภายในโบสถ์คงปฏิมากรรมดั้งเดิมสมัยต้นรัตนโกสินทร์ฝีมือ ครูทองอยู่ และ ครูคงแป๊ะ สองจิตรกรดังสมัยรัชกาลที่ 3 วิทยากรบรรยายว่าที่วัดนี้มักมีประเพณี วิ่งม้าแก้บน โดยปัจจุบันให้เด็กแต่งชุดไทย ใช้ผ้าขาวม้าผูกเป็นหัวม้า วิ่งวนรอบโบสถ์เป็นการแก้บน ซึ่งทางทีมงานก็ตระเตรียมวิธีการแก้บนไว้ให้ดู เรียกว่าถูกใจผู้ชม พาเอาม้าเด็กได้ค่าขนมกลับบ้านมากมาย
กลับมาที่ เรือคุณแม่ พบว่าทีมงานได้จัดโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารค่ำไว้เสร็จสรรพ เลือกที่นั่งกันตามชอบ ทุกคนก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร เพราะทนกลิ่นเย้ายวนของกุ้งเสียบไม้ ผัดไทยห่อไข่ ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ลาบปลาทับทิมทอด ไส้กรอกอีสาน ไส้กรอกเบคอน น่องไก่ทอด และหมูสะเต๊ะกันไม่ไหว อาหารรสชาติดีจนต้องไปตักอีกครั้ง บางคนก็สองครั้ง ถามหาแม่ครัวได้ความว่าเป็นสูตรจากคุณแม่ทั้งหมด ไม่คิดว่าอาหารบนเรือจะรสชาติดี ปกติไปล่องเรือก็จะได้แต่บรรยากาศ แต่อิ่มสบายท้องเพิ่งจะเคยก็คราวนี้
รับประทานอาหารอิ่ม คุณแม่ก็ชวนให้ไปทานขนมกับผลไม้ มีข้าวเหนียวมะม่วงในกระทงใบตอง ตะโก้ชื่อดังจากร้านสุจิตพร ลูกชุบและวุ้นมะพร้าวรูปปลาจากร้านสุภัทราที่พารากอน ผลไม้มีมังคุด ลิ้นจี่ ส้มโอ เงาะ มะม่วงดิบ แตงโม ตกแต่งในจานอย่างสวยงาม ทุกอย่างดูน่าทานอย่างที่คุณแม่พูดไว้จริงๆ
พวกเรานั่งฟังเพลงชมเจ้าพระยายามเย็น เห็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญริมฝั่งเจ้าพระยาเปิดไฟตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ลมโชยอ่อนๆ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขอชมว่าเป็นการเดินทางที่ประทับใจ และเกินความคาดหมาย ไม่คิดว่าแม่น้ำเจ้าพระยาของเราจะมีเรื่องราวที่รอคอยให้ถ่ายทอด เก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน
About RuaKhunMae
จากความรักที่แม่มีต่อลูก ถูกปรุงถ่ายสู่ทุกความประทับใจใน เรือคุณแม่
เพราะเราเชื่อว่า แม่ ย่อมคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ ลูก
จะเป็นอาหารซักจาน ผลไม้สักอย่าง แม่ก็จัดเตรียมอย่างดีที่สุด
เรือคุณแม่ ทั้ง 4 ลำ ถูกดัดแปลงจากเรือขนข้าวโบราณ มีท้องเรือทรงเหมือนเมล็ดข้าว ทำจากไม้สักทั้งลำ
เรือคุณแม่ มีจุดเด่นตรงที่มีเสาโปร่งสูง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับลม และมองเห็นทิวทัศน์ของสองฝั่งเจ้าพระยากว้างแบบแนวพาโนรามา
ความสุขของการล่องเรือเกิดขึ้นจากการสัมผัสบรรยากาศจริงภายในเรือ ไม่ใช่มองเห็นจากภายนอก (คุณแม่กล่าว)
กว่า 18 ปี ที่เฝ้าเห็นคุณแม่ดูแลบริษัท สยามริเวอร์ครุยซ์ จำกัด จัดล่องเรือให้กับชาวต่างชาติเป็นหลัก ทุกการเตรียมงาน ทำด้วยความพิถีพิถัน เรียกได้ว่า
ถ้าจะเป็นลูกค้าต่างชาติ VIP อย่างอดีตเจ้าชายจิ๊กมี่ แห่งภูฐาน คณะ IBM หรือนางงามจักรวาล ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าคุณแม่
วันนี้คุณแม่บอกว่า อยากให้เรือของเรามีลูกค้าคนไทยบ้าง แม่น้ำเจ้าพระยายังมีเรื่องราวอีกมากที่คนไทยเองไม่รู้ และการล่องเรือก็เป็นเรื่องบันเทิงใจมากกว่าที่คนไทยคิด